สีหน้าของเจ้าบ้านยังคงเรียบนิ่งแม้จะกล่าวตำหนิไปเช่นนั้น เขาเดินตามไปหยิบอุปกรณ์ในมือของชายผมแดงออกมาถือไว้เอง แล้วจึงผายมือไปยังโต๊ะทานข้าวตัวยาวสุดหรูหราอย่างกับหลุดออกมาจากหนังสักเรื่อง ครบสูตรคฤหาสน์คนรวยขนานแท้
"ล้างมือแล้วไปนั่งรอก็พอ"
สีหน้าของเจ้าบ้านยังคงเรียบนิ่งแม้จะกล่าวตำหนิไปเช่นนั้น เขาเดินตามไปหยิบอุปกรณ์ในมือของชายผมแดงออกมาถือไว้เอง แล้วจึงผายมือไปยังโต๊ะทานข้าวตัวยาวสุดหรูหราอย่างกับหลุดออกมาจากหนังสักเรื่อง ครบสูตรคฤหาสน์คนรวยขนานแท้
"ล้างมือแล้วไปนั่งรอก็พอ"
หันไปตอบด้วยสีหน้าที่ยากจะเดาว่าแค่เออออรับมุกตาม หรือว่าซื่อจริง ๆ กันแน่ เขารอให้แขกที่เก็บมาจากข้างทางลงไปจากเบาะก่อน ตัวเองถึงจะขยับจอดจักรยานให้เข้าที่ของมัน
ใช้เพียงสายตาในการเชิญชวนให้เดินตาม เมื่อผ่านประตูบานใหญ่แล้วก็พบกับห้องโถงกว้างขวาง ชนิดที่ถ้าไม่มีคนนำทางคงเลือกไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดีก่อน
"ฉันจะทำมื้อเย็น นายจะกินด้วยไหม"
หันไปตอบด้วยสีหน้าที่ยากจะเดาว่าแค่เออออรับมุกตาม หรือว่าซื่อจริง ๆ กันแน่ เขารอให้แขกที่เก็บมาจากข้างทางลงไปจากเบาะก่อน ตัวเองถึงจะขยับจอดจักรยานให้เข้าที่ของมัน
ใช้เพียงสายตาในการเชิญชวนให้เดินตาม เมื่อผ่านประตูบานใหญ่แล้วก็พบกับห้องโถงกว้างขวาง ชนิดที่ถ้าไม่มีคนนำทางคงเลือกไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดีก่อน
"ฉันจะทำมื้อเย็น นายจะกินด้วยไหม"
เป็นอย่างที่คิด ว่าชายที่ส่วนสูงราวสองเมตรสองคนบนจักรยานคันเดียวกัน—น้ำหนักรวมแล้วคงไม่น้อยเลย เขาใช้เวลาสักพักถึงจะคุ้นชินกับแรงขาที่ต้องใช้ ไม่นานก็ขี่ได้อย่างมั่นคง รับกับสายลมที่พัดผ่านผิวกายไป
เป็นอย่างที่คิด ว่าชายที่ส่วนสูงราวสองเมตรสองคนบนจักรยานคันเดียวกัน—น้ำหนักรวมแล้วคงไม่น้อยเลย เขาใช้เวลาสักพักถึงจะคุ้นชินกับแรงขาที่ต้องใช้ ไม่นานก็ขี่ได้อย่างมั่นคง รับกับสายลมที่พัดผ่านผิวกายไป
สีหน้าของเขาบ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิดอยู่อีกครั้ง พร้อมทั้งเหลือบมองเบาะซ้อนหลัง สลับกับชายผมแดงตรงหน้าที่ตัวพอ ๆ กันแถมยังมีสัมภาระอื่นอีก
…ก็คงต้องลอง
"มาลองนั่งซ้อนท้ายสิ"
สีหน้าของเขาบ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิดอยู่อีกครั้ง พร้อมทั้งเหลือบมองเบาะซ้อนหลัง สลับกับชายผมแดงตรงหน้าที่ตัวพอ ๆ กันแถมยังมีสัมภาระอื่นอีก
…ก็คงต้องลอง
"มาลองนั่งซ้อนท้ายสิ"
ทำเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้โต้เถียงอะไรกลับไปเรื่องล่าผีด้วย เขาไม่จำเป็นต้องแก้ตัวใด ๆ เลย เมื่อไม่มีอะไรบดบังก็สังเกตเห็นรอยแผลเป็นโดดเด่นของอีกฝ่าย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไปอยู่ดี
นัยน์ตาสีทองชำเลืองขึ้นมองฟ้า ลมเริ่มพัดแรงและพากลิ่นฝนจากที่ไกล ๆ มาพร้อมกับมันด้วย
"ถ้าไม่ได้หลงมา ก็ขอให้โชคดี"
เอ่ยแค่นั้น เท้ายกขยับวางบนบันไดจักรยานพร้อมออกตัวต่อ
ทำเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้โต้เถียงอะไรกลับไปเรื่องล่าผีด้วย เขาไม่จำเป็นต้องแก้ตัวใด ๆ เลย เมื่อไม่มีอะไรบดบังก็สังเกตเห็นรอยแผลเป็นโดดเด่นของอีกฝ่าย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไปอยู่ดี
นัยน์ตาสีทองชำเลืองขึ้นมองฟ้า ลมเริ่มพัดแรงและพากลิ่นฝนจากที่ไกล ๆ มาพร้อมกับมันด้วย
"ถ้าไม่ได้หลงมา ก็ขอให้โชคดี"
เอ่ยแค่นั้น เท้ายกขยับวางบนบันไดจักรยานพร้อมออกตัวต่อ
ถามไปอย่างนั้น หากมาล่าท้าผีจริงคงจะไม่หิ้วสัมภาระพะรุงพะรังมากขนาดนี้หรอก
เขาหยุดจักรยานลงด้านข้างชายแปลกหน้า สายตามองเชิงสำรวจอีกครั้ง เพราะตัวเขาเองก็รู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ห่างไกลจากชุมชนอื่น ๆ มากเพียงใด หากไม่ได้มีธุระอะไรจำเป็นก็คงไม่มีใครมา
"มาไกลเหมือนกันนะ"
ถามไปอย่างนั้น หากมาล่าท้าผีจริงคงจะไม่หิ้วสัมภาระพะรุงพะรังมากขนาดนี้หรอก
เขาหยุดจักรยานลงด้านข้างชายแปลกหน้า สายตามองเชิงสำรวจอีกครั้ง เพราะตัวเขาเองก็รู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ห่างไกลจากชุมชนอื่น ๆ มากเพียงใด หากไม่ได้มีธุระอะไรจำเป็นก็คงไม่มีใครมา
"มาไกลเหมือนกันนะ"
อย่างน้อยการแต่งตัวที่ดูสบาย ๆ อย่างเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงขายาวและรองเท้าบูทสีดำ รวมไปถึงหมวกฟางถักที่ห้อยคออยู่แนบหลังก็บ่งบอกได้ว่าเขาคนนี้อาจเป็นคนในพื้นที่นั่นเอง
อย่างน้อยการแต่งตัวที่ดูสบาย ๆ อย่างเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงขายาวและรองเท้าบูทสีดำ รวมไปถึงหมวกฟางถักที่ห้อยคออยู่แนบหลังก็บ่งบอกได้ว่าเขาคนนี้อาจเป็นคนในพื้นที่นั่นเอง
"หลงมาเหรอ ?"
คำถามเปรยแทรกลมที่พัดผ่านอีกระลอก น้ำเสียงฟังดูไม่ได้ใจร้ายอย่างที่หน้าตากำลังแสดงออก
"หลงมาเหรอ ?"
คำถามเปรยแทรกลมที่พัดผ่านอีกระลอก น้ำเสียงฟังดูไม่ได้ใจร้ายอย่างที่หน้าตากำลังแสดงออก
แต่ครั้งนี้อาจเป็นโชคดีของผู้มาเยือนไม่ได้รับเชิญ ที่สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเรื่องราวข่าวลือชวนขนหัวลุก หรือเป็นดังที่หนังหรือการ์ตูนทำออกมาให้รับชมกัน
แต่ครั้งนี้อาจเป็นโชคดีของผู้มาเยือนไม่ได้รับเชิญ ที่สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเรื่องราวข่าวลือชวนขนหัวลุก หรือเป็นดังที่หนังหรือการ์ตูนทำออกมาให้รับชมกัน