นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
banner
misteramoeba.bsky.social
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
@misteramoeba.bsky.social
20+ with lot of back pain อะมีบาเวอร์ชั่นไม่ปากหมา

Anyway ตระบัดสัตย์มันแย่มากนะ
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
กสม. ชี้กรณีไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ
กสม. ชี้กรณีไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ auser15 Sat, 2026-02-14 - 10:06 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้กรณีที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวหรรษา  หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 6/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้ กสม. ชี้กรณีสำนักงานศาลยุติธรรมไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ แนะใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้พิการให้เข้าถึงโอกาส นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีมติหยิบยกกรณีนายศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ถูกปฏิเสธไม่ให้เป็นผู้มีสิทธิสอบเป็นข้าราชการตุลาการตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ขึ้นตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าอาจมีการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นั้น จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 นายศุภวิชญ์ซึ่งพิการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดได้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมช่วยเหลือเขียนคำตอบตามคำบอก เนื่องจากนายศุภวิชญ์เขียนหนังสือช้าและไม่สามารถเขียนหนังสือติดต่อกันได้เป็นเวลานาน แต่ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติไม่ให้นายศุภวิชญ์เป็นผู้มีสิทธิสอบโดยพิจารณาจากรายงานความเห็นของคณะกรรมการแพทย์ซึ่งเห็นว่า นายศุภวิชญ์ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงขั้นรุนแรงด้านการเคลื่อนไหวไม่อาจทำกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อทุกส่วนจนสำเร็จโดยไม่พึ่งพิงบุคคลอื่นและปราศจากการช่วยเหลือได้ อีกทั้งระบุว่าการเขียนคำตอบจะต้องใช้การบรรยายโดยลำพัง การให้ผู้ช่วยเหลือเขียนคำตอบ จะทำให้คำตอบปะปนกับความเข้าใจของผู้เขียนคำตอบให้ ซึ่งจะได้เปรียบผู้สมัครอื่นอย่างชัดเจน จึงไม่ควรให้สิทธิในการเข้าสอบ ต่อมา เมื่อปี 2568 นายศุภวิชญ์ได้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาอีกครั้ง โดยประสงค์จะเขียนข้อสอบด้วยตนเอง แต่ ก.ต. ในการประชุม ครั้งที่ 14/2568 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ก็มีมติตัดสิทธิไม่ให้นายศุภวิชญ์เข้าสอบเช่นเดิม โดยพิจารณาจากรายงานของคณะกรรมการแพทย์และลักษณะงานหลักของผู้พิพากษาที่ต้องใช้การเขียนหนังสือหรือพิมพ์ข้อความ ตลอดจนการนั่งพิจารณาคดีเป็นเวลานาน จึงมีมติเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องตามความในมาตรา 26 (11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า คนพิการย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับบุคคลโดยทั่วไป โดยที่ความพิการนั้นเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกเกิดและภายหลังจากที่เกิดมาแล้วโดยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความพิการจึงเป็นเรื่องของมนุษยชาติที่ไม่ควรมีการแบ่งแยกด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะ ชาติกำเนิด หรือสถานะอื่นใด และควรสนับสนุนให้มีกลไกหรือมาตรการเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ทุกฝ่ายในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายรัฐจะต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริงและให้โอกาสแก่คนพิการที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับคนอื่น ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (CRPD) ได้วางหลักการคุ้มครองไว้ การที่ ก.ต. ตัดสิทธินายศุภวิชญ์ไม่ให้เข้ารับการสอบคัดเลือกในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเมื่อปี 2567 และเมื่อปี 2568 ที่แม้ว่านายศุภวิชญ์ประสงค์จะเขียนข้อสอบด้วยตนเอง แต่ก็ถูกตัดสิทธิเช่นเดิมโดยอาศัยเหตุผลในด้านความพิการ โดย ก.ต. ไม่ได้พิจารณาถึงแนวทางหรือมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือปรับสิ่งต่าง ๆ ให้เหมาะสมในการสอบเพื่อเปิดโอกาสให้การสอบเข้ารับราชการเกิดความเท่าเทียมแก่คนพิการ จึงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า การที่ ก.ต. ตัดสิทธิไม่ให้นายศุภวิชญ์เข้ารับการสอบคัดเลือกไม่สอดคล้องกับหลักการห้ามการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการในทุกด้านที่เกี่ยวกับการจ้างงาน และการคัดเลือกบุคคล อย่างไรก็ดี มีประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปว่า การปฏิบัติที่แตกต่างในกรณีนี้ ก.ต. ได้กระทำโดยมีเหตุผลอันสมควรหรือไม่ เห็นว่า นอกจากเหตุผลเรื่องความพิการแล้ว ในการรับสมัครสอบปี 2567 ก.ต. ยังให้เหตุผลว่า นายศุภวิชญ์ร้องขอวิธีการสอบคัดเลือกที่แตกต่างจากบุคคลที่สมัครสอบคนอื่น ๆ และอาจเกิดการปะปนกันของคำตอบจากผู้ที่ช่วยเหลือในการเขียนคำตอบให้ ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับกระบวนการสอบของนายศุภวิชญ์ที่เคยไปสอบกับสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และสภาทนายความซึ่งสามารถจัดให้นายศุภวิชญ์เข้าสอบได้โดยมีผู้ช่วยเหลือในการเขียนคำตอบและไม่พบว่ามีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการปะปนกันของคำตอบ ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ก.ต. สามารถที่จะใช้วิธีการเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันไปปรับใช้กับการสอบของนายศุภวิชญ์ได้เพื่อลดข้อขัดข้องตามที่ ก.ต. กังวล ส่วนการสมัครสอบปี 2568 แม้นายศุภวิชญ์ประสงค์จะเขียนคำตอบด้วยตนเอง แต่ ก.ต. ก็มิได้พิจารณาเงื่อนไขนี้ กสม. เห็นว่า การปฏิบัติงานในปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายอย่างช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การแปลงการพูดเป็นตัวอักษรซึ่งสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งศาลก็มีระบบการบันทึกถ้อยคำและให้ตรวจสอบก่อนลงลายมือชื่อรับรอง การให้เจ้าหน้าที่เสมียนหน้าบัลลังก์ช่วยพิมพ์หรือการอ่านซ้ำต่อหน้าคู่ความ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในปัจจุบัน การสอบข้อเขียนในกรณีที่ผู้สมัครสอบเป็นคนพิการจึงควรนำเทคโนโลยีมาปรับใช้หรือปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ลักษณะงานของผู้พิพากษาเป็นงานที่ใช้ความรู้ความสามารถทางกฎหมายเป็นสาระสำคัญมากกว่าความสามารถในเชิงกายภาพของร่างกาย แม้นายศุภวิชญ์จะเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหว แต่ก็ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความซึ่งเป็นวิชาชีพทางกฎหมายเช่นเดียวกับผู้พิพากษามาหลายปี นอกจากนี้ภารกิจหลักตามอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม คือ การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีและต้องนั่งพิจารณาให้ครบองค์คณะ ความพิการจึงมิได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ ขณะที่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้มีผู้พิพากษาที่เป็นคนพิการหลากหลายประเภท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบที่เปิดโอกาสและมีการออกแบบการสอบและการแต่งตั้งที่อิงอยู่บนหลักความสามารถไม่ใช่รูปลักษณ์ทางกายภาพ ดังนั้น การที่ ก.ต. ปฏิบัติต่อนายศุภวิชญ์ให้แตกต่างจากผู้สมัครรายอื่นที่มีสภาพร่างกายปกติจึงเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนายศุภวิชญ์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม ให้นำความเห็นตามรายงานนี้เสนอต่อ ก.ต. เพื่อพิจารณาทบทวนมติเพื่อให้คนพิการที่มีลักษณะเช่นเดียวกับนายศุภวิชญ์ สามารถเข้ารับการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ พร้อมให้กำหนดมาตรการหรือแนวทางการช่วยเหลือที่สมเหตุสมผลในระบบการสอบคัดเลือกให้แก่ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาที่เป็นคนพิการลักษณะเดียวกับนายศุภวิชญ์ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคอย่างแท้จริงในการเข้าถึงโอกาสทางการประกอบอาชีพของคนพิการตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (CRPD) ได้รับรองไว้ * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ * กสม. * คนพิการ * คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม * สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
dlvr.it
February 14, 2026 at 3:10 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
QR code/Barcode บนบัตรเลือกตั้ง สส #เลือกตั้ง2569 คือแบบ… หมดคำจะพูดจริงๆ ค่ะ

เราไม่ได้สังเกตเลย เลือกครั้งก่อนก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใคร track บัตรเปล่าๆ ที่มีเพียงกากบาทนั้นได้ รอบนี้มาเหนือของแท้ เหนือความคาดหมายว่ามันคิดได้ไงวะ? หาวิธี authentication ที่ย้อนกลับหาตัวคนเฉ้ย!
February 12, 2026 at 5:01 PM
จะอธิบายเรื่องบาร์โค้ดให้คนแถวบ้านฟังยังไงวะ
February 12, 2026 at 5:02 PM
ตัดของจากสวนป่า+พี่เลี้ยงละอ่อน

//ให้ฟีลลิ่งซีนจบ Sorry, baby มาก ฮือ
February 12, 2026 at 8:18 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
เมื่อวันก่อนเห็น prompt ว่าจะเป็นยังไงถ้าคู่ oc คุณสลับบุคลิกกัน คุยกับกะพรุนไปมาแล้วได้ข้อสรุปว่าชิบหายมาก 😂
February 12, 2026 at 4:39 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ฟรีเรนนี่เป็นเรื่องที่ทำให้คิดเลยว่า ต่อให้แก่ แต่ถ้ายังเปิดใจอยู่ มันก็มีเรื่องให้เรียนรู้ได้อีกเรื่อย ๆ ไม่จบเหมือนกัน แบบ มันอาจจะไม่ใช่ความรู้ใหม่ ๆ แต่เป็นห้วงความรู้สึกใหม่ ๆ ที่ก่อนหน้าอาจจะไม่เคยสัมผัสหรือเคยคิดถึงมาก่อนก็ได้
January 16, 2026 at 3:27 PM
ศุภจีชนะเรื่องน้ำเสียง ฟังแล้วอุ่นใจ (นึกถึงอุ้ยย่า) ฟังเคลิ้มๆ อยู่ แต่เอ้าบางทีเขาตอบเงาะนิ
January 14, 2026 at 11:46 AM
รำคาญ CK ทุกอย่าง ทุกคำถาม ทุกความคิดที่เกี่ยวกับทุน แต่ว่ารีเลทมากๆ กับตอนที่พูดเรื่องเกษตรกร
January 13, 2026 at 11:25 PM
ไปเจอ Reel ในยูทูปเอากรีกโยเกิร์ต+คุ้กกี้ (แผ่นบาง) ละยัดๆๆๆๆๆ ลงไปในถ้วย เอาไปแช่เย็น 6 ชม. จากนั้น จะได้คุ้กกี้กรีกโยเกิร์ต? เดี๋ยวลองดู
January 12, 2026 at 5:27 PM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ได้ฟีลพิซซ่าขอบชีสที่เพิ่งออกจากเตามาก
วันนี้เจอคำว่า ทำงานฉุย ไม่มีความรอบขอบ
วันนี้เจอคำว่า องค์ษา (องศา)
January 12, 2026 at 4:11 PM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
โลก “ไร้ขื่อแป” เมื่อสหรัฐฯ บุกจับ ‘มาดูโร’ สร้างบรรยากาศอันไม่ปลอดภัยให้กับโลก
โลก “ไร้ขื่อแป” เมื่อสหรัฐฯ บุกจับ ‘มาดูโร’ สร้างบรรยากาศอันไม่ปลอดภัยให้กับโลก ภาพจาก บัญชี Truth Social ของ โดนัลด์ ทรัมป์ admin666 Wed, 2026-01-07 - 00:19 หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในชื่อ "Absolute Resolve" บุกเข้าไปในประเทศเวเนซุเอลาเข้าไปจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภรรยาในเมืองคาราคัส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปขึ้นศาลในสหรัฐฯ ข้อหาค้าอาวุธและยาเสพติด ตามหมายจับที่ออกมาตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรกเมื่อปี 2563 และเขากลับมาเริ่มปฏิบัติการเพื่อจัดการกับมาดูโรตั้งแต่สิงหาคม 2568 โดยการส่งกำลังทหารเข้าไปคุมทะเลแคลิบเบียน ปฏิบัติการ Absolute Resolve ของสหรัฐฯ ถูกเอากลับไปเปรียบเทียบกับปฏิบัติการ "Just Cause" ของสหรัฐฯ ในอดีตครั้งใช้กำลังทหารเข้าไปในจับกุม มานูเอล โนรีเอกา ผู้นำทางทหารและผู้นำประเทศโดยพฤตินัยของประเทศปานามา ในปีพ.ศ.2533 ที่ก็ใช้ข้ออ้างคล้ายๆ กันคือตั้งข้อหายาเสพติด จากปฏิบัติการครั้งนี้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายทางทหาร ก็ยังกระทบไปถึงพลเรือนด้วยตามที่มีข่าวรายงานสภาพความเสียหายของอาคารบ้านเรือนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากรายงานของทางการเวเนซุเอลาเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 40 ราย ก่อนที่จะมีรายงานเพิ่มเติมภายหลังว่าเพิ่มมาถึง 80 รายโดยยังไม่มีรายละเอียดว่าผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพลเรือน แต่ก็มีรายงานด้วยว่าทางการคิวบาออกมายอมรับว่ามีกำลังทหารและหน่วยข่าวกรองคิวบาด้วย 32 ราย โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะกำลังติดตามผลปฏิบัติการ Absolute Resolve ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริด้า โดยมี จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางหรือซีไอเอ (CIA) (ซ้าย) และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (ขวา) ร่วมอยู่ด้วย ภาพจาก The White House แม้ก่อนเกิดปฏิบัติการนี้สหรัฐฯ จะใช้มาตรการแข็งกร้าวกับเวเนซุเอลามาตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้วด้วยการส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการในทะเลแคลิบเบียน เข้ายึดเรือน้ำมันและโจมตีทำลายเรือสัญชาติเวเนซุเอลาโดยกล่าวอ้างว่าเป็นการทำลายการขนส่งยาเสพติดเข้าประเทศสหรัฐฯ จนถูกผู้เชียวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติประณามกันไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค แต่ยังกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เห็นกันอีกครั้งว่า ถ้าชาติมหาอำนาจเลือกจะใช้กำลังทหารเข้าไปจัดการกับประเทศใดก็สามารถทำได้แม้ว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศก็ตาม ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องให้กังขามาแล้วหลายครั้งว่ากฎกติกาเหล่านี้ยังใช้ได้อยู่จริงๆ หรือไม่ ทั้งกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-ปาเลสไตน์และยังไปโจมตีประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง   คำถามข้างต้นนี้อาจยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เพราะดูเหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศในพื้นที่อื่นๆ ก็กำลังรอการปะทุเป็นสงครามอยู่เช่นกัน  “มันคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นอกจากความหวาดวิตกที่จะเกิดความรุนแรง เกิดการรุกรานได้ทุกเมื่อทุกชั่วขณะไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่ทำต่อประเทศเล็ก ประเทศอภิมหาอำนาจทำต่อประเทศอื่น หรือประเทศอื่นๆ กระทำต่อกันเอง ต่อไปนี้การใช้กำลังระหว่างรัฐในเรื่องที่เป็นการละเมิดอธิปไตยพร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อที่ไหนก็ได้ในโลก เป็นการเปิดปีใหม่ที่ทำให้บรรยากาศโลกไม่ปลอดภัย”  สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของ Human Rights Watch แสดงความเห็นต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาและท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีต่อประเทศอื่นๆ อย่างโคลอมเบีย คิวบา เม็กซิโก อิหร่าน และแม้กระทั่งกรีนแลนด์ที่เป็นของประเทศสมาชิกนาโต้ด้วยกันกับสหรัฐฯ เองอย่างเดนมาร์ก ที่ปรึกษา HRW กล่าวว่า แม้จะมีกฎบัตรสหประชาชาติจะมีหลักการสำคัญว่าด้วยการห้ามรุกราน แต่ที่ผ่านมาประเทศมหาอำนาจก็มักจะลอยนวลไปได้ ทั้งสหรัฐอเมริกาเองก็มีปฏิบัติการทางทหารแบบที่ทำกับเวเนซุเอลาก็หลายครั้งในทวีปอเมริกาใต้ก็เคยเข้าไปจับมานูเอล โนริเอกา อดีตผู้นำประเทศของปานามามาจนกรณีล่าสุดอย่างมาดูโร่ รวมถึงปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่อื่นๆ หรือรัสเซียก็มีกรณีสงครามยูเครน ไปจนถึงกรณีจีนที่แสดงพฤติกรรมข่มขู่จะเล่นงานไต้หวัน  ตัวอย่างเหล่านี้ก็จะเห็นว่าประเทศมหาอำนาจมีพฤติกรรม “ไม่แยแส” กับจารีตประเพณีและกฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะกฎบัตรสหประชาชาติในมาตรา 2 ที่ให้รัฐสมาชิกทุกประเทศ ต้องงดเว้นจาก “การข่มขู่หรือการใช้กำลัง” ต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐอื่นใด ทำให้หมดความศักดิ์สิทธิ์ไป และเมื่อเกิดการละเมิดกลไกเหล่านี้กลับทำอะไรไม่ได้  “พฤติกรรมแบบนี้ในช่วงหลังมานี้เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นชัดเจน มันก็เป็นการทำลายสิ่งที่เรียกระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกฎกติการมันถูกทำลายไป มันทำให้ตอนนี้มันอยู่ในสภาวะการต่างประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ “อำนาจคือความถูกต้อง” ใครมีอำนาจจะทำอะไรก็ทำได้เป็นสภาวะที่ไม่มีขื่อไม่มีแปในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” สุณัยยังมองว่าเมื่ออภิมหาอำนาจสร้างสภาวะแบบนี้ขึ้นมา สิ่งที่ตามมาคู่กันก็คือประเทศอื่นๆ ก็จะทำตามกันไปแล้ว ความชอบธรรมของประเทศมหาอำนาจที่จะเข้ามาแสดงบทบาทไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก็จะเสียไปด้วย เช่น หากกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นมาใหม่สหรัฐฯ จะเข้ามาก็จะถูกย้อนกลับเช่นกันว่าตัวเองก็ทำ  เมื่อถามว่าปฏิบัติการลักษณะนี้ของสหรัฐฯ ต่างไปจากครั้งอื่นๆ หรือไม่ ที่ปรึกษา HRW บอกว่าเขาไม่ได้มองในเชิงระดับความรุนแรงที่สหรัฐฯ ทำต่อเวเนซูเอล่า แต่มองว่าพฤติกรรมของสหรัฐฯ ครั้งนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากปฏิบัติการอื่นๆ คือการรุกรานอธิปไตยด้วยกำลังทหารที่เกิดขึ้นโดยประเทศมหาอำนาจ และวาทกรรมที่ใช้ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่รัสเซียอ้างใช้ปฏิบัติการพิเศษรุกรานประเทศยูเครน  “อเมริกาตอนแรกก็เหมือนพยายามที่จะหาความชอบธรรมว่าครั้งนี้เป็นปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายนะ อ้างว่ามาดูโรเป็นคนร้ายที่อเมริกาต้องการตัวต้องเข้าไปจับ ตอนแรกยังพูดถึงการบังคับใช้กฎหมาย แต่พอยิ่งให้สัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ เรื่องรักษากฎหมายก็หายไปเลย มันเป็นเรื่องของการเข้าไปเพื่อเอาตัวมาดูโรออกมา อเมริกาต้องการทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วก็การเข้าถึงแหล่งทรัพยากรน้ำมันแล้ว ยิ่งตอนนี้ที่ชัดที่สุดคือคำให้สัมภาษณ์ของรูบิโอต่อเนื่องมาถึงวันนี้ก็ชัดว่าเป็นการสถาปนาเขตอิทธิพลของสหรัฐฯ ในซีกโลกตะวันตกเป็นเขตอิทธิพลที่อเมริกาจะทำอะไรก็ได้อันนี้ยิ่งชัดเจนว่าไม่ได้แคร์กฎกติการะหว่างประเทศอีกต่อไปแล้ว” ภาพที่โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป็นนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาที่ถูกควบคุมตัวอยู่บนเรือ USS อิโวจิม่า ภาพจาก บัญชี Truth Social ของ โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนั้นเขาเห็นว่าผู้นำสหรัฐฯ ยังได้แสดงความก้าวร้าวอีกว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกได้ในอนาคตหากเห็นว่าทำแล้วจะตอบสนองต่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไปพูดถึงโคลอมเบีย คิวบา หรือที่บอกว่าอยากได้กรีนแลนด์ของเดนมาร์กด้วยทั้งที่เป็นพันธมิตรของตัวเอง  สุณัยมองว่า ที่ผ่านมาทรัมป์เองก็พูดถึงกรณีของกรีนแลนด์มาหลายครั้งแล้วและล่าสุดยังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าอีก 20 วันจะกลับมาพูดเรื่องนี้อีกโดยให้เหตุผลว่าเพราะกรีนแลนด์เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ แล้วเดนมาร์กก็ไม่มีความสามารถในการป้องกันกรีนแลนด์จากชาติมหาอำนาจอื่นๆ อย่างรัสเซียหรือจีน เรื่องที่ทำทรัมป์พูดนี้ทำให้หลักการที่จะไม่รุกรานซึ่งกันและกันซึ่งเป็นหลักพื้นฐานไม่มีความหมาย เพราะแม้กระทั่งมิตรประเทศของสหรัฐฯ เองหากสหรัฐฯ ก็จะเข้าไปแทรกแซงหากเห็นว่าเป็นประโยชน์กับสหรัฐฯ  “ไม่ใช่แค่ประเทศฝ่ายศัตรูที่หนาวๆ ร้อนๆ แม้แต่ประเทศที่อยู่ฝ่ายเดียวกันก็หนาวๆ ร้อนๆ เพราะอเมริกาไม่แคร์กับหลักและความศักสิทธิ์ของอธิปไตยอีกต่อไปแล้ว”  ความกังวลที่สหรัฐฯ จะบุกกรีนแลนด์นี้ยังสะท้อนชัดผ่านคำแถลงของเมตเต เฟรเดอริกเซน (Mette Frederiksen) นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กด้วยที่ออกมาตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่า หากสหรัฐฯ เลือกจะใช้กำลังโจมตีกรีนแลนด์จะกลายเป็นจุดจบขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองและสหรัฐฯ เองก็เป็นภาคีอยู่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรณีรัฐภาคีโจมตีกันเองมาก่อน และคำกล่าวของทรัมป์ยังทำให้ผู้นำ 7 ชาติยุโรปต้องออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนร่วมกับเดนมาร์ก แต่เมื่อถามที่ปรึกษา HRW ว่าในสถานการณ์ที่การใช้อำนาจของประเทศมหาอำนาจในลักษณะนี้กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นจะยังมีหนทางอะไรฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้กลับมาได้บ้าง สุณัยย้อนกลับไปว่า ก่อนหน้านี้หลักระหว่างประเทศทั้งกฎหมายและจารีตประเพณีมันให้การค้ำประกันว่าประเทศที่มีอำนาจไม่เท่ากันจะรังแกกันไม่ได้ ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็กไม่ได้ ตอนนี้มันทำให้ไม่มีใครพึ่งพากฏกติการะหว่างประเทศได้อีกต่อไปแล้ว จากที่กฎบัตรสหประชาชาติเคยเป็นหลักยึดตอนนี้ก็ไม่มีความหมายต่อประเทศอภิมหาอำนาจอีกต่อไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่ในภูมิภาคใหญ่ๆ ก็มีการใช้กำลังทหารเข้าไปรุกรานทั้งรัสเซียทำกับยูเครน สหรัฐฯ ทำกับเวเนซูเอล่า อิสราเอลทำกับประเทศอื่นๆ ไปทั่วตะวันออกกลางนอกจากปาเลสไตน์ ส่วนเอเชียก็มีไต้หวันกับจีน  อีกทั้งเขายังมองว่า สหภาพยุโรป (EU) ที่ดูเหมือนจะหวังพึ่งได้เมื่อเห็นแถลงการณ์ทั้งในส่วนที่เป็นแถลงการณ์ร่วมและแถลงการณ์เฉพาะของแต่ละประเทศสมาชิกที่ออกมาก็ยังคงเป็นแนวแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เอาเรื่องการปกครองของมาดูโรนั้นเลวร้ายมาเกลี่ยน้ำหนักกับการกระทำของสหรัฐฯ แล้วบอกว่าจะต้องเคารพกฎกติการะหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนละส่วนกัน  เพราะวันเดียวกันหลังเกิดเหตุ ทีมค้นหาความจริงอิสระว่าด้วยเวเนซุเอลาภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ออกมาบอกว่าแม้มาดูโรเป็นผู้ปกครองเผด็จการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมายาวนานแต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะให้ความชอบธรรมแก่การใช้กำลังของสหรัฐฯ และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศได้ ซึ่งที่ปรึกษาของ HRW เห็นว่าท่าทีเช่นนี้เป็นสิ่งที่ EU ควรจะมี “ทุกคนควรจะพูดว่าสหรัฐฯ ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศแล้วต้องเน้นส่วนนี้ ส่วนมาดูโรจะชั่วอย่างไรก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง” สุณัยมองว่าตอนนี้ประเทศที่ยังพูดมีหลักการกลับเป็น มาเลเซียจากแถลงการณ์ของอันวา อิบราฮิมที่ระบุชัดว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศใช้กำลังอย่างไม่เป็นไปตามกฎหมายต่อรัฐอธิปไตย กับฟิลิปปินส์ที่พอได้เพราะก็กลัวว่าจีนจะเอาสหรัฐฯ เป็นบรรทัดฐานแล้วมาบุก ส่วนไทยก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้โดยบอกว่าจะติดตามสถานการณ์และขอให้แต่ละฝ่ายแก้ความขัดแย้งสันติโดยให้เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งนี้หากกลไกระหว่างประเทศยังไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาบังคับใช้ได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในมุมมองของสุณัยคือ จะเกิดสภาวะที่ไม่สามารถทำนายอะไรได้และรัฐต่างๆ ทำอะไรได้ตามอำเภอใจตลอดเวลา และสภาวะแบบนี้ไม่ได้มีแค่ผู้นำประเทศต่างๆ จะรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ประชาชนก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัยไปด้วย * สัมภาษณ์ * ต่างประเทศ * เวเนซุเอลา * นิโคลัส มาดูโร * โดนัล ทรัมป์
dlvr.it
January 6, 2026 at 6:00 PM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
💆🏻‍♂️🛁🫧
#oc #illustration
January 6, 2026 at 10:52 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
พรรคที่เล่นกระแสปั่นโซเชียลมาก่อนภจท.คือพรรคฟ้านะ อย่าลืมว่าก่อนที่บลูสกายจะเป็นโซเชียล มันเป็นชื่อช่องที่ปั่นเก่งเป็นมูลิเน็กซ์เลย เก่งกว่าวอยซ์ในยุคเดียวกัน บอกเลย

ถ้าแมงสาบฟ้ามันดีลกับกัญชาน้ำเงินได้ (ซึ่งได้อยู่แล้วป่ะ?) ที่เห็นกระแสๆ อาจไม่ใช่ไโ แต่เป็นกระแสจ้างปั่นใดๆ ที่อาจรวมพลกันมาเพื่อเตะตัดขาไปเรื่อยๆ หลายๆ เรื่อง
January 6, 2026 at 4:16 PM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
Let’s goooo!!!! ❤️💚🩵💜
#8กุมภากาเห็นชอบ
January 4, 2026 at 6:27 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
(3/3)
January 4, 2026 at 10:16 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
(2/3)
January 4, 2026 at 10:16 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
宮トガ未満。
⚠️原作から一年経って、トガは選手に復帰しています。
運動会の後日談捏造しています。
宮が楽しかった嬉しかった日の夜、眠れない子だったら可愛いな〜って妄想です。(1/3)
January 4, 2026 at 10:16 AM
จำไม่ได้ว่าเพลงชื่อไร เลยลองพิมพ์ๆ ที่จำได้ ยูทูปไม่ทำให้ผิดหวางงง
December 30, 2025 at 7:32 PM
บางทีพรรคเพื่อไทยต้องไม่ลืมว่าชาวบ้านมีเน็ต ไปหาโหลดอ่านร่างกฎหมาย, รายงานรับฟังความคิดเห็นได้
December 24, 2025 at 2:04 PM
ทำไมพวกมาสเตอร์ fgo ถึงกรี๊ดกับบทล่าสุดของเกมปานนั้น มันมีอะไรว้าวยิ่งกว่าโซโลมอนเรอะ
December 22, 2025 at 2:04 PM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ผู้สื่อข่าวช่องไทยรัฐทีวีพูดว่า “นี่ก็คือ ‘สีสัน’ ของสงคราม”

ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจหรือพูดไปเรื่อยเปื่อยหรือตามสคริปต์ แต่แปลกใจที่เธอไม่ฉุกใจสักนิดเลยตอนที่พูดคำนั้นออกมา
December 22, 2025 at 10:44 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
'Violence and Harassment: ความรุนแรง-การคุกคาม-สายตาที่จับจ้อง' นิทรรศการจากศิลปินเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ
'Violence and Harassment: ความรุนแรง-การคุกคาม-สายตาที่จับจ้อง' นิทรรศการจากศิลปินเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ Pazzle Mon, 2025-12-22 - 17:55 “Violence and Harassment (The Gaze)” นิทรรศการในห้องสีแดงที่บอกเล่าถึงความรุนแรง การคุกคาม และสายตาที่ถูกจ้องมองผ่านรูผ้าม่านสีแดง จาก “ทันยลักษณ์ มีชำนะ” ศิลปินรุ่นใหม่ในเชียงใหม่ ที่พยายามส่งเสียงร้องของผู้ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศให้ดังขึ้น เพื่อปกป้องตัวเอง ศิลปินหยิบส่วนหนึ่งจากประสบการณ์ตรงในชีวิตของตัวเองขึ้นมาสร้างเป็นนิทรรศการครั้งนี้ โดยยืนยันว่าต่อให้การถูกล่วงละเมิดทางเพศจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ไม่มีใครอยากพูดถึง หรือกฎหมายในสังคมไทยก็ไม่ได้ซัปพอร์ตเท่าที่ควร ก็อยากให้เหยื่อลุกขึ้นปกป้องตัวเอง “อยากให้ผู้ถูกกระทำยอมรับ และไม่ต้องกลัวที่จะออกมา พูดออกมา คนที่กระทำผิดควรที่จะเป็นผู้ที่ถูกลงโทษมากกว่า การเปิดเผยความจริงไม่ใช่เรื่องที่น่าอายเลย กล้าหาญด้วยซ้ำที่เราจะปกป้องตัวเองและสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเอง” ทันยลักษณ์ กล่าว         Performance Art ครั้งนี้ต้องการกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดพฤติกรรมที่แตกต่างจากการชมงานศิลปะในรูปแบบปกติ ผู้ชมจะต้องมองผ่าน “รู” ของประตูที่มนุษย์มักใช้สอดส่องก่อนจะเปิดประตูออกไปสู่โลกภายนอก ในอีกแง่หนึ่งก็ยังเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนความระแวดระวังและความอยากรู้อยากเห็น การมองผ่านรูยังแฝงนัยของอำนาจที่ไม่สมดุลกันทางความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมที่เป็นผู้มองกับศิลปินที่เป็นผู้ถูกจ้องมอง ภายในห้องสีแดงที่เป็นสีของพลัง ตลอดการ Performance Art ศิลปินจะท่องสุภาษิตสอนหญิงของสุนทรภู่ “เป็นสาวแซ่แรสวยสะอาด” เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า แม้นแตกร้าวรานร่อยถอยราคา จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้กายสูง ดูเยี่ยงยูงแววยังมีที่วงหาง ค่อยเสงี่ยมเจียมใจจะไว้วาง ให้ต้องอย่างกิริยาเป็นนารี  จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์ ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์ บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน เป็นสุภาพราบเรียบแลเจริญ คงมีผู้สรรเสริญอนงค์ทรง ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาด ว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์ ถึงรูปงามทรามสงวนนวลอนงค์ ไม่รู้จักแต่งทรงก็เสียงาม   Performance Art ของทันยลักษณ์ในนิทรรศการ “Violence and Harassment (The Gaze)” จะมีขึ้นอีกครั้งวันที่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 13.00 น. ณ ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนตัวนิทรรศการเปิดให้ชมได้ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2568 ถึง 15 ม.ค. 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ * ข่าว * สังคม * วัฒนธรรม * ทันยลักษณ์ มีชำนะ * เชียงใหม่ * นิทรรศการ * การล่วงละเมิดทางเพศ * ความรุนแรง * การคุกคาม
dlvr.it
December 22, 2025 at 11:03 AM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ไปเห็นคลิปในตตมาๆๆ ชาวรัฐกะเหรี่ยงปกาเกอะญอเค้าจะทอผ้า ผูกไว้ยาวๆเป็นร้อยผืนไว้กับโคม แล้วลอยขึ้นฟ้าช่วงปีใหม่ เป็นของขวัญ ถ้าตกที่ไหนก็มีแต่ความโชคดี เหมือนจะเป็นปีที่ 7?

ค้นดูเห็นโคมไปตกที่โคราช สุรินทร์ อุทัย ตาก นครสวรรค์ เห็นคลิปลงตตเต็มเลย ละงานประณีตมากๆๆ ชอบอะไรแบบนี้จังTT
December 22, 2025 at 1:07 PM
Reposted by นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ผมขอท่ดที่ผมจะโดนพรรคประชาธิปัตย์ตกด้วยสโลแกน "ทนหายใจ เปลี่ยนเป็น ไทยหายจน" 😢🙏
December 22, 2025 at 11:04 AM
เซ็ง เพจข้าราชการเชียงราย (ทั้งอบจ. ทั้งประชาสัมพันธ์) มีแต่โปรโมทดอกไม้งาม แต่การเลือกตั้งที่ครั้งนี้สำคัญมากๆ กลับไม่มีบอกเลย ฉันว่าคุณโดนแป้งแล้วครับ
December 21, 2025 at 8:48 AM