[ คอนเท้นยูเมะจ๋าๆเชิญที่ @wwint91.bsky.social ]
"ซังอา... เธอจริงๆใช่มั้ยー?"
ขัอแรก ชายูจินไม่เรียกยุนซังอาว่า [เธอ] ห้วนๆ
และข้อที่สอง ถึงจะมาจากอเมริกา แต่เจ้าเด็กนี่มันไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเธอขนาดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เอาล่ะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย...
"ซังอา... เธอจริงๆใช่มั้ยー?"
ขัอแรก ชายูจินไม่เรียกยุนซังอาว่า [เธอ] ห้วนๆ
และข้อที่สอง ถึงจะมาจากอเมริกา แต่เจ้าเด็กนี่มันไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเธอขนาดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เอาล่ะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย...
ซังอานึกอยากจะขอความช่วยเหลือแทบขาดใจ แต่ในตอนนี้เธอก็ถูกคนที่เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้กอดเอาไว้เสียจนขยับตัวไม่ได้ สองมือแตะสัมผัสผ่านไปตามร่างกายตั้งแต่ช่วงเอวจนถึงหัวคล้ายกำลังหวาดระแวงหรือตรวจสอบอะไรสักอย่าง
ก่อนยูจินจะประคองใบหน้าเหลอหลาของเธอให้สบตากับเขา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจนจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันกับเมื่อครู่ และไม่ใช่ชายูจินที่เธอเคยรู้จักมาก่อน
ซังอานึกอยากจะขอความช่วยเหลือแทบขาดใจ แต่ในตอนนี้เธอก็ถูกคนที่เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้กอดเอาไว้เสียจนขยับตัวไม่ได้ สองมือแตะสัมผัสผ่านไปตามร่างกายตั้งแต่ช่วงเอวจนถึงหัวคล้ายกำลังหวาดระแวงหรือตรวจสอบอะไรสักอย่าง
ก่อนยูจินจะประคองใบหน้าเหลอหลาของเธอให้สบตากับเขา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจนจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันกับเมื่อครู่ และไม่ใช่ชายูจินที่เธอเคยรู้จักมาก่อน
เธอขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียง ใช้ปลายนิ้วสะกิดหลังมือเรียกชายูจินที่หันไปอีกทางให้มองหน้า เขาตวัดสายตามองมาอย่างแข็งกร้าวในวินาทีแรก จนกระทั่งได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นตัวของเธอเอง ดวงตาสีเหลืองก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ
และไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาก็คว้าแขนของซังอาดึงเข้าตัวจนเธอเซไปตามแรง หากไม่ตั้งสติรีบเอามือยันหัวเตียงเอาไว้ก็คงได้ลงไปนอนบนเตียงคนป่วยเพิ่มอีกคน
เธอขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียง ใช้ปลายนิ้วสะกิดหลังมือเรียกชายูจินที่หันไปอีกทางให้มองหน้า เขาตวัดสายตามองมาอย่างแข็งกร้าวในวินาทีแรก จนกระทั่งได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นตัวของเธอเอง ดวงตาสีเหลืองก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ
และไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาก็คว้าแขนของซังอาดึงเข้าตัวจนเธอเซไปตามแรง หากไม่ตั้งสติรีบเอามือยันหัวเตียงเอาไว้ก็คงได้ลงไปนอนบนเตียงคนป่วยเพิ่มอีกคน
บรรยากาศภายในห้องก็ยิ่งดูเลวร้ายลงไปกว่าเดิมเมื่อชายูจินที่ในตอนนี้ก็ดูแปลกไปมากพอแล้วมีท่าทีต่อต้านแพเซจินอย่างชัดเจน พูดต่อว่าอีกฝ่ายเป็นภาษาอังกฤษด้วยรูปประโยคที่รุนแรงมากพอจนพัคมุนแดต้องปรามเสียงแข็ง
ยุนซังอาเม้มปาก คิดไม่ตกกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ก็ตัดสินใจที่จะลองเข้าไปคุยด้วยดูบ้างด้วยความมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางที่จะแสดงท่าทางหยาบคายใส่ตนอย่างแน่นอน
บรรยากาศภายในห้องก็ยิ่งดูเลวร้ายลงไปกว่าเดิมเมื่อชายูจินที่ในตอนนี้ก็ดูแปลกไปมากพอแล้วมีท่าทีต่อต้านแพเซจินอย่างชัดเจน พูดต่อว่าอีกฝ่ายเป็นภาษาอังกฤษด้วยรูปประโยคที่รุนแรงมากพอจนพัคมุนแดต้องปรามเสียงแข็ง
ยุนซังอาเม้มปาก คิดไม่ตกกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ก็ตัดสินใจที่จะลองเข้าไปคุยด้วยดูบ้างด้วยความมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางที่จะแสดงท่าทางหยาบคายใส่ตนอย่างแน่นอน
ใช้เวลาไม่นานนักยุนซังอาก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลพร้อมๆกับแพเซจินที่เพิ่งเลิกงานเช่นเดียวกัน
เขาเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้าไปก่อน ส่วนเธอที่เป็นเพียงพนักงานร่วมบริษัทเดียวกันก็เว้นระยะห่างกับสมาชิกคนอื่นๆไว้พอประมาณแม้จะสนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่ช่วงก่อนเดบิวต์แล้วก็ตาม
ใช้เวลาไม่นานนักยุนซังอาก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลพร้อมๆกับแพเซจินที่เพิ่งเลิกงานเช่นเดียวกัน
เขาเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้าไปก่อน ส่วนเธอที่เป็นเพียงพนักงานร่วมบริษัทเดียวกันก็เว้นระยะห่างกับสมาชิกคนอื่นๆไว้พอประมาณแม้จะสนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่ช่วงก่อนเดบิวต์แล้วก็ตาม
จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นขรก.พิเศษเลย แต่โดนอิลดูเกลี้ยกล่อมพูดหว่านด้วยการที่เห็นว่าโซยอนยังมูฟออนจากเพื่อนสนิทที่ตายไปไม่ได้ ฟีลยังติดใจอะไรสักอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร พอโดนพูดแบบเดิมใส่มากๆเข้าเลยทำก็ได้ มาด้วยคำที่ว่าถ้ามาทำหน้าที่นี้ก็อาจจะรู้ก็ได้ว่าสิ่งที่ยังตกค้างในใจคืออะไร
จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นขรก.พิเศษเลย แต่โดนอิลดูเกลี้ยกล่อมพูดหว่านด้วยการที่เห็นว่าโซยอนยังมูฟออนจากเพื่อนสนิทที่ตายไปไม่ได้ ฟีลยังติดใจอะไรสักอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร พอโดนพูดแบบเดิมใส่มากๆเข้าเลยทำก็ได้ มาด้วยคำที่ว่าถ้ามาทำหน้าที่นี้ก็อาจจะรู้ก็ได้ว่าสิ่งที่ยังตกค้างในใจคืออะไร