( drabble / one-shot account, 3 สาขาฟิค, กดอ่านจากพินได้เลยครัชต๋ม )
"เพราะงั้นพี่ต้องกินแครอทนะ เอ้า"
แซมยกฝอยของแครอทเกลี่ยไปมาอยู่บริเวณปากของก้อนขนสีส้ม ก่อนกระต่ายน้อยจะอ้างับอย่างไม่เต็มใจนัก
ดีนทำหน้าแหยออกมาทันใด เขาสังเกตแก้มกลมปุกปุยที่ค่อย ๆ เคี้ยวแครอทอย่างช้า ๆ พลันน้ำตาที่ค่อยรื้นขึ้นมาเพราะรสชาติที่ไม่โปรดปราน แซมมี่ลูบหัวปลอบประโลมเป็นรางวัลคนเก่ง
"เพราะงั้นพี่ต้องกินแครอทนะ เอ้า"
แซมยกฝอยของแครอทเกลี่ยไปมาอยู่บริเวณปากของก้อนขนสีส้ม ก่อนกระต่ายน้อยจะอ้างับอย่างไม่เต็มใจนัก
ดีนทำหน้าแหยออกมาทันใด เขาสังเกตแก้มกลมปุกปุยที่ค่อย ๆ เคี้ยวแครอทอย่างช้า ๆ พลันน้ำตาที่ค่อยรื้นขึ้นมาเพราะรสชาติที่ไม่โปรดปราน แซมมี่ลูบหัวปลอบประโลมเป็นรางวัลคนเก่ง
เป็นกระต่ายที่ดื้อเหมือนตอนเป็นคนไม่มีผิด
"ดีน ฟังนะ ฉันอ่านมาว่าถ้ากินอาหารผิดประเภท พี่อาจจะไม่ได้กลับไปเป็นคนอีก"
ทันใดนั้นเสียงฟุดฟิดก็เงียบลงในทันที กระต่ายดีนหันมาหาเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พลันรีบดีดตัวกระโดดมาหาแซมมี่อย่างร้อนรน สองขาหน้าตะปบตะกุยตะกายแขนของเขาด้วยความกระวนกระวาย
เป็นกระต่ายที่ดื้อเหมือนตอนเป็นคนไม่มีผิด
"ดีน ฟังนะ ฉันอ่านมาว่าถ้ากินอาหารผิดประเภท พี่อาจจะไม่ได้กลับไปเป็นคนอีก"
ทันใดนั้นเสียงฟุดฟิดก็เงียบลงในทันที กระต่ายดีนหันมาหาเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พลันรีบดีดตัวกระโดดมาหาแซมมี่อย่างร้อนรน สองขาหน้าตะปบตะกุยตะกายแขนของเขาด้วยความกระวนกระวาย
ทันทีที่ขาถึงพื้น สองขาก็ดีดตัวออกแรงกระโดดหย็อง ๆ ตรงไปหาแฮมเบอร์เกอร์ในทันที
“ไม่เอาน่า ดีน อย่าดื้อสิ เป็นกระต่ายต้องเป็นเด็กดีรู้มั้ย”
แซมมี่ทำท่าจะเดินเข้าไปจับอีกครั้ง กระต่ายตัวน้อยก็นั่งบนขาหลังตัวตรงหูตั้ง ขาหน้ายกขึ้นพร้อมแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่เบา ๆ จนแซมต้องยกธงขาวและถอยออกมาก่อน
เขาเอื้อมมือจะไปหยิบจานเบอร์เกอร์ออกมา แต่ดีนก็ยกขาหน้าตีเข้าที่มือเขา
ทันทีที่ขาถึงพื้น สองขาก็ดีดตัวออกแรงกระโดดหย็อง ๆ ตรงไปหาแฮมเบอร์เกอร์ในทันที
“ไม่เอาน่า ดีน อย่าดื้อสิ เป็นกระต่ายต้องเป็นเด็กดีรู้มั้ย”
แซมมี่ทำท่าจะเดินเข้าไปจับอีกครั้ง กระต่ายตัวน้อยก็นั่งบนขาหลังตัวตรงหูตั้ง ขาหน้ายกขึ้นพร้อมแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่เบา ๆ จนแซมต้องยกธงขาวและถอยออกมาก่อน
เขาเอื้อมมือจะไปหยิบจานเบอร์เกอร์ออกมา แต่ดีนก็ยกขาหน้าตีเข้าที่มือเขา
เมื่อเห็นกระต่ายดีนตัวน้อยทำท่าฟุดฟิดอยู่รอบแฮมเบอร์เกอร์ที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์ครัว แซมมี่ก็พลันรีบปรี่มาหิ้วกระต่ายตัวซนออกในทันควัน ก่อนจะป้อนแครอทในมือที่เขายืนปอกอยู่เมื่อครู่
“พี่กินอันนี้ได้ หิวก็กินอันนี้สิ”
กระต่ายดีนทำจมูกฟุดฟิดไปตามแครอทและมือของเขา สองขายกขึ้นดีดถีบมือของแซมมี่ออกจนแครอทตกพื้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก พลันออกแรงดิ้นจนน้องชายต้องเอาไปวางลงบน
เมื่อเห็นกระต่ายดีนตัวน้อยทำท่าฟุดฟิดอยู่รอบแฮมเบอร์เกอร์ที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์ครัว แซมมี่ก็พลันรีบปรี่มาหิ้วกระต่ายตัวซนออกในทันควัน ก่อนจะป้อนแครอทในมือที่เขายืนปอกอยู่เมื่อครู่
“พี่กินอันนี้ได้ หิวก็กินอันนี้สิ”
กระต่ายดีนทำจมูกฟุดฟิดไปตามแครอทและมือของเขา สองขายกขึ้นดีดถีบมือของแซมมี่ออกจนแครอทตกพื้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก พลันออกแรงดิ้นจนน้องชายต้องเอาไปวางลงบน
“ฉันจะลองไปสืบดูว่าพอจะมีทางแก้ได้ไหม ไว้ฉันจะติดต่อไป“
แคสเทียลส่งกระต่ายคืนให้กับแซม ก่อนจะรีบขึ้นรถและขับออกไปในทันใด ทิ้งไว้เพียงแซมมี่กับกระต่ายดีนที่ตอนนี้กำลังดุ้กดิ้กอยู่ในอ้อมแขนของเขา พยายามซุกหาไออุ่น
เพราะน่ารักเกินจนทน วินเชสเตอร์คนน้องจึงลูบหัวกระต่ายซุกซนไปหนึ่งที
“ฉันจะลองไปสืบดูว่าพอจะมีทางแก้ได้ไหม ไว้ฉันจะติดต่อไป“
แคสเทียลส่งกระต่ายคืนให้กับแซม ก่อนจะรีบขึ้นรถและขับออกไปในทันใด ทิ้งไว้เพียงแซมมี่กับกระต่ายดีนที่ตอนนี้กำลังดุ้กดิ้กอยู่ในอ้อมแขนของเขา พยายามซุกหาไออุ่น
เพราะน่ารักเกินจนทน วินเชสเตอร์คนน้องจึงลูบหัวกระต่ายซุกซนไปหนึ่งที
“กระต่ายตัวนี้คือดีนจริง ๆ”
“นายพอเคยเจออะไรที่ทำให้คนกลายเป็นสัตว์มาก่อนบ้างมั้ย ฉันคิดว่านี่อาจเป็นฝีมือของแม่มด แต่ลองโทรถามโรวีน่าดูแล้วหล่อนก็บอกว่าไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน“
กระต่ายดีน(?)เริ่มดีดดิ้นเมื่อมือของแคสเทียลสัมผัสโดนในจุดที่ไม่ควรสัมผัส พลันงับเข้าที่ปลายนิ้วของนางฟ้าด้วยแรงไม่น้อยนัก จนแคสเทียลสะดุ้ง เทวดาหนุ่มเอ่ยกระซิบขอโทษเบา ๆ
“กระต่ายตัวนี้คือดีนจริง ๆ”
“นายพอเคยเจออะไรที่ทำให้คนกลายเป็นสัตว์มาก่อนบ้างมั้ย ฉันคิดว่านี่อาจเป็นฝีมือของแม่มด แต่ลองโทรถามโรวีน่าดูแล้วหล่อนก็บอกว่าไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน“
กระต่ายดีน(?)เริ่มดีดดิ้นเมื่อมือของแคสเทียลสัมผัสโดนในจุดที่ไม่ควรสัมผัส พลันงับเข้าที่ปลายนิ้วของนางฟ้าด้วยแรงไม่น้อยนัก จนแคสเทียลสะดุ้ง เทวดาหนุ่มเอ่ยกระซิบขอโทษเบา ๆ
เหมือนจริง ๆ
“มันเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เราเป่ายิงฉุบกันบนรถว่าใครจะเป็นคนไปซื้อของกินที่ร้านฟาสต์ฟู้ดที่ห่างออกไปสองบล็อกและฉันแพ้ พอฉันออกไปซื้อ กลับมาอีกทีกระต่ายตัวจ้อยนี่ก็โผล่มาแทนที่ดีน” แซมสรุปสถานการณ์อย่างยาวเหยียด ขณะที่แคสเทียลยังคงพลิกเจ้ากระต่าย
เหมือนจริง ๆ
“มันเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เราเป่ายิงฉุบกันบนรถว่าใครจะเป็นคนไปซื้อของกินที่ร้านฟาสต์ฟู้ดที่ห่างออกไปสองบล็อกและฉันแพ้ พอฉันออกไปซื้อ กลับมาอีกทีกระต่ายตัวจ้อยนี่ก็โผล่มาแทนที่ดีน” แซมสรุปสถานการณ์อย่างยาวเหยียด ขณะที่แคสเทียลยังคงพลิกเจ้ากระต่าย
ดินแดนแห่งฝันนั้น อยู่ไม่ไกลไปจากแดนนรกโลกันต์มากเท่าไหร่นัก
บ้างก็ว่าแท้จริงแล้ว ความฝันนั้นเป็นดินแดนขั้นกลางระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตาย หากหลับฝันแล้วตื่นขึ้น นับว่าเป็นเรื่องโชคดีนัก แต่หากหลับฝันแล้วถลำลึกจนไม่อาจฟื้นคืนได้อีก นับว่าเป็นเรื่องโชคร้ายยิ่ง
ความคิดนั้นแว้บเข้าหัวของเขามานับครั้งไม่ถ้วน ในตอนที่ได้นั่งเล่นเกมข้างเคียง พลันลอบมองริมฝีปากที่พูดเจี้ยวจ้าวโวยวายไม่หยุดนั่น
เขาสงสัยว่าสัมผัสของจูบ จะนุ่มนิ่มและรู้สึกดีเหมือนอย่างที่เคยดูมาหรือไม่
เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่มีเตาผิงไฟในฤดูหนาว, ตัวของดีนอุ่น อุ่นมาก อาจเพราะเป็นมนุษย์ เขาอธิบายไม่ถูกว่ามันคือกลิ่นอะไร อาจเป็นกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือน้ำหอมผสมกัน หรือกลิ่นบางอย่างที่ลอยฟุ้งในบังเกอร์
แคสรู้เพียงแต่ว่า มันหอม "เธอตัวหอม"
ดีนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น และกดศีรษะของเขาให้แนบชิด
"งั้นก็อย่าพึ่งขยับไปไหนแล้วกัน"
end
และคุณ, ฮันนิบาล คนที่เกลียดคนที่ทำตัวหยาบคายยิ่งกว่าใคร แต่กลับหลงใหลในวิล, คนที่หยาบคายกับคุณที่สุดในโลกตั้งแต่แรกเห็น
”มันจะเจ็บนิดหน่อย คุณไม่จำเป็นต้องมองมันหรอก”
ผมนั่งนิ่ง มองเนื้อแขนของตนที่ถูกเฉือนออกไปอย่างประณีต
“การหั่นแนวขวางลายเนื้อจะทำให้เวลาย่างเนื้อจะนุ่มกว่าหั่นตามลายเนื้อ และเวลาหมักซอสจะเข้าถึงตัวเนื้อได้ชุ่มยิ่งกว่า“
“ผมจะพาคุณไปในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ในที่ที่ไม่มีใครตามหาคุณเจอ ที่ที่สันติสุขจะนำมาซึ่งเราทั้งสอง ที่ที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจแยกเราออกจากกัน”
ผมหลับตาลง แม้ร่างกายรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงและแรงลมที่ตีตื้นขึ้น หากจิตใจกลับสงบนิ่ง
ผมยิ้มอ่อน ในตอนที่ศาสตราจารย์คนเก่งเก็บของบนโต๊ะและเดินมาทางผม
“ผมมีเวลาให้คุณเสมออยู่แล้ว” ผมตอบ “คุณไปไหนต่อรึเปล่า จะว่าอะไรไหมถ้าคุณจะให้เกียรติมาทานอาหารบ้านผมสักหน่อย”
เราก้าวเดินไปด้วยกัน วิลเงียบไปครู่หนึ่ง
ตัวของเขาอุ่นอยู่เสมอ, เพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้วความอบอุ่นก็เคลื่อนที่จากผิวกายแผ่ขยายไปทั่วร่างราวกับกำลังผิงไฟ
ผิวหนังที่หยาบกร้านเพราะไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองมากนัก ทว่าน่าประหลาดที่ตัวเขา, ฮันนิบาล ชอบสัมผัสมันเหลือเกิน