Andrew Alan Johnson
banner
andrewalanjohnson.bsky.social
Andrew Alan Johnson
@andrewalanjohnson.bsky.social
Anthropologist at Stockholm University. Senior historian, Firaxis. Water, ghosts, ruins, games. สนใจเรื่องไทย แม่น้ำโขง
https://andrewalanjohnson.com
https://www.dukeupress.edu/mekong-dreaming
This is a long thread involving the sentencing of Korea’s former President for invoking martial law to suppress democracy. Americans can learn from this.
The sentencing trial for Yoon Suk-yeol will begin in 10 minutes.
February 19, 2026 at 9:00 AM
Reposted by Andrew Alan Johnson
'คลองฟูนันเตโช' เดิมพันเศรษฐกิจกัมพูชา กับความไม่แน่นอนของชุมชนลุ่มน้ำโขง
'คลองฟูนันเตโช' เดิมพันเศรษฐกิจกัมพูชา กับความไม่แน่นอนของชุมชนลุ่มน้ำโขง auser15 Thu, 2026-02-19 - 07:49 รายงานพิเศษจาก Mongabay สื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำ ชี้รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้าโครงการคลองฟูนันเตโชมูลค่าเกือบ 1,200 ล้านดอลลาร์ ยาว 180 กิโลเมตร เชื่อมแม่น้ำโขงสู่ทะเล หวังลดต้นทุนขนส่งและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ชุมชนตามแนวเส้นทางกังวลการไล่ที่ ค่าชดเชย และผลกระทบต่อน้ำท่วม–ภัยแล้งที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรรมกับพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ * รัฐบาลกัมพูชาเตรียมเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง 'คลองฟูนันเตโช' (Funan Techo Canal) ซึ่งเป็นโครงการเส้นทางเดินน้ำระยะทาง 180 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณเกือบ 1,200 ล้านดอลลาร์ โดยจะตัดผ่าน 4 จังหวัดเพื่อเชื่อมแม่น้ำโขงกับทะเล * เหตุผลหลักในการสร้างคลองแห่งนี้คือเพื่อลดต้นทุนการขนส่งของกัมพูชา รวมถึงสร้างงานและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งทางสื่อ Mongabay ได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการยักษ์ใหญ่นี้มานานกว่าหนึ่งปี และได้พูดคุยกับผู้คนกว่า 50 คนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางก่อสร้างคลองที่วางไว้ * เกือบทุกคนที่ให้ข้อมูลระบุว่า รัฐบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้น้อยมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ความกลัวจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเหล่าเกษตรกรกังวลว่าพวกเขาอาจต้องสูญเสียบ้านเรือนหรือที่ดินทำกิน * นอกจากนี้ยังเกรงว่าการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อวัฏจักรน้ำท่วมประจำปีในพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปลูกข้าว การทำประมง และการเลี้ยงสัตว์ที่พวกเขาพึ่งพาในการดำรงชีวิต ชาวประมงในจังหวัดตาแก้ว พึ่งพาช่วงน้ำท่วมประจำปีของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งที่พวกเขาใช้เพาะเลี้ยงและจับสัตว์น้ำหลากหลายชนิด | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay จังหวัดตาแก้ว, ประเทศกัมพูชา - เทต จันตัน (Thet Chanton) เพิ่งจะสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 บริเวณริมฝั่งลำน้ำบาสัก ในหมู่บ้านไพรซัมโบร์ ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็กในจังหวัดตาแก้วทางตอนใต้ของประเทศ แต่เพียง 5 เดือนต่อมา เมื่อ Mongabay ได้สัมภาษณ์เขาเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2024 เขากลับบอกว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้แจ้งว่าบ้านของเขาจะต้องถูกรื้อถอนเสียแล้ว “พวกเรามีการประชุมร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน แต่มีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัดมาร่วมด้วย” เทต จันตัน กล่าว “พวกเขาบอกกับพวกเราว่า พื้นที่นี้จะถูกนำไปศึกษาเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ คลองฟูนันเตโช (Funan Techo Canal)” โครงการคลองนี้เป็นเส้นทางเดินน้ำสายใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อโต้แย้ง โดยกัมพูชา วางแผนจะเชื่อมต่อแม่น้ำโขงเข้ากับอ่าวไทย เส้นทางนี้จะขุดผ่านพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชุ่มน้ำ และบ้านเรือนในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว, จังหวัดกำปอต และจังหวัดแกบ เป็นระยะทางรวม 180 กิโลเมตร ครอบครัวของ เทต จันตัน เป็นหนึ่งใน 400 ครัวเรือนที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะต้องสูญเสียบ้านจากการก่อสร้างโครงการยักษ์ใหญ่นี้ และจากการประมาณการเดียวกัน คาดว่าจะมีชาวบ้านรวม 2,305 ครัวเรือน หรือประมาณ 11,525 คน ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจากคลองฟูนันเตโช “เราใช้เงินประมาณ 20,000 ดอลลาร์เพื่อสร้างบ้านหลังนี้ แต่เงินจำนวนนั้นมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินรายย่อย ถึง 10,000 ดอลลาร์” เทต จันตัน ซึ่งเป็นเจ้าของนาข้าวขนาดเล็กรอบบ้านหลังใหม่กล่าวกับ Mongabay ในจังหวัดตาแก้ว เขาเล่าว่าได้ยินมาว่ารัฐบาลมีแผนจะขยายลำน้ำบาสัก ให้มีความกว้างรวม 300 เมตร และจะสร้างถนนคอนกรีตขนาบทั้งสองข้างของคลอง “มันจะกระทบทุกอย่างที่ผมมี ทั้งบ้านและนาข้าว ถ้าพวกเขาสร้างจริง พวกเขาก็เอาทุกอย่างไปจากผม” นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่าในหมู่บ้านไพรซัมโบร์ น่าจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกันไปอีกกว่า 100 คน บ้านของ เทต จันตัน รวมถึงนาข้าวของเขา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้าง คลองฟูนันเตโช ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายเส้นทางน้ำเดิมอย่างบาสัก ที่ไหลผ่านข้างบ้านของเขานั่นเอง | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay เส้นทางน้ำสายใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งโดยอนุญาตให้มีการส่งสินค้าโดยตรงจากท่าเรือชายฝั่งไปยังกรุงพนมเปญ เมืองหลวงที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน นอกจากนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันเป็นทางผ่านของสินค้าเข้าและส่งออกของกัมพูชา ถึงประมาณ 1 ใน 3 สื่อท้องถิ่นรายงานว่ารัฐบาลคาดหวังให้ คลองฟูนันเตโช รองรับการนำเข้าและส่งออกของประเทศได้สูงถึง 90% หากโครงการเสร็จสมบูรณ์ เดิมทีมีการประมาณการงบประมาณก่อสร้างไว้ที่ 1,800 ล้านดอลลาร์ แต่ต่อมาได้ลดลงเหลือเกือบ 1,200 ล้านดอลลาร์ โดยมีจีนร่วมลงทุน 49% และกัมพูชา ลงทุนส่วนที่เหลือ 51% โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานได้ตั้งแต่ 50,000 ถึง 1.6 ล้านตำแหน่งภายในปี 2050 อย่างไรก็ตาม โครงการนี้กลับเผชิญกับปัญหาการเริ่มต้นที่ไม่ราบรื่นนับตั้งแต่พิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ล่าสุดแม้จะมีกระแสข่าวว่าการขุดลอกจะเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 แต่ในพื้นที่จริงกลับมีรายงานความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย โดยชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเพียงเสาหลักเขตที่ปักไว้เพื่อทำเครื่องหมายพื้นที่โครงการกระจายอยู่เป็นจุดๆ เท่านั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โฆษกกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินระบุว่าบริษัทก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการคลองฟูนันเตโช ปฏิเสธที่จะเริ่มงานจนกว่าปัญหาทั้งหมดกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการแก้ไข และมีข่าวว่าคลองแห่งนี้อาจจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2028 บรรยากาศการเฉลิมฉลองในพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันและความหวาดระแวงที่แพร่กระจายไปตลอดแนวเส้นทางขุดคลอง รัฐบาลยังคงปล่อยให้ชาวบ้านตกอยู่ในความมืดมน ส่งผลให้ผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มปลูกพืชรอบใหม่หรือควรมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ดี หลายคนต้องตื่นมาพร้อมกับความพะวงว่าจะมีรถขุดดินมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านในเช้าวันใดวันหนึ่งหรือไม่ “พวกเรากังวลมาก เราเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังจะสูญเสียมันไป” เทต จันตัน กล่าวกับ มงกาเบย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 “รัฐบาลควรจะมีความชัดเจนกับประชาชน เราจำเป็นต้องรู้ว่าคลองจะสร้างตรงไหน เราจะต้องไปอยู่ที่ไหนหลังจากโครงการเสร็จสิ้น เราจะได้รับเงินชดเชยอย่างไร และรายละเอียดอื่น ๆ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้มากกว่า 100 ครัวเรือนในพื้นที่นี้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกังวลในทุกๆ วัน” แผนที่ฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า เส้นทางของโครงการคลองฟูนันเตโช ตามที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ จะเชื่อมต่อแม่น้ำโขงเข้ากับชายฝั่งของจังหวัดแกบอย่างไร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างเส้นทางโลจิสติกส์สายใหม่ที่จะช่วยลดการพึ่งพาเวียดนามในการนำเข้าและส่งออกสินค้าของกัมพูชา | ภาพจาก: Emilie Languedoc/Mongabay Mongabay ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชุมชนตามแนวเส้นทางขุดคลองฟูนันเตโช ในเดือนพฤศจิกายน 2024 และอีกครั้งในเดือนเมษายนและตุลาคม 2025 แต่กลับไม่สามารถติดต่อ เทต จันตัน ได้อีกเลยนับตั้งแต่การพบกันครั้งแรก จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านกว่า 50 รายในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว, จังหวัดกำปอต และจังหวัดแกบ Mongabay ได้บันทึกภาพความกลัวที่กัดกินใจคนในชุมชนมาอย่างยาวนาน แม้แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเองยังยอมรับว่าไม่ได้รับข้อมูลใดๆ ในขณะที่คำสั่งไล่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา และคำถามเรื่องค่าชดเชยยังคงไร้คำตอบ ในช่วงเดือนตุลาคม 2024 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 Mongabay ได้พยายามติดต่อผ่านการโทรศัพท์ ส่งข้อความ และอีเมลไปยังเจ้าหน้าที่รัฐหลายแห่ง รวมถึงได้ยื่นคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรโดยตรงถึงสำนักงานของรองนายกรัฐมนตรี ซุน จันทอล (Sun Chanthol) ผู้ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของโครงการคลองฟูนันเตโช แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดตอบกลับมา ในรายงานฉบับแรกของ Mongabay เกี่ยวกับผลกระทบของโครงการนี้ เคยเน้นไปที่ความเสี่ยงต่อการอนุรักษ์ชายฝั่งและชุมชนประมงในจังหวัดแกบ ที่อาจสูญเสียทางเข้าถึงแหล่งจับปลาเมื่อคลองเริ่มดำเนินการ แต่สถานการณ์ในพื้นที่แผ่นดินตอนในสำหรับเหล่าเกษตรกรและนักอนุรักษ์นั้น ดูจะมืดมนไม่แพ้กัน เจีย ฮวด (Chea Huot) ชาวบ้านอีกรายในจังหวัดตาแก้ว ให้ข้อมูลกับ Mongabay เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เตือนประชาชนไม่ให้รวมตัวประท้วง แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่สามารถให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับโครงการได้เลย เมื่อพิจารณาจากแผนที่เส้นทางคลองที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบว่าบ้านของ เจีย ฮวด ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดความชัดเจนนี้เช่นกัน แม้ว่าตัวเขาเองจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าความเสียหายจะรุนแรงเพียงใดในช่วงที่พูดคุยกับทีมข่าวเป็นครั้งแรก “เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีกี่คนที่ได้รับผลกระทบ ตอนนี้ทุกคนเลยวิตกไปหมด เพราะถ้าถูกไล่ที่ เราก็ไม่มีที่อื่นจะไปตั้งตัวแล้ว” เขากล่าว “ผมไม่ค่อยรู้เรื่องคลองฟูนันเตโช มากนัก รัฐบาลอาจจะหวังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจบางอย่าง แต่ประชาชนกำลังจะสูญเสียที่ดินและต้องอยู่กับความหวาดกลัว ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงได้แต่รอรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมันอาจจะทำให้พวกเรายากจนลงกว่าเดิม หากไม่มีมาตรการชดเชยที่ดีพอ” ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2024 เจีย ฮวด เชื่อมาโดยตลอดว่าบ้านของเขาจะต้องถูกรื้อถอนเพื่อเปิดทางให้กับการก่อสร้างคลองฟูนันเตโช โดยเจ้าหน้าที่ปล่อยให้เขาและเพื่อนบ้านจมอยู่กับความไม่รู้จนกระทั่งถึงปีนี้ เขาจึงได้ทราบข่าวดีว่าบ้านของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay เมื่อถึงเดือนเมษายน 2025 เจีย ฮวด ให้ข้อมูลกับ Mongabay ว่าสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม คือไม่มีใครในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานหรือการชดเชยเยียวยาเลย อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม 2026 สถานการณ์ของ เจีย ฮวด ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวว่าจะถูกไล่ที่มานานหลายปี เขาได้แจ้งกับ Mongabay ว่าบ้านของเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการคลองฟูนันเตโชอีกต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแจ้งว่าได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางของคลองเล็กน้อย “ผมยังไม่เห็นการก่อสร้างใดๆ เลย และผมได้ลองถามคนอื่นๆ ที่จะได้รับผลกระทบเรื่องค่าชดเชย แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้อะไรเพิ่มเติมเหมือนกัน” เขากล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “พวกเราดีใจที่โครงการย้ายไปตำแหน่งใหม่ ดูเหมือนว่ามันจะกระทบบ้านเรือนน้อยลง แต่กลับไปกระทบพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมากแทน” สำนักงานบริหารจังหวัดตาแก้วแจ้งกับ Mongabay ว่าทางหน่วยงานไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปรับปรุงใหม่ของคลอง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาชดเชยสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด จากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพื่อติดตามผลล่าสุด สมาชิกหลายคนในชุมชนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางผ่านของคลองรายงานว่า มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินน้ำบางส่วน ตัวโครงการดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานหลัก แต่เป็นการเบี่ยงเส้นทางในบางจุด ซึ่งอาจทำเพื่อหลีกเลี่ยงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างบางแห่ง ขณะที่ชาวบ้านในจังหวัดแกบซึ่งเป็นจุดที่คลองจะเชื่อมต่อกับทะเล ระบุว่าพวกเขายังไม่ได้รับแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงเส้นทางใด ๆ สิ่งที่ยังคงชัดเจนและสม่ำเสมอคือความเงียบงันจากทางรัฐบาล และการขาดแคลนข้อมูลท่ามกลางชุมชนต่าง ๆ คลองที่ยังไม่เริ่มขุด แต่ความไม่แน่นอนเริ่มกัดกินชุมชน ควายเล่นน้ำอยู่ในนาข้าวที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างคลองฟูนันเตโช ขณะที่เส้นทางของคลองตัดผ่านจังหวัดกำปอต | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay แม้แต่เกษตรกรที่ไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานก็คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในทางลบต่อพื้นที่ทำกินเมื่อคลองถูกสร้างขึ้น ตามข้อมูลจากเกษตรกรในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว และจังหวัดกำปอต ซึ่งเกือบทั้งหมดพึ่งพาเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักเพียงอย่างเดียวในการเลี้ยงชีพ ในหมู่บ้านกอกเนือ จังหวัดตาแก้ว แก้ว สารัต (Keo Sarath) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านที่มาจากการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2019 ระบุว่าแม้แต่ตำแหน่งของเขาเองก็ไม่สามารถช่วยให้ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการ คลองฟูนันเตโชได้ “ผมไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเลยแม้ว่าจะพยายามสอบถามไปแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาจะสร้างคลองที่ไหน จะเริ่มก่อสร้างและขุดดินเมื่อไหร่ หรือผู้ที่ถูกไล่ที่ได้รับการชดเชยอย่างไร” เขากล่าวกับ Mongabay เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 “สิ่งที่ผมรู้เพียงอย่างเดียวคือจะมี 62 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากคลอง แต่นั่นหมายถึงแค่บ้านเรือนเท่านั้น ยังมีที่ดินอีกจำนวนมากที่เป็นของคนที่อาศัยอยู่ที่อื่นแต่เข้ามาทำนาในพื้นที่นี้” แก้ว สารัต บรรยายว่าหมู่บ้านและพื้นที่โดยรอบเป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเกษตรกรสามารถปลูกข้าวและพืชผักได้หลากหลายชนิด ส่งผลให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย อย่างไรก็ตาม ในหมู่บ้านกอกเนือ การก่อสร้างคลองอาจก่อให้เกิดภาวะภัยแล้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อครัวเรือนเกษตรกรรมเป็นวงกว้าง มากกว่าเพียง 62 ครัวเรือนที่อาจถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน “เท่าที่ผมเห็น โครงการ คลองฟูนันเตโชมีแต่จะสร้างปัญหาให้ผู้คน” แก้ว สารัต กล่าว “การต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ใหม่ต้องใช้ทั้งเวลา เงิน และพลังงานมหาศาล มันรู้สึกเหมือนเป็นการทำลายหมู่บ้านของเราไปเปล่าๆ” ทาง Mongabay ได้ติดต่อ แก้ว สารัต อีกครั้งในเดือนเมษายน 2025 แต่เขาแจ้งว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทว่าในเดือนมกราคม 2026 เขาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโครงการมีการปรับเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้ทรัพย์สินของเขาไม่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่าเส้นทางของคลองถูกขยับไปทางทิศตะวันออกแทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านรายอื่นๆ ในชุมชนของเขาแทนที่ แก้ว สารัต ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ได้แสดงความคับข้องใจต่อ Mongabay เกี่ยวกับการที่รัฐบาลส่วนกลางขาดการแบ่งปันข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการคลองฟูนันเตโช รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาชดเชยที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบควรจะได้รับ | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay การก่อสร้างคลองสายนี้จะตัดผ่านพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในจังหวัดกันดาล, จังหวัดตาแก้ว และจังหวัดกำปอต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีระบบคลองส่งน้ำหรือคูระบายน้ำน้อยมากเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีความจำเป็น บทวิเคราะห์จาก Stimson Center ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าโครงการนี้จะทำให้ชุมชนที่อยู่ทางตอนใต้ของคลอง เช่น หมู่บ้านกอกเนือ ต้องตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนน้ำ ในทางตรงกันข้าม คาดการณ์ว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของคลองจะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำฝนและน้ำหลากไม่มีเส้นทางระบายลงสู่ทิศใต้ได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงจากรายละเอียดที่ไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับคันกั้นน้ำของคลอง เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชา เปิดเผยเพียงแผนงานเบื้องต้นเท่านั้น และเอกสารสำคัญอย่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ “เท่าที่ผมทราบ ไม่มีการระบุถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบรรเทาอุทกภัยในแบบแปลนของคลอง เพื่อที่จะช่วยให้น้ำหลากสามารถไหลผ่านคลองไปได้ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของถิ่นที่อยู่สำคัญอย่าง พื้นที่ชุ่มน้ำบึงพรักลปอฟในช่วงฤดูฝน” ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Stimson Center ระบุในอีเมลเมื่อเดือนตุลาคม 2025 แผนที่ฉบับนี้แสดงรายละเอียดว่า พื้นที่ทางตอนเหนือของคลองฟูนันเตโช คาดว่าจะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมบ่อยครั้งขึ้นหลังจากโครงการเสร็จสิ้น ในขณะที่พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุ่มน้ำทางตอนใต้ของคลองอาจต้องประสบกับภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น | ภาพจาก: Andrés Alegría/Mongabay พื้นที่ที่ Stimson Center ประเมินว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมหลังจากการสร้างคลองเสร็จสิ้น รวมถึงพื้นที่ของ ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช (Techo International Airport) แห่งใหม่ในจังหวัดกันดาล อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเข้าถึงแผนงานของรัฐบาลได้ นักวิเคราะห์ก็ยากที่จะระบุได้ว่าความเสี่ยงนั้นรุนแรงเพียงใด ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 เองก็เคยนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่รุนแรง และยังมีชุมชนอีกจำนวนมากที่หวาดกลัวว่าจะถูกไล่ที่โดยผู้พัฒนาสนามบินเพื่อสร้างที่พักอาศัยระดับหรูหรา องค์การ Licadho ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชน ประมาณการว่ามีชาวกัมพูชาประมาณ 734,000 คนที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากการถูกยึดที่ดินในช่วงปี 2000 ถึง 2023 และในขณะนี้โครงการคลองฟูนันเตโช ดูเหมือนจะเข้ามาเพิ่มจำนวนตัวเลขดังกล่าวให้สูงขึ้นไปอีก “เรายังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ หรือจำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับหากต้องย้ายออกไปเลย” ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเป็นเกษตรกรในหมู่บ้านปูกันดาล ใกล้กับจุดที่คลองจะเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงกล่าว “เราไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้องย้ายออกเมื่อไหร่ โครงการนี้กระทบที่ดินของผมทั้งหมด ผมเลยไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ผมมีที่ดินแค่ผืนนี้ผืนเดียว ถ้าเขาเอาไป ผมก็สูญเสียทุกอย่าง ตอนนี้ผมรู้สึกไม่สบายใจทุกวันนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่มาสัมภาษณ์ ผมป่วยเพราะความวิตกกังวล” เมื่อ Mongabay ติดต่อเขาอีกครั้งในเดือนมกราคม 2026 เขาให้ข้อมูลว่าเส้นทางของโครงการคลองฟูนันเตโช ได้รับการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการรื้อถอนโรงเรียนและวัดที่อยู่ใกล้กับที่นาของเขา แม้การปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยรักษาที่ดินบางส่วนไว้ได้ แต่ก็ไม่ครอบคลุมถึงบ้านของเขาที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ “ผมยังไม่มีข้อมูลเลยว่าจะได้รับค่าชดเชยการย้ายถิ่นฐานอย่างไร” เขากล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “พวกเราไม่ค่อยรู้เรื่องโครงการนี้มากนัก และผมก็ไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน เพราะราคาที่ดินแถวนี้ไม่ใช่ถูก ๆ และผมเองก็ไม่รู้ว่าจะได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่าไหร่” ระบบนิเวศเปราะบางใต้เงาโครงการพัฒนา ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ประชาสัมพันธ์โครงการคลองฟูนันเตโช กลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ของกัมพูชา | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay ในพื้นที่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน พื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยสำคัญของนกมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปริมาณน้ำไหลเข้าที่ลดลง ซึ่งไม่ได้สร้างความท้าทายใหม่ให้กับเพียงแค่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวประมงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดตาแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลอีกด้วย พื้นที่ชุ่มน้ำอนุรักษ์บึงพรักลปอฟ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8,300 เฮกตาร์ (ประมาณ 51,875 ไร่) ตั้งอยู่บริเวณมุมตะวันออกเฉียงใต้ของกัมพูชา และอยู่ห่างจากพรมแดนเวียดนาม เพียง 3 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนราว 6,000 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนพึ่งพาสภาวะน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีนาน 3-4 เดือน เพื่อใช้ในการปลูกข้าว รวมถึงการทำประมง หาปู และเลี้ยงปศุสัตว์ โดยกิจกรรมเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันประมาณ 2.1 ล้านดอลลาร์ต่อปี พื้นที่ชุ่มน้ำ บึงพรักลปอฟยังเป็นบ้านของนกอย่างน้อย 102 สายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงนกพิทิพา (Bengal florican) ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง, นกกระเรียนไทย (Sarus crane) ที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow-breasted bunting) ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง พื้นที่ชุ่มน้ำและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่มีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นตามการเปลี่ยนผันของฤดูกาล ปัญหาที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เหล่านี้ยังถูกซ้ำเติมจากการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและโครงการชลประทานในท้องถิ่น ซึ่งโครงการคลองฟูนันเตโช จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อนแห่งนี้ให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น เรือของเกษตรกรลำหนึ่งกำลังแล่นผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำบึงพรักลปอฟในจังหวัดตาแก้ว ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังในช่วงหลังสิ้นสุดฤดูฝนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 | ภาพจาก: Gerald Flynn/Mongabay “เมื่อคุณได้พูดคุยกับผู้คนในพื้นที่ พวกเขารู้ดีว่าแม่น้ำโขงนั้นสำคัญเพียงใด และรู้ว่าพวกเขาต้องพึ่งพาน้ำ” แดฟนี เคอร์โฮส (Daphne Kerhoas) ผู้จัดการโครงการอาวุโสจากโครงการริเริ่มกัมพูชาของ Wildfowl and Wetlands Trust (WWT) กล่าว “ที่นั่น น้ำคือชีวิต มันชัดเจนมาก แต่ยังไม่มีความเข้าใจว่าในอนาคตมันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป” เอกสารที่รัฐบาลกัมพูชายื่นต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission - MRC) ในปี 2023 แสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนติดตั้งประตูระบายน้ำหรือประตูกั้นน้ำเพียง 3 แห่งเท่านั้นสำหรับคลองสายนี้ ซึ่งเคอร์โฮสชี้ให้เห็นว่าไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงการลดลงอย่างรุนแรงของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ชุ่มน้ำบึงพรักลปอฟ ภูมิทัศน์ที่ได้รับการคุ้มครองแห่งนี้จะต้อง “เผชิญกับความยากลำบากอย่างมาก” ตามความเห็นของเคอร์โฮส ซึ่งเธอกล่าวเสริมว่าการออกแบบคลองอาจมีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นนับตั้งแต่มีการส่งแผนที่เหล่านั้นให้แก่ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ก่อนที่จะมีการประกาศอนุมัติโครงการคลอง เคอร์โฮส และทีมงานจาก WWT ได้เริ่มช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่บึงพรักลปอฟ เพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่แห้งแล้งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยการทำงานร่วมกับชุมชนโดยตรง พวกเขาได้ขุดร่องน้ำให้ลึกลงเพื่อกักเก็บน้ำได้มากขึ้น และปิดทางน้ำที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกข้าวที่ใช้น้ำมาก มาเป็นสายพันธุ์ที่ทนแล้งและใช้สารเคมีน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น เธอกล่าวว่าทางองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) กำลังปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าบุ่งทามในบึงพรักลปอฟ โดยการจ่ายเงินให้ชาวบ้านสำหรับกล้าไม้ที่พวกเขาเพาะเลี้ยงในโรงเรือนขนาดเล็กที่บ้าน “ฉันต้องการให้รัฐบาลตระหนักว่าพวกเราอยู่ที่นี่ และเราพร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุน เราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาโดยรวม” เธอกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนในแง่มุมของพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถบรรเทาผลกระทบจากโครงการคลองฟูนันเตโชได้ในวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”   ที่มา: Farmers fear displacement, drought, flooding tied to Cambodia’s Funan Techo Canal (Gerald Flynn and Phoung Vantha, Mongabay, 12 February 2026)   * รายงานพิเศษ * ต่างประเทศ * สิ่งแวดล้อม * คลองฟูนันเตโช * Mongabay * กัมพูชา * อาเซียน
dlvr.it
February 19, 2026 at 1:01 AM
Reposted by Andrew Alan Johnson
So grateful to Don Kulick for this lovely, generous review of Beautiful Mystery -- ahead of print in Language in Society.

www.cambridge.org/core/journal...
Danilyn Rutherford, Beautiful mystery: Living in a wordless world Durham, NC: Duke University Press, 2025. Pp. 240. Hb. $30. | Language in Society | Cambridge Core
Danilyn Rutherford, Beautiful mystery: Living in a wordless world Durham, NC: Duke University Press, 2025. Pp. 240. Hb. $30.
www.cambridge.org
February 10, 2026 at 10:54 PM
Post a banger that’s not in English

youtu.be/vatNMshZVfU?...
February 10, 2026 at 1:38 PM
Fully-funded PhD position at Lund University in East and Southeast Asian Studies. This is a good position in what is the best area studies program in the region!
The Centre announces 1 fully funded PhD position in East and South-East Asian Studies.
Lund University. Application deadline March 1, 2026.
www.ace.lu.se
February 6, 2026 at 1:40 PM
Reposted by Andrew Alan Johnson
Breaking, from me: An executive order from Oklahoma's governor directs most of the state's public colleges to "phase out tenure." #AcademicSky #HigherEd @chronicle.com
www.chronicle.com/article/tenu...
Tenure Will Be Eliminated at Most of Oklahoma’s Public Colleges, Governor Says
Gov. Kevin Stitt, a Republican, directed the state’s two-dozen regional universities and community colleges to phase out the practice. Existing faculty members will be grandfathered in.
www.chronicle.com
February 5, 2026 at 9:59 PM
@catacalypto.bsky.social let me put this in the game
February 4, 2026 at 1:37 PM
Can we add ORCid to the list of "technologies named for bad things in Tolkien?"
February 3, 2026 at 10:51 AM
Thinking a lot of this book when looking at the USA now - the dissemination of fear to justify the adoption of the very methods imaginary enemies use. The way that authoritarian systems lure us in. @dukepress.bsky.social

www.dukeupress.edu/a-new-crimin...
A New Criminal Type in Jakarta: Counter-Revolution Today
Book
www.dukeupress.edu
February 3, 2026 at 2:55 AM
My department is advertising two positions in Social Anthropology. Open subject, open area.

Sweden is a nice place to work. While you’d study with a particular faculty member, the entire department admits students, so apply here!

su.varbi.com/en/what:job/...
PhD student in Social Anthropology
The Department of Social Anthropology is Sweden’s largest in the field. It has a dynamic and internationally renowned faculty and offers programs on the undergraduate, masters, and PhD levels.  Mor
su.varbi.com
February 2, 2026 at 9:54 PM
Reposted by Andrew Alan Johnson
Wild that there was an open lane called "what if we just explain things clearly to people?" and he's the first one to ever fill it
The City’s Budget is our future. And you deserve to know how it works.
January 30, 2026 at 4:09 PM
Hell yeah Bruce
I wrote this song on Saturday, recorded it yesterday and released it to you today in response to the state terror being visited on the city of Minneapolis. It’s dedicated to the people of Minneapolis, our innocent immigrant neighbors and in memory of Alex Pretti and Renee Good.

Stay free
Bruce Springsteen - Streets Of Minneapolis (Official Audio)
YouTube video by Bruce Springsteen
youtu.be
January 28, 2026 at 9:20 PM
Reposted by Andrew Alan Johnson
I was on NPR Morning Edition this morning! Speaking for, well, 37 seconds, but grateful for this chance to weigh in on unacceptable ICE violence in Minneapolis and the truth that so many in this country have begun to insist on, that “normal” life cannot go on like this.

www.npr.org/2026/01/28/n...
After violence in Minneapolis, some influencers break from typical content
Lifestyle influencers or those cute animal accounts on social media rarely feature commentary about news and politics. The violence in Minneapolis has been an exception.
www.npr.org
January 28, 2026 at 2:23 PM
Reposted by Andrew Alan Johnson
This is the exact same garbage Chinese state media and Western tankies were peddling about Hong Kong in 2019.

The fact people can autonomously band together, pool resources, rally donations, and organise is truly unthinkable to some folks. Just because you couldn't do it doesn't mean others can't.
I mostly just stay off Twitter altogether but after double checking that the Walter Hudson post was still up I ran across this and just had to share so the Romancelandians who bought hand warmers could hear about the PROFESSIONAL GRADE LOGISTICS.
January 26, 2026 at 1:17 AM
Fallout lions are like "roar never changes."
January 25, 2026 at 9:55 PM
January 24, 2026 at 10:02 PM
The USA is not an appropriate place to hold either the World Cup or Olympics at present.
January 24, 2026 at 9:13 PM
If it’s cold enough for your pipes to freeze, it’s cold enough to leave a glass of whisky out on the front stoop for a few minutes, get a little fresh snow in and maybe an ice rim and you can drink that and watch the storm pass over.
January 24, 2026 at 9:12 PM
Relevant.
January 22, 2026 at 12:32 AM
I really enjoy @ckunzelman.bsky.social @ztul.bsky.social and @austinwalker.bsky.social ‘s podcast, Shelved by Genre, on genre fiction and maybe you will too. We’ve had Le Guin, Gibson, and my personal favorite, Wolfe (and now some guy writing about hairy feet, pointy ears and big lizards).
Today is my birthday and all I’m asking for is for you to support and/or talk about your favorite Ranged Touch show or project!

Patreon.com/rangedtouch
January 21, 2026 at 12:04 AM
January 20, 2026 at 8:23 AM
Jumpscare from a predatory publishing house email from the sender "Walker Benjamin"
January 16, 2026 at 9:33 PM
The numbers here also might be confusing, too. Many ranking systems are based on multiple factors: class sizes, diversity, industry collaboration, value. This one is research output, putting my current institution (stockholm) above my previous one (Princeton), in the humanities and soc science.
This is more nuanced than things on the ground: essential research services (libraries, staff support) have been gutted at an alarming rate, and there is little discussion of rebuilding former capacities. Even as the US is at its wealthiest, we are robbing the future

www.nytimes.com/2026/01/15/u...
Chinese Universities Surge in Global Rankings as U.S. Schools Slip
www.nytimes.com
January 16, 2026 at 6:06 PM
“Burning people out is good because it leads to profits, and there are always new sacrifices we can feed to the infernal machine.”
I say this with utmost respect, but Taylor is an absolute tool for saying this privately or publicly.
I can say on good authority that it takes 7 to 10 years to develop game development skills to “good enough” to produce commercial game content. 7-10 years plus the cost of a university education.
January 14, 2026 at 12:31 PM
Reposted by Andrew Alan Johnson
Yes, you live in that country now
"“They specifically asked me if I knew where the Hmong families lived on my street & in the neighborhood.” Lugert-Thom responded, “I don’t know anything about that” & she said they then asked, “Well, what about the Asian families?”"

"“I was a bit shaken & a bit shocked of what I was asked to do.”"
A St. Paul resident says federal officers knocked on her door and asked her to identify Hmong and Asian households in her North End neighborhood last week.
January 14, 2026 at 7:31 AM