รอยยิ้มหย่อนยานดูไร้หัวคิดระบายออกอย่างเฉื่อยชา
ปลายนิ้วไล้เกลี่ยเส้นผมสีหมึกขึ้นแตะที่ริมฝีปาก
ร่างกายไร้ลมหายใจในสภาพเปลือยเปล่า ร่างบอบบางดั่งตุ๊กตาแก้วถูกจัดท่าทางให้อยู่ในท่านั่ง โดยมีชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่นอนพาดอยู่บนตักที่มีผิวหนังเย็นเฉียบ
" ครั้งนี้คิดดับลมหายใจตัวเองหรือ "
ไร้เสียงใดๆตอบกลับมา
ชายหนุ่มเฝ้ารออยู่บนตัก
รอยยิ้มหย่อนยานดูไร้หัวคิดระบายออกอย่างเฉื่อยชา
ปลายนิ้วไล้เกลี่ยเส้นผมสีหมึกขึ้นแตะที่ริมฝีปาก
ร่างกายไร้ลมหายใจในสภาพเปลือยเปล่า ร่างบอบบางดั่งตุ๊กตาแก้วถูกจัดท่าทางให้อยู่ในท่านั่ง โดยมีชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่นอนพาดอยู่บนตักที่มีผิวหนังเย็นเฉียบ
" ครั้งนี้คิดดับลมหายใจตัวเองหรือ "
ไร้เสียงใดๆตอบกลับมา
ชายหนุ่มเฝ้ารออยู่บนตัก
เมื่อเช้าฝันว่ากำลังยืนดูน้ำพุที่มีรูปปั้นเทพหญิงสององค์ตรงกลาง พวกเขาสวมกอดกันแน่นแฟ้น เนื้อเบียดเนื้อ ผสมกลมกลืน เกือบดูไม่ออกว่านี่คือรูปอะไรถ้าน้ำไม่ไหลตัดกับแสงไฟพาดผ่านคอยคลำหารอยร้าวของทั้งสอง
(สิ่งนี้อยู่ทางขวา ส่วนทางซ้ายมีห้างน้อยตั้ง ท้ายซอยมีที่ทำงานแฟน)
เมื่อเช้าฝันว่ากำลังยืนดูน้ำพุที่มีรูปปั้นเทพหญิงสององค์ตรงกลาง พวกเขาสวมกอดกันแน่นแฟ้น เนื้อเบียดเนื้อ ผสมกลมกลืน เกือบดูไม่ออกว่านี่คือรูปอะไรถ้าน้ำไม่ไหลตัดกับแสงไฟพาดผ่านคอยคลำหารอยร้าวของทั้งสอง
(สิ่งนี้อยู่ทางขวา ส่วนทางซ้ายมีห้างน้อยตั้ง ท้ายซอยมีที่ทำงานแฟน)
ว่ากันว่าท่านนายพลจิ่งหยวนมีคนรักอยู่คนหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือตอนไหนที่พวกเค้าทั้งสองคนได้เจอกัน พบรัก และเชื่อมสัมพันธ์
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจริงแน่นอน โดยรู้กันผ่านคำลือบอกต่อ ภายในเรือรบเซียนโจวคือ นายพลผู้นั้นได้พบรักแท้ มัวเมาลุ่มหลง ดื่มด่ำน้ำผึ้งหวานอยู่หลังประตูบานใหญ่ที่พำนักเพียงผู้เดียว
ยามกลางวันง่วงเหงาซึมเซา ตกเย็นเฝ้ารอ กลางคืนดื่มด่ำ เป็นเช่นนี้ร่ำไป
ว่ากันว่าท่านนายพลจิ่งหยวนมีคนรักอยู่คนหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือตอนไหนที่พวกเค้าทั้งสองคนได้เจอกัน พบรัก และเชื่อมสัมพันธ์
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจริงแน่นอน โดยรู้กันผ่านคำลือบอกต่อ ภายในเรือรบเซียนโจวคือ นายพลผู้นั้นได้พบรักแท้ มัวเมาลุ่มหลง ดื่มด่ำน้ำผึ้งหวานอยู่หลังประตูบานใหญ่ที่พำนักเพียงผู้เดียว
ยามกลางวันง่วงเหงาซึมเซา ตกเย็นเฝ้ารอ กลางคืนดื่มด่ำ เป็นเช่นนี้ร่ำไป