เปิดกลลวงงานสบายรายได้ดี หลอกวัยรุ่นเกาหลีใต้ไปเป็นแรงงานทาส ‘สแกมเมอร์’ ในกัมพูชา
เปิดกลลวงงานสบายรายได้ดี หลอกวัยรุ่นเกาหลีใต้ไปเป็นแรงงานทาส ‘สแกมเมอร์’ ในกัมพูชา
ภาพปก: ในรายงานของ Hankook Ilbo เมื่อ 16 ต.ค. 68 พบว่าสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวเกาหลีด้วย กำลังขนจอมอนิเตอร์และสัมภาระออกไปด้านนอก เตรียมย้ายฐานที่ตั้ง
See Think
Fri, 2025-10-17 - 16:47
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เพิ่งจะประกาศในสัปดาห์นี้ว่าจะมีการส่งทีมปฏิบัติการเข้าไปที่กัมพูชา และสั่งห้ามพลเมืองเดินทางไปที่บางพื้นที่ของกัมพูชา แสดงให้เห็นว่าทางการเกาหลีใต้เริ่มเอาจริงเอาจังมากขึ้นในเรื่องปัญหาสแกมเมอร์ อะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทางการเกาหลีใต้เริ่มยกระดับการปฏิบัติการ และแก๊งอาชญากรรมในกัมพูชาใช้วิธีการไหนในการล่อลวงชาวเกาหลีใต้ไปเป็นเหยื่อได้เป็นจำนวนมาก
กรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีในกัมพูชากลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสนใจต่อกรณีการล่อลวงและลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ไปคุมขังเพื่อบังคับใช้แรงงานสแกมเมอร์ ซึ่งมีการทารุณกรรมและการสังหารเกิดขึ้น ในแหล่งอาชญากรรมเหล่านั้น
กรณีที่เกิดขึ้นกับนักศึกษารายดังกล่าวนี้ เป็นการพบศพเมื่อที่จังหวัดกำปต ประเทศกัมพูชา มีการสันนิษฐานว่าเขาน่าจะถูกสังหารโดยแก๊งอาชญากรรมจีนที่เข้าไปตั้งศูนย์สแกมเมอร์ที่นั่น หลังจากที่แก็งค้ามนุษย์เหล่านี้ทำการล่อลวงเขาด้วยโฆษณาจ้างงานที่อ้างว่าเป็น "งานรายได้สูงในต่างประเทศ" แต่กลับลักพาตัวเขาเพื่อค้ามนุษย์และส่งไปบังคับใช้แรงงานที่แหล่งสแกมเมอร์
เรื่องดังกล่าวนี้ทำให้ทางการเกาหลีใต้แถลงเกี่ยวกับการพยายามแก้ปัญหา โดยผลักดันให้ตำรวจเอาจริงเอาจังมากขึ้น เนื่องจากพบว่าแก๊งมิจฉาชีพในกัมพูชาล่อลวงชาวเกาหลีใต้เพิ่มมากขึ้น โดยมีทั้งกรณีการลักพาตัว, กักขังหน่วยเหนี่ยวอย่างผิดกฎหมาย และกรณีการถูกสังหาร
ประธานาธิบดี อีแจมย็อง ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมาให้มีการสั่งห้ามการเดินทางไปยังบางพื้นที่ของกัมพูชา เพราะกลัวเรื่องที่ชาวเกาหลีใต้จะถูกล่อลวงไปทำงานที่ศูนย์สแกมเมอร์ เช่น พื้นที่ภูเขาโบโก จังหวัดกำปต, เมืองบาเวต และเมืองปอยเปต โดยจะมีบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้
นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังได้ส่งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินที่ประกอบด้วยตำรวจและหน่วยสืบราชการลับของเกาหลีใต้เข้าไปที่กัมพูชาด้วย อีกทั้งยังมีแผนการเพิ่มความร่วมมือทางการทูตกับกัมพูชาเพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งตัวชาวเกาหลีใต้กลับประเทศและให้ตำรวจทำการสืบสวนร่วมกับทางการกัมพูชาเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีในกัมพูชา
หน่วยงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้เคยแถลงไว้ก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาวางแผนจะประสานงานกับทางการกัมพูชาในการจัดตั้งหน่วยตำรวจ "แผนกเกาหลี" เพิ่มเข้าไปในตำรวจท้องที่ของกัมพูชาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวสัญชาติเกาหลีใต้
ทางการเกาหลีใต้ระบุว่ากลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่ก่อเหตุล่อลวงเช่นนี้ เดิมทีเคยเน้นตั้งศูนย์ก่อเหตุอยู่ตามชายแดน "สามเหลี่ยมทองคำ" ระหว่างสามประเทศคือ ไทย, พม่า, ลาว แต่ในตอนนี้ไปย้ายฐานไปอยู่ที่กัมพูชา โดยมีการตั้งแก๊งหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงด้วยเสียงปลอม (voice phishing) การสแกมด้วยการหลอกให้รัก การล่อลวงลงทุนคริปโต และการพนันผิดกฎหมาย
องค์กรแอมเนสตีนำเสนอรายงานว่าทั่วประเทศกัมพูชามีแหล่งปฏิบัติการสแกมเมอร์ หรือศูนย์หลอกลวงต้มตุ๋นออนไลน์อยู่มากกว่า 50 แห่ง โดยที่ในปี 2568 มีชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวไปกักขังที่ศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชารวมแล้ว 252 ราย
ข้อมูลของ พักชานแด ส.ส.พรรคประชาธิปไตยเกาหลี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่ากรณีที่ชาวเกาหลีใต้ถูกล่อลวงผ่านโฆษณาจ้างงานนั้นมีเพิ่มขึ้นจากแต่ 1 รายในปี 2565 กลายเป็น 220 รายในปี 2567 และในปีนี้ ก็มีรายงานกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นแล้ว 330 กรณี จากข้อมูลที่รวบรวมมาจนถึงเดือนสิงหาคม
แก๊งอาชญากรหันมาล่อลวงด้วยข้ออ้าง "จ้างงานรายได้ดี" เพิ่มมากขึ้น
มีการตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มแก๊งอาชญากรได้ใช้วิธีการล่อลวงเหยื่อด้วยการอ้างว่ามีงานรายได้ดีให้ทำ โดยได้ไปโพสต์ในพื้นที่จัดหางานต่างๆ ของโลกออนไลน์ ซึ่งมักจะมีการใช้คำโฆษณาจำพวกนี้ปรากฏขึ้นบ่อยๆ เช่นว่า "ทำรายได้หลายล้านวอนต่อเดือน" หรือ "โอกาสทำงานในต่างประเทศ" โดยอ้างว่าพวกเขาจะได้เดินทางไปทำงานที่ จีน, เวียดนาม, ไทย หรือกัมพูชา
ข้อความโฆษณาเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏแค่ในเว็บไซต์ภาษาเกาหลีในสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังปรากฏในกระดานหางานสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วย โดยอ้างว่าเป็นการจ้างงานเต็มเวลาของบริษัทต่างชาติในสาขาย่อยที่ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รูปแบบงานส่วนใหญ่ที่โพสต์มักจะระบุว่าเป็นงานแบบ "การตลาดผ่านทางโทรศัพท์" หรือที่เรียกว่า "เทเลมาร์เก็ตติง" นอกจากนี้ยังระบุว่าพนักงานจะได้รับที่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา มีอาหารฟรี และมีค่าตั๋วเครื่องบินให้ ระบุว่าจะมีเงินเดือนให้ระหว่าง 10-20 ล้านวอน (ราว 229,000-458,000 บาท) แต่แทนที่โพสต์เหล่านี้จะให้ข้อมูลติดต่อของบริษัท พวกเขากลับให้ไอดีของเทเลแกรมทิ้งไว้ โดยสัญญาว่าจะติดต่อสื่อสารกับผู้หางานแบบตัวต่อตัวโดยไม่ได้ระบุตัวตนของผู้จ้างวานให้เห็น
มีตัวอย่างโฆษณาหางานชิ้นหนึ่งที่โพสต์ในเว็บไซต์หางานของมหาวิทยาลัยระบุว่า "ถ้าหากคุณกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินเลี้ยงชีพในเกาหลี หรือแค่โลภอยากได้เงิน พวกเราก็ต้อนรับคุณ จะมาเป็นคู่รัก หรือเป็นเพื่อนกันก็ยังได้ ยังไงก็ขอให้มาที่นี่ แล้วพร้อมที่จะทำเงิน พวกเราทุกคนต่างก็เคยล้มเหลวมาก่อน แล้วจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ"
มีอยู่อีกโพสต์หนึ่งที่พยายามทำให้ผู้สมัครไว้วางใจด้วยการระบุว่า "ไม่มีการทำร้ายหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวแน่นอน"
สื่อจุงอังอิลโบ ของเกาหลีเคยส่งข้อความทางเทเลแกรมไปให้กับผู้รับสมัครงาน พวกเขาได้รับการตอบกลับมาว่า งานจะอยู่ที่สิหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เพราะเมื่อถามถึงเงินเดือน ผู้จ้างก็บอกว่าจะได้เบื้องต้นราว 65,000 บาทต่อเดือน และมีโอกาสจะทำยอดได้เพิ่มขึ้นเป็น 200,000 กว่าบาทต่อเดือนได้ อีกทั้งยังบอกว่าจะจัดหาที่พัก เป็นห้องในหอพักสำหรับสองคนให้ด้วย
มีอยู่รายหนึ่งที่ยอมรับตรงๆ เลยว่าเป็นงานสแกมแต่ก็บอกว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือลักพาตัว ผู้จ้างวานรายนี้บอกว่าพวกเขามีบริษัทตั้งอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุ แล้วก็ยอมรับตรงๆ เลยว่าเป็นงานหลอกลวงต้มตุ๋น และเมื่อถามต่อไปว่าเป็นงานแบบหลอกลวงด้วยเสียงปลอมใช่หรือไม่ พวกเขาก็ตอบว่าเป็นงานแนว "หลอกให้ลงทุนมากกว่า" นอกจากนี้ยังอ้างว่าพวกเขา "ตั้งบริษัทมา 4-5 ปีแล้ว" และอ้างว่า "ถ้ามีปัญหาอย่างการลักพาตัวหรือทำร้ายร่างกายจริง พวกเราก็ถูกปิดไปแล้ว พวกเราพยายามรักษาบรรยากาศที่ดีไว้"
สื่อเกาหลีตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้จ้างงานสแกมเมอร์น่าจะรับรู้ว่าพวกเขาตกเป็นที่จับตามองของสื่อมากขึ้น พวกเขาจึงยอมรับในทำนองว่าเป็นงานสแกมแต่ก็ปฏิเสธข้อหาเรื่องการทำร้ายหรือลักพาตัว อ้างว่าเป็น "สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทธุรกิจมืด" และบอกว่า "มันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราเลย"
มีอีกรายหนึ่งที่ยอมรับว่าพวกเขา "ทำงานหลอกลวงด้วยเสียงปลอม" แล้วก็ถามผู้สมัครว่า "คุณโอเคไหม" มีการชี้แจงรายละเอียดเลยว่างานของพวกเขาคือการทำหน้าที่ "สวมรอยเลียนแบบอัยการ" เป็นงานที่ไม่ต้องอาศัยประสบการณ์ เพียงแค่อยากทำเงินแล้วก็จะได้เงินตามงานที่ทำสำเร็จโดยจะได้รับส่วนแบ่งร้้อยละ 6 จากจำนวนเงินที่หลอกจากเหยื่อมาได้
ผู้จ้างรายเดียวกันนี้อ้างด้วยว่า เหตุการณ์เลวร้ายในหน้าข่าวที่เกิดขึ้นที่ศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชานั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแต่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล พวกเขาตั้งอยู่ในเมืองจึงเชื่อได้ว่า "มีความปลอดภัยมากกว่า" อีกทั้งยังอ้างว่าผู้สมัครงานสามารถ "เดินทางไปกลับเกาหลีได้อย่างอิสระ"
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
* ปี 2568 ชาวเกาหลีใต้ถูกหลอก ไปเป็น 'สแกมเมอร์' ในกัมพูชาอย่างน้อย 252 ราย
กรณีที่ทำให้ทางการเกาหลีใต้ตื่นตัว แต่กัมพูชาได้ให้ความร่วมมือด้วยหรือไม่
นอกจากกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาที่กำปตเมื่อเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่กลายเป็นข่าวดังแล้ว เรื่องราวที่มีเหยื่อเป็นชาวเกาหลีใต้ถูกล่อล่วงไปทำงานก็ยังคงปรากฏในหน้าสื่ออยู่อีกหลายกรณี
ในกรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เมื่อตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่าจะตามหาชายชาวเกาหลีใต้อายุราว 30 ปีที่หายตัวไปหลังเดินทางไปกัมพูชา โดยที่ก่อนหน้านี้ชายผู้นี้ได้ติดต่อกลับหาครอบครัวผ่านทางเทเลแกรมอ้างว่าจะได้รับการปล่อยตัวถ้าหากส่งเงินให้เขา 20 ล้านวอน (ราว 458,000 บาท)
นอกจากนี้ยังมีเหยื่อรายอื่นๆ ที่ได้รับรายงานการหายตัวไปในช่วงใกล้เคียงกัน ซึ่งทางการเกาหลีใต้เชื่อว่าผู้คนเหล่านี้ต่างก็ถูกหลอกจากโฆษณาจ้างงาน แต่พอไปถึงกัมพูชาแล้วกลับถูกริบหนังสือเดินทาง โทรศัพท์ และสิ่งของมีค่าอื่นๆ ก่อนที่จะคุมขังพวกเขาแล้วบีบให้พวกเขาทำงานสแกมเมอร์
มีกรณีที่เป็นที่รู้จักอีกรายหนึ่งคือนักศึกษาเกาหลีใต้ที่ชื่อสมมติว่า "เอ" ถูกล่อลวงด้วยข้ออ้างการจ้างงาน ต่อมาก็พบว่าเสียชีวิตที่สถานประกอบอาชญากรรมที่เรียกชื่อว่า "Wench"
เหยื่ออีกรายหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาจากสถานกักกันในกัมพูชาเปิดเผยว่า เอ "ถูกทุบตีทำร้ายอย่างหนักจนเขาไม่สามารถเดินหรือหายใจได้ แล้วก็เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล"
ช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาก็มีการช่วยเหลือเหยื่อจากศูนย์อาชญากรรมสแกมเมอร์ได้อีก 2 ราย ชื่อสมมติว่า "ซี" และ "ดี" พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากโรงแรมที่จังหวัดพระสีหนุหลังจากที่ถูกคุมขังโดยแก๊งอาชญากรรมที่อยู่ในกัมพูชา
ผู้ที่ถูกล่อลวงเหล่านี้ถูกบังคับใช้แรงงานสแกมเมอร์ด้วยเสียงปลอมแต่ถ้าพวกเขาปฏิเสธก็จะถูกทุบตีด้วยท่อนเหล็กและถูกทารุณกรรมด้วยเครื่องช๊อตไฟฟ้า ทุกครั้งที่พวกเขาหมดสติก็จะสาดน้ำใส่ให้ตื่น
ถึงแม้ว่าจะมีเหยื่อรายหนึ่งที่สามารถส่งข้อความขอความช่วยเหลือผ่านทางเทเลแกรมได้ แต่แก๊งที่จับเขามาพบเห็นข้อความของเขาเสียก่อนจึงหลบหนีตำรวจไปได้ แก๊งอาชญากรขู่เหยื่อว่าจะ "เผาทั้งเป็น" ก่อนที่ตำรวจกัมพูชาจะทำการบุกทลายโรงแรมที่เป็นศูนย์สแกมเมอร์ เหยื่อเหล่านี้ถูกจับมาบังคับใช้แรงงานเป็นสแกมเมอร์มาเป็นเวลา 160 วันก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลิอ
กรณีอาชญากรรมต่อชาวเกาหลีใต้ที่เกิดถี่ขึ้นในกัมพูชา ตอกย้ำให้ทางการเกาหลีใต้เอาจริงเอาจังมากขึ้นกับปัญหานี้ และถึงแม้ว่าจะพยายามประสานความร่วมมือกับทางการกัมพูชาแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือมากเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับการประสานความร่วมมือกับชาติอื่นๆ ที่เคยทำมา
เช่นกรณีที่ทางการเกาหลีใต้ขอหลักฐานการชันสูตรศพนักศึกษาที่เสียชีวิตในกำปต และขอเข้าถึงรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ทางการกัมพูชาก็อ้างว่าการขอข้อมูลเหล่านี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการการช่วยเหลือทางกฎหมายร่วมกัน ซึ่งเป็นกระบวนการที่กินเวลามาก ต้องผ่านการอนุญาตจากทั้งกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงต่างประเทศจากทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ทางการกัมพูชาก็ทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีกโดยการเรียกร้องว่า ถ้าเกาหลีใต้อยากให้ช่วยเรื่องการส่งตัวผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมต่อชาวเกาหลีให้กับทางการเกาหลีใต้ พวกเขาก็ต้องส่งตัวชาวกัมพูชาฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
ยูแจซอง รักษาการ ผบ.ตร. เกาหลีใต้กล่าวว่า "ความร่วมมือทางตำรวจกับกัมพูชานั้นมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ... พวกเราต้องยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป"
อย่างไรก็ตามมีการเปรียบเทียบกับกรณีของญี่ปุ่นที่สามารถร่วมมือกับกัมพูชาในการช่วยเหลือประชาชนของตัวเองที่ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ออกจากประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญที่เรียกร้องให้เกาหลีใต้ขยายช่องทางปฏิสัมพันธ์กับกัมพูชาในทางการทูตมากขึ้นและส่งตัวหน่วยสืบสวนของตัวเองเข้าไปในกัมพูชา แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญอีกรายหนึ่งบอกว่าวิธีการทางการทูตอย่างเดียวยังไม่พอ เกาหลีใต้ควรจะส่งเจ้าหน้าที่บังคับกฎหมายของตัวเองเข้าไปที่กัมพูชาด้วย
จุงแจฮวาน ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยอินฮา เกาหลีใต้ กล่าวว่า "ถ้าหากตำรวจกัมพูชามีศักยภาพมากพอที่จะทลายเครือข่ายแก๊งอาชญากรรมได้จริง วิธีการทางการทูตอย่างเดียวก็อาจจะเพียงพอ ... แต่ภายใต้สภาพการณ์แบบนี้ เกาหลีจะต้องมีความแข็งขันในการที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจของตัวเองเข้าไป"
สื่อเกาหลีพบแหล่งสแกมเมอร์สลายตัว โยกย้าย หลบหนีจ้าละหวั่นในกัมพูชา
ขณะเดียวกันในรายงานล่าสุดวันนี้ (17 ต.ค.) ของ Korea Times รายงานว่าผู้สื่อข่าวของฮันกุกอิลโบ รายงานเมื่อ 16 ต.ค. ว่า ศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่หลายแห่งในกัมพูชาเริ่มถูกทิ้งร้าง หลังจากทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรประกาศยึดทรัพย์และคว่ำบาตรบริษัท Prince Group ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและค้ามนุษย์ข้ามชาติ
ภายในคอมเพล็กซ์ไท่จื่อ จังหวัดตาแก้ว ประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกร้องเรียนว่าเป็นแหล่งสแกมเมอร์ โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (16 ต.ค.) พบว่าภายในห้องพักถูกทิ้งร้าง และร่องรอยของการหลบหนีอย่างเร่งรีบ ที่มา: The Korea Times/Hankook Ilbo
ในรายงานของ YouTube/Hankook Ilbo เมื่อ 16 ต.ค. 68 พบว่าที่จังหวัดพระสีหนุ สมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวเกาหลีด้วย กำลังขนจอมอนิเตอร์และสัมภาระออกไปด้านนอก เตรียมย้ายฐานที่ตั้ง
โดยผู้สื่อข่าวฮันกุกอิลโบ ระบุว่ากลุ่มอาคารไท่จื่อในจังหวัดตาแก้ว ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาหารสูง 4 ชั้น 11 อาคาร รองรับแรงงานได้ถึง 5,000 คน ซึ่งเคยถูกร้องเรียนว่าเป็นแหล่งสแกมเมอร์ แต่เมื่อคณะเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบ กลับพบเพียงห้องว่าง เตียงสองชั้น และข้าวของที่ถูกทิ้งไว้ในความรีบร้อน
ชาวเกาหลีใต้ที่ติดตามลงพื้นที่ด้วยระบุกับสื่อว่า “คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะหนีได้รวดเร็วขนาดนั้น หากไม่มีคนในตำรวจท้องถิ่นช่วยแจ้งข่าว””
ไม่เพียงเท่านั้น ศูนย์หลอกลวงอีกสองแห่งใกล้กรุงพนมเปญคือ “วองกู” และ “แมงโก้” ที่เคยใช้เป็นฐานสแกมเมอร์แบบ คลิปเสียงลวง และการทรมานเหยื่อ ก็ถูกปิดเงียบ ขึ้นป้าย “ให้เช่า” แขวนอยู่หน้าทางเข้า ขณะที่ ที่จังหวัดพระสีหนุก็มีรายงานการขนย้ายอุปกรณ์และแรงงานจำนวนมากออกจากพื้นที่ คาดว่าเป็นการเคลื่อนย้ายศูนย์ไปยังจุดใหม่
นักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาชี้ว่า นี่ไม่ใช่สัญญาณของการสิ้นสุด แต่คือ “การย้ายฐาน” ของเครือข่ายอาชญากรรมไปยังพื้นที่ชายแดน เช่น ปอยเปต หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ไทย และเวียดนาม พร้อมเตือนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เหยื่อชาวเกาหลีที่ยังถูกคุมขังจะถูกย้ายตามไปด้วย “ยิ่งเวลาผ่านไป แก๊งเหล่านี้ยิ่งซ่อนตัวลึกขึ้น และการช่วยเหลือก็ยิ่งยากขึ้น”
อ๊ก แฮซิล รองประธานสมาคมชาวเกาหลีในกัมพูชา ซึ่งทำงานช่วยเหลือเหยื่อมากว่าสามปี ระบุว่า “นี่คือชั่วโมงทองของสัปดาห์สุดท้ายที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีโอกาสใช้กำลังตำรวจและกลไกรัฐในการช่วยเหลือผู้ถูกกักขัง ก่อนทุกอย่างจะจมหายไปในเงามืด”
ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจร่วมเกาหลี–กัมพูชา ประกาศจัดตั้งหน่วยงานฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือเหยื่อชาวเกาหลีและเตรียมส่งตัวผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีกลับประเทศโดยเร็ว แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในพื้นที่ ค่ายสแกมเหล่านี้อาจเพียงเปลี่ยนชื่อและย้ายที่ ตั้งต้นขบวนการใหม่ในประเทศเพื่อนบ้านภายในเวลาไม่นาน
ขณะเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ระบุว่ามีชาวเกาหลีใต้ 2 คน เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนในช่วงเช้า “บุคคลสองรายที่อยู่ในกระบวนการส่งกลับจากกัมพูชาได้เดินทางถึงสนามบินอินชอนแล้วในเช้าวันนี้”
เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งกล่าว พร้อมเสริมว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับทางการกัมพูชาเพื่อเร่งรัดการส่งตัวผู้ที่เหลือกลับประเทศโดยเร็วที่สุด
เมื่อเดินทางถึงเกาหลีใต้ ทั้งสองถูกส่งตัวให้กับสถานีตำรวจท้องที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่ในกลุ่มผู้ถูกส่งกลับได้ถูกตั้งข้อหาแล้ว และจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีกำหนดกลับมาในลำดับต่อไป
ตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่ามีชาวเกาหลีใต้ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา 63 ราย และจะดำเนินการส่งตัวชาวเกาหลีใต้ในรายที่มีหมายจับสากล (Interpol Red Notice) กลับมาก่อน ซึ่งหลังจากมีการส่งกลับล่าสุดนี้ จำนวนผู้ที่ยังอยู่ในความควบคุมของทางการกัมพูชาจึงลดเหลือ 61 คน เจ้าหน้าที่คาดว่ากระบวนการส่งตัวทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน มีรายงานด้วยว่า เกาหลีใต้กำลังพิจารณาใช้เที่ยวบินเช่าเหมาลำเพื่อเร่งการส่งตัวกลับทั้งหมด โดยคาดว่าอาจเริ่มต้นการส่งกลับครั้งใหญ่ได้เร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้
เรียบเรียงจาก
2 more Koreans repatriated from Cambodia as authorities target scam compounds, The Korea Times, 17-10-2025 https://www.koreatimes.co.kr/southkorea/law-crime/20251017/2-more-koreans-repatriated-from-cambodia-as-authorities-target-scam-compounds
As scam sites empty in Cambodia, Korean activist says this week is ‘last golden hour’ for rescues, The Korea Times, 17-10-2025 https://www.koreatimes.co.kr/southkorea/law-crime/20251017/as-scam-sites-empty-in-cambodia-korean-activist-says-this-week-is-last-golden-hour-for-rescues
South Korea bars travel to parts of Cambodia amid concerns over scam centres and reported kidnappings, CNA, 15-10-2025
https://www.channelnewsasia.com/asia/south-korea-cambodia-scam-centre-kidnappings-crime-5403341
False job ads from Southeast Asia continue to surface amid crimes against Korean nationals in Cambodia, Korean JoongAng Daily, 13-10-2025
https://koreajoongangdaily.joins.com/news/2025-10-13/national/socialAffairs/False-job-ads-from-Southeast-Asia-continue-to-surface-amid-crimes-against-Korean-nationals-in-Cambodia-/2418733
Korea finds efforts to work with Cambodia police tough going, Korea Herald, 13-10-2025
https://www.koreaherald.com/article/10592321
Cambodia fast becoming hotbed of crime targeting Koreans, Korea Times, 13-10-2025
https://www.koreatimes.co.kr/southkorea/law-crime/20251013/cambodia-fast-becoming-hotbed-of-crime-targeting-koreans
* ข่าว
* สิทธิมนุษยชน
* ต่างประเทศ
* ไอซีที
* กัมพูชา
* เกาหลีใต้
* อาชญากรรม
* สแกมเมอร์
* แก๊งคอลเซนเตอร์
* การหลอกลวง
* แก๊งอาชญากรรม
* อีแจมย็อง
* การบังคับใช้แรงงาน
* การค้ามนุษย์
* การล่อลวงจ้างงาน