'คลองฟูนันเตโช' เดิมพันเศรษฐกิจกัมพูชา กับความไม่แน่นอนของชุมชนลุ่มน้ำโขง
'คลองฟูนันเตโช' เดิมพันเศรษฐกิจกัมพูชา กับความไม่แน่นอนของชุมชนลุ่มน้ำโขง
auser15
Thu, 2026-02-19 - 07:49
รายงานพิเศษจาก Mongabay สื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำ ชี้รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้าโครงการคลองฟูนันเตโชมูลค่าเกือบ 1,200 ล้านดอลลาร์ ยาว 180 กิโลเมตร เชื่อมแม่น้ำโขงสู่ทะเล หวังลดต้นทุนขนส่งและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ชุมชนตามแนวเส้นทางกังวลการไล่ที่ ค่าชดเชย และผลกระทบต่อน้ำท่วม–ภัยแล้งที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรรมกับพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ
* รัฐบาลกัมพูชาเตรียมเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง 'คลองฟูนันเตโช' (Funan Techo Canal) ซึ่งเป็นโครงการเส้นทางเดินน้ำระยะทาง 180 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณเกือบ 1,200 ล้านดอลลาร์ โดยจะตัดผ่าน 4 จังหวัดเพื่อเชื่อมแม่น้ำโขงกับทะเล
* เหตุผลหลักในการสร้างคลองแห่งนี้คือเพื่อลดต้นทุนการขนส่งของกัมพูชา รวมถึงสร้างงานและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งทางสื่อ Mongabay ได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการยักษ์ใหญ่นี้มานานกว่าหนึ่งปี และได้พูดคุยกับผู้คนกว่า 50 คนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางก่อสร้างคลองที่วางไว้
* เกือบทุกคนที่ให้ข้อมูลระบุว่า รัฐบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้น้อยมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ความกลัวจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเหล่าเกษตรกรกังวลว่าพวกเขาอาจต้องสูญเสียบ้านเรือนหรือที่ดินทำกิน
* นอกจากนี้ยังเกรงว่าการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อวัฏจักรน้ำท่วมประจำปีในพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปลูกข้าว การทำประมง และการเลี้ยงสัตว์ที่พวกเขาพึ่งพาในการดำรงชีวิต
ชาวประมงในจังหวัดตาแก้ว พึ่งพาช่วงน้ำท่วมประจำปีของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งที่พวกเขาใช้เพาะเลี้ยงและจับสัตว์น้ำหลากหลายชนิด | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
จังหวัดตาแก้ว, ประเทศกัมพูชา - เทต จันตัน (Thet Chanton) เพิ่งจะสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 บริเวณริมฝั่งลำน้ำบาสัก ในหมู่บ้านไพรซัมโบร์ ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็กในจังหวัดตาแก้วทางตอนใต้ของประเทศ แต่เพียง 5 เดือนต่อมา เมื่อ Mongabay ได้สัมภาษณ์เขาเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2024 เขากลับบอกว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้แจ้งว่าบ้านของเขาจะต้องถูกรื้อถอนเสียแล้ว
“พวกเรามีการประชุมร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน แต่มีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัดมาร่วมด้วย” เทต จันตัน กล่าว “พวกเขาบอกกับพวกเราว่า พื้นที่นี้จะถูกนำไปศึกษาเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ คลองฟูนันเตโช (Funan Techo Canal)”
โครงการคลองนี้เป็นเส้นทางเดินน้ำสายใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อโต้แย้ง โดยกัมพูชา วางแผนจะเชื่อมต่อแม่น้ำโขงเข้ากับอ่าวไทย เส้นทางนี้จะขุดผ่านพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชุ่มน้ำ และบ้านเรือนในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว, จังหวัดกำปอต และจังหวัดแกบ เป็นระยะทางรวม 180 กิโลเมตร ครอบครัวของ เทต จันตัน เป็นหนึ่งใน 400 ครัวเรือนที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะต้องสูญเสียบ้านจากการก่อสร้างโครงการยักษ์ใหญ่นี้ และจากการประมาณการเดียวกัน คาดว่าจะมีชาวบ้านรวม 2,305 ครัวเรือน หรือประมาณ 11,525 คน ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจากคลองฟูนันเตโช
“เราใช้เงินประมาณ 20,000 ดอลลาร์เพื่อสร้างบ้านหลังนี้ แต่เงินจำนวนนั้นมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินรายย่อย ถึง 10,000 ดอลลาร์” เทต จันตัน ซึ่งเป็นเจ้าของนาข้าวขนาดเล็กรอบบ้านหลังใหม่กล่าวกับ Mongabay ในจังหวัดตาแก้ว เขาเล่าว่าได้ยินมาว่ารัฐบาลมีแผนจะขยายลำน้ำบาสัก ให้มีความกว้างรวม 300 เมตร และจะสร้างถนนคอนกรีตขนาบทั้งสองข้างของคลอง “มันจะกระทบทุกอย่างที่ผมมี ทั้งบ้านและนาข้าว ถ้าพวกเขาสร้างจริง พวกเขาก็เอาทุกอย่างไปจากผม”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่าในหมู่บ้านไพรซัมโบร์ น่าจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกันไปอีกกว่า 100 คน
บ้านของ เทต จันตัน รวมถึงนาข้าวของเขา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้าง คลองฟูนันเตโช ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายเส้นทางน้ำเดิมอย่างบาสัก ที่ไหลผ่านข้างบ้านของเขานั่นเอง | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
เส้นทางน้ำสายใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งโดยอนุญาตให้มีการส่งสินค้าโดยตรงจากท่าเรือชายฝั่งไปยังกรุงพนมเปญ เมืองหลวงที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน นอกจากนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันเป็นทางผ่านของสินค้าเข้าและส่งออกของกัมพูชา ถึงประมาณ 1 ใน 3 สื่อท้องถิ่นรายงานว่ารัฐบาลคาดหวังให้ คลองฟูนันเตโช รองรับการนำเข้าและส่งออกของประเทศได้สูงถึง 90% หากโครงการเสร็จสมบูรณ์
เดิมทีมีการประมาณการงบประมาณก่อสร้างไว้ที่ 1,800 ล้านดอลลาร์ แต่ต่อมาได้ลดลงเหลือเกือบ 1,200 ล้านดอลลาร์ โดยมีจีนร่วมลงทุน 49% และกัมพูชา ลงทุนส่วนที่เหลือ 51% โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานได้ตั้งแต่ 50,000 ถึง 1.6 ล้านตำแหน่งภายในปี 2050
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้กลับเผชิญกับปัญหาการเริ่มต้นที่ไม่ราบรื่นนับตั้งแต่พิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ล่าสุดแม้จะมีกระแสข่าวว่าการขุดลอกจะเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 แต่ในพื้นที่จริงกลับมีรายงานความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย โดยชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเพียงเสาหลักเขตที่ปักไว้เพื่อทำเครื่องหมายพื้นที่โครงการกระจายอยู่เป็นจุดๆ เท่านั้น
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โฆษกกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินระบุว่าบริษัทก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการคลองฟูนันเตโช ปฏิเสธที่จะเริ่มงานจนกว่าปัญหาทั้งหมดกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการแก้ไข และมีข่าวว่าคลองแห่งนี้อาจจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2028
บรรยากาศการเฉลิมฉลองในพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันและความหวาดระแวงที่แพร่กระจายไปตลอดแนวเส้นทางขุดคลอง รัฐบาลยังคงปล่อยให้ชาวบ้านตกอยู่ในความมืดมน ส่งผลให้ผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มปลูกพืชรอบใหม่หรือควรมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ดี หลายคนต้องตื่นมาพร้อมกับความพะวงว่าจะมีรถขุดดินมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านในเช้าวันใดวันหนึ่งหรือไม่
“พวกเรากังวลมาก เราเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังจะสูญเสียมันไป” เทต จันตัน กล่าวกับ มงกาเบย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 “รัฐบาลควรจะมีความชัดเจนกับประชาชน เราจำเป็นต้องรู้ว่าคลองจะสร้างตรงไหน เราจะต้องไปอยู่ที่ไหนหลังจากโครงการเสร็จสิ้น เราจะได้รับเงินชดเชยอย่างไร และรายละเอียดอื่น ๆ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้มากกว่า 100 ครัวเรือนในพื้นที่นี้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกังวลในทุกๆ วัน”
แผนที่ฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า เส้นทางของโครงการคลองฟูนันเตโช ตามที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ จะเชื่อมต่อแม่น้ำโขงเข้ากับชายฝั่งของจังหวัดแกบอย่างไร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างเส้นทางโลจิสติกส์สายใหม่ที่จะช่วยลดการพึ่งพาเวียดนามในการนำเข้าและส่งออกสินค้าของกัมพูชา | ภาพจาก: Emilie Languedoc/Mongabay
Mongabay ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชุมชนตามแนวเส้นทางขุดคลองฟูนันเตโช ในเดือนพฤศจิกายน 2024 และอีกครั้งในเดือนเมษายนและตุลาคม 2025 แต่กลับไม่สามารถติดต่อ เทต จันตัน ได้อีกเลยนับตั้งแต่การพบกันครั้งแรก จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านกว่า 50 รายในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว, จังหวัดกำปอต และจังหวัดแกบ Mongabay ได้บันทึกภาพความกลัวที่กัดกินใจคนในชุมชนมาอย่างยาวนาน แม้แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเองยังยอมรับว่าไม่ได้รับข้อมูลใดๆ ในขณะที่คำสั่งไล่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา และคำถามเรื่องค่าชดเชยยังคงไร้คำตอบ
ในช่วงเดือนตุลาคม 2024 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 Mongabay ได้พยายามติดต่อผ่านการโทรศัพท์ ส่งข้อความ และอีเมลไปยังเจ้าหน้าที่รัฐหลายแห่ง รวมถึงได้ยื่นคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรโดยตรงถึงสำนักงานของรองนายกรัฐมนตรี ซุน จันทอล (Sun Chanthol) ผู้ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของโครงการคลองฟูนันเตโช แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดตอบกลับมา
ในรายงานฉบับแรกของ Mongabay เกี่ยวกับผลกระทบของโครงการนี้ เคยเน้นไปที่ความเสี่ยงต่อการอนุรักษ์ชายฝั่งและชุมชนประมงในจังหวัดแกบ ที่อาจสูญเสียทางเข้าถึงแหล่งจับปลาเมื่อคลองเริ่มดำเนินการ แต่สถานการณ์ในพื้นที่แผ่นดินตอนในสำหรับเหล่าเกษตรกรและนักอนุรักษ์นั้น ดูจะมืดมนไม่แพ้กัน
เจีย ฮวด (Chea Huot) ชาวบ้านอีกรายในจังหวัดตาแก้ว ให้ข้อมูลกับ Mongabay เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เตือนประชาชนไม่ให้รวมตัวประท้วง แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่สามารถให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับโครงการได้เลย เมื่อพิจารณาจากแผนที่เส้นทางคลองที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบว่าบ้านของ เจีย ฮวด ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดความชัดเจนนี้เช่นกัน แม้ว่าตัวเขาเองจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าความเสียหายจะรุนแรงเพียงใดในช่วงที่พูดคุยกับทีมข่าวเป็นครั้งแรก
“เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีกี่คนที่ได้รับผลกระทบ ตอนนี้ทุกคนเลยวิตกไปหมด เพราะถ้าถูกไล่ที่ เราก็ไม่มีที่อื่นจะไปตั้งตัวแล้ว” เขากล่าว “ผมไม่ค่อยรู้เรื่องคลองฟูนันเตโช มากนัก รัฐบาลอาจจะหวังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจบางอย่าง แต่ประชาชนกำลังจะสูญเสียที่ดินและต้องอยู่กับความหวาดกลัว ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงได้แต่รอรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมันอาจจะทำให้พวกเรายากจนลงกว่าเดิม หากไม่มีมาตรการชดเชยที่ดีพอ”
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2024 เจีย ฮวด เชื่อมาโดยตลอดว่าบ้านของเขาจะต้องถูกรื้อถอนเพื่อเปิดทางให้กับการก่อสร้างคลองฟูนันเตโช โดยเจ้าหน้าที่ปล่อยให้เขาและเพื่อนบ้านจมอยู่กับความไม่รู้จนกระทั่งถึงปีนี้ เขาจึงได้ทราบข่าวดีว่าบ้านของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
เมื่อถึงเดือนเมษายน 2025 เจีย ฮวด ให้ข้อมูลกับ Mongabay ว่าสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม คือไม่มีใครในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานหรือการชดเชยเยียวยาเลย
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม 2026 สถานการณ์ของ เจีย ฮวด ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวว่าจะถูกไล่ที่มานานหลายปี เขาได้แจ้งกับ Mongabay ว่าบ้านของเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการคลองฟูนันเตโชอีกต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแจ้งว่าได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางของคลองเล็กน้อย
“ผมยังไม่เห็นการก่อสร้างใดๆ เลย และผมได้ลองถามคนอื่นๆ ที่จะได้รับผลกระทบเรื่องค่าชดเชย แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้อะไรเพิ่มเติมเหมือนกัน” เขากล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “พวกเราดีใจที่โครงการย้ายไปตำแหน่งใหม่ ดูเหมือนว่ามันจะกระทบบ้านเรือนน้อยลง แต่กลับไปกระทบพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมากแทน”
สำนักงานบริหารจังหวัดตาแก้วแจ้งกับ Mongabay ว่าทางหน่วยงานไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปรับปรุงใหม่ของคลอง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาชดเชยสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
จากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพื่อติดตามผลล่าสุด สมาชิกหลายคนในชุมชนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางผ่านของคลองรายงานว่า มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินน้ำบางส่วน ตัวโครงการดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานหลัก แต่เป็นการเบี่ยงเส้นทางในบางจุด ซึ่งอาจทำเพื่อหลีกเลี่ยงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างบางแห่ง ขณะที่ชาวบ้านในจังหวัดแกบซึ่งเป็นจุดที่คลองจะเชื่อมต่อกับทะเล ระบุว่าพวกเขายังไม่ได้รับแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงเส้นทางใด ๆ สิ่งที่ยังคงชัดเจนและสม่ำเสมอคือความเงียบงันจากทางรัฐบาล และการขาดแคลนข้อมูลท่ามกลางชุมชนต่าง ๆ
คลองที่ยังไม่เริ่มขุด แต่ความไม่แน่นอนเริ่มกัดกินชุมชน
ควายเล่นน้ำอยู่ในนาข้าวที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างคลองฟูนันเตโช ขณะที่เส้นทางของคลองตัดผ่านจังหวัดกำปอต | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
แม้แต่เกษตรกรที่ไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานก็คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในทางลบต่อพื้นที่ทำกินเมื่อคลองถูกสร้างขึ้น ตามข้อมูลจากเกษตรกรในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว และจังหวัดกำปอต ซึ่งเกือบทั้งหมดพึ่งพาเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักเพียงอย่างเดียวในการเลี้ยงชีพ
ในหมู่บ้านกอกเนือ จังหวัดตาแก้ว แก้ว สารัต (Keo Sarath) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านที่มาจากการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2019 ระบุว่าแม้แต่ตำแหน่งของเขาเองก็ไม่สามารถช่วยให้ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการ คลองฟูนันเตโชได้
“ผมไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเลยแม้ว่าจะพยายามสอบถามไปแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาจะสร้างคลองที่ไหน จะเริ่มก่อสร้างและขุดดินเมื่อไหร่ หรือผู้ที่ถูกไล่ที่ได้รับการชดเชยอย่างไร” เขากล่าวกับ Mongabay เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 “สิ่งที่ผมรู้เพียงอย่างเดียวคือจะมี 62 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากคลอง แต่นั่นหมายถึงแค่บ้านเรือนเท่านั้น ยังมีที่ดินอีกจำนวนมากที่เป็นของคนที่อาศัยอยู่ที่อื่นแต่เข้ามาทำนาในพื้นที่นี้”
แก้ว สารัต บรรยายว่าหมู่บ้านและพื้นที่โดยรอบเป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเกษตรกรสามารถปลูกข้าวและพืชผักได้หลากหลายชนิด ส่งผลให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย
อย่างไรก็ตาม ในหมู่บ้านกอกเนือ การก่อสร้างคลองอาจก่อให้เกิดภาวะภัยแล้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อครัวเรือนเกษตรกรรมเป็นวงกว้าง มากกว่าเพียง 62 ครัวเรือนที่อาจถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน “เท่าที่ผมเห็น โครงการ คลองฟูนันเตโชมีแต่จะสร้างปัญหาให้ผู้คน” แก้ว สารัต กล่าว “การต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ใหม่ต้องใช้ทั้งเวลา เงิน และพลังงานมหาศาล มันรู้สึกเหมือนเป็นการทำลายหมู่บ้านของเราไปเปล่าๆ”
ทาง Mongabay ได้ติดต่อ แก้ว สารัต อีกครั้งในเดือนเมษายน 2025 แต่เขาแจ้งว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทว่าในเดือนมกราคม 2026 เขาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโครงการมีการปรับเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้ทรัพย์สินของเขาไม่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่าเส้นทางของคลองถูกขยับไปทางทิศตะวันออกแทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านรายอื่นๆ ในชุมชนของเขาแทนที่
แก้ว สารัต ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ได้แสดงความคับข้องใจต่อ Mongabay เกี่ยวกับการที่รัฐบาลส่วนกลางขาดการแบ่งปันข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการคลองฟูนันเตโช รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาชดเชยที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบควรจะได้รับ | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
การก่อสร้างคลองสายนี้จะตัดผ่านพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว และจังหวัดกำปอต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีระบบคลองส่งน้ำหรือคูระบายน้ำน้อยมากเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีความจำเป็น บทวิเคราะห์จาก Stimson Center ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าโครงการนี้จะทำให้ชุมชนที่อยู่ทางตอนใต้ของคลอง เช่น หมู่บ้านกอกเนือ ต้องตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนน้ำ ในทางตรงกันข้าม คาดการณ์ว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของคลองจะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำฝนและน้ำหลากไม่มีเส้นทางระบายลงสู่ทิศใต้ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงจากรายละเอียดที่ไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับคันกั้นน้ำของคลอง เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชา เปิดเผยเพียงแผนงานเบื้องต้นเท่านั้น และเอกสารสำคัญอย่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ
“เท่าที่ผมทราบ ไม่มีการระบุถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบรรเทาอุทกภัยในแบบแปลนของคลอง เพื่อที่จะช่วยให้น้ำหลากสามารถไหลผ่านคลองไปได้ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของถิ่นที่อยู่สำคัญอย่าง พื้นที่ชุ่มน้ำบึงพรักลปอฟในช่วงฤดูฝน” ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Stimson Center ระบุในอีเมลเมื่อเดือนตุลาคม 2025
แผนที่ฉบับนี้แสดงรายละเอียดว่า พื้นที่ทางตอนเหนือของคลองฟูนันเตโช คาดว่าจะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมบ่อยครั้งขึ้นหลังจากโครงการเสร็จสิ้น ในขณะที่พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุ่มน้ำทางตอนใต้ของคลองอาจต้องประสบกับภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น | ภาพจาก: Andrés Alegría/Mongabay
พื้นที่ที่ Stimson Center ประเมินว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมหลังจากการสร้างคลองเสร็จสิ้น รวมถึงพื้นที่ของ ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช (Techo International Airport) แห่งใหม่ในจังหวัดกันดาล อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเข้าถึงแผนงานของรัฐบาลได้ นักวิเคราะห์ก็ยากที่จะระบุได้ว่าความเสี่ยงนั้นรุนแรงเพียงใด
ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 เองก็เคยนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่รุนแรง และยังมีชุมชนอีกจำนวนมากที่หวาดกลัวว่าจะถูกไล่ที่โดยผู้พัฒนาสนามบินเพื่อสร้างที่พักอาศัยระดับหรูหรา
องค์การ Licadho ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชน ประมาณการว่ามีชาวกัมพูชาประมาณ 734,000 คนที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากการถูกยึดที่ดินในช่วงปี 2000 ถึง 2023 และในขณะนี้โครงการคลองฟูนันเตโช ดูเหมือนจะเข้ามาเพิ่มจำนวนตัวเลขดังกล่าวให้สูงขึ้นไปอีก
“เรายังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ หรือจำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับหากต้องย้ายออกไปเลย” ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเป็นเกษตรกรในหมู่บ้านปูกันดาล ใกล้กับจุดที่คลองจะเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงกล่าว “เราไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้องย้ายออกเมื่อไหร่ โครงการนี้กระทบที่ดินของผมทั้งหมด ผมเลยไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ผมมีที่ดินแค่ผืนนี้ผืนเดียว ถ้าเขาเอาไป ผมก็สูญเสียทุกอย่าง ตอนนี้ผมรู้สึกไม่สบายใจทุกวันนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่มาสัมภาษณ์ ผมป่วยเพราะความวิตกกังวล”
เมื่อ Mongabay ติดต่อเขาอีกครั้งในเดือนมกราคม 2026 เขาให้ข้อมูลว่าเส้นทางของโครงการคลองฟูนันเตโช ได้รับการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการรื้อถอนโรงเรียนและวัดที่อยู่ใกล้กับที่นาของเขา แม้การปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยรักษาที่ดินบางส่วนไว้ได้ แต่ก็ไม่ครอบคลุมถึงบ้านของเขาที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ
“ผมยังไม่มีข้อมูลเลยว่าจะได้รับค่าชดเชยการย้ายถิ่นฐานอย่างไร” เขากล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “พวกเราไม่ค่อยรู้เรื่องโครงการนี้มากนัก และผมก็ไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน เพราะราคาที่ดินแถวนี้ไม่ใช่ถูก ๆ และผมเองก็ไม่รู้ว่าจะได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่าไหร่”
ระบบนิเวศเปราะบางใต้เงาโครงการพัฒนา
ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ประชาสัมพันธ์โครงการคลองฟูนันเตโช กลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ของกัมพูชา | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
ในพื้นที่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน พื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยสำคัญของนกมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปริมาณน้ำไหลเข้าที่ลดลง ซึ่งไม่ได้สร้างความท้าทายใหม่ให้กับเพียงแค่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวประมงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดตาแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลอีกด้วย
พื้นที่ชุ่มน้ำอนุรักษ์บึงพรักลปอฟ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8,300 เฮกตาร์ (ประมาณ 51,875 ไร่) ตั้งอยู่บริเวณมุมตะวันออกเฉียงใต้ของกัมพูชา และอยู่ห่างจากพรมแดนเวียดนาม เพียง 3 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนราว 6,000 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนพึ่งพาสภาวะน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีนาน 3-4 เดือน เพื่อใช้ในการปลูกข้าว รวมถึงการทำประมง หาปู และเลี้ยงปศุสัตว์ โดยกิจกรรมเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันประมาณ 2.1 ล้านดอลลาร์ต่อปี
พื้นที่ชุ่มน้ำ บึงพรักลปอฟยังเป็นบ้านของนกอย่างน้อย 102 สายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงนกพิทิพา (Bengal florican) ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง, นกกระเรียนไทย (Sarus crane) ที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow-breasted bunting) ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
พื้นที่ชุ่มน้ำและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่มีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นตามการเปลี่ยนผันของฤดูกาล ปัญหาที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เหล่านี้ยังถูกซ้ำเติมจากการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและโครงการชลประทานในท้องถิ่น ซึ่งโครงการคลองฟูนันเตโช จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อนแห่งนี้ให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น
เรือของเกษตรกรลำหนึ่งกำลังแล่นผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำบึงพรักลปอฟในจังหวัดตาแก้ว ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังในช่วงหลังสิ้นสุดฤดูฝนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay
“เมื่อคุณได้พูดคุยกับผู้คนในพื้นที่ พวกเขารู้ดีว่าแม่น้ำโขงนั้นสำคัญเพียงใด และรู้ว่าพวกเขาต้องพึ่งพาน้ำ” แดฟนี เคอร์โฮส (Daphne Kerhoas) ผู้จัดการโครงการอาวุโสจากโครงการริเริ่มกัมพูชาของ Wildfowl and Wetlands Trust (WWT) กล่าว “ที่นั่น น้ำคือชีวิต มันชัดเจนมาก แต่ยังไม่มีความเข้าใจว่าในอนาคตมันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป”
เอกสารที่รัฐบาลกัมพูชายื่นต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission - MRC) ในปี 2023 แสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนติดตั้งประตูระบายน้ำหรือประตูกั้นน้ำเพียง 3 แห่งเท่านั้นสำหรับคลองสายนี้ ซึ่งเคอร์โฮสชี้ให้เห็นว่าไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงการลดลงอย่างรุนแรงของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ชุ่มน้ำบึงพรักลปอฟ ภูมิทัศน์ที่ได้รับการคุ้มครองแห่งนี้จะต้อง “เผชิญกับความยากลำบากอย่างมาก” ตามความเห็นของเคอร์โฮส ซึ่งเธอกล่าวเสริมว่าการออกแบบคลองอาจมีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นนับตั้งแต่มีการส่งแผนที่เหล่านั้นให้แก่ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง
ก่อนที่จะมีการประกาศอนุมัติโครงการคลอง เคอร์โฮส และทีมงานจาก WWT ได้เริ่มช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่บึงพรักลปอฟ เพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่แห้งแล้งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
โดยการทำงานร่วมกับชุมชนโดยตรง พวกเขาได้ขุดร่องน้ำให้ลึกลงเพื่อกักเก็บน้ำได้มากขึ้น และปิดทางน้ำที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกข้าวที่ใช้น้ำมาก มาเป็นสายพันธุ์ที่ทนแล้งและใช้สารเคมีน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น เธอกล่าวว่าทางองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) กำลังปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าบุ่งทามในบึงพรักลปอฟ โดยการจ่ายเงินให้ชาวบ้านสำหรับกล้าไม้ที่พวกเขาเพาะเลี้ยงในโรงเรือนขนาดเล็กที่บ้าน
“ฉันต้องการให้รัฐบาลตระหนักว่าพวกเราอยู่ที่นี่ และเราพร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุน เราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาโดยรวม” เธอกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนในแง่มุมของพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถบรรเทาผลกระทบจากโครงการคลองฟูนันเตโชได้ในวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”
ที่มา:
Farmers fear displacement, drought, flooding tied to Cambodia’s Funan Techo Canal (Gerald Flynn and Phoung Vantha, Mongabay, 12 February 2026)
* รายงานพิเศษ
* ต่างประเทศ
* สิ่งแวดล้อม
* คลองฟูนันเตโช
* Mongabay
* กัมพูชา
* อาเซียน