“จะไม่ให้ความรู้สึกนี้หายไปเด็ดขาดเลย”
โยรุขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ให้หน้าผากแตะกับรินเบา ๆ อย่างที่เคยทำมาตั้งแต่ยังเด็ก
“จะไม่ให้ความรู้สึกนี้หายไปเด็ดขาดเลย”
โยรุขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ให้หน้าผากแตะกับรินเบา ๆ อย่างที่เคยทำมาตั้งแต่ยังเด็ก
“ขอบคุณนะ… ริน”
เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยต่อช้า ๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงความรู้สึกของตัวเองให้เป็นรูปเป็นร่าง
“ถึงตอนนั้น… ฉันก็ยังรักรินกับยูเมะนะ”
+
“ขอบคุณนะ… ริน”
เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยต่อช้า ๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงความรู้สึกของตัวเองให้เป็นรูปเป็นร่าง
“ถึงตอนนั้น… ฉันก็ยังรักรินกับยูเมะนะ”
+
เธอก้มมองมือของตนและแฝดพี่สาวครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่สั่นไหว แต่จริงใจอย่างที่ไม่ค่อยได้เผยให้ใครเห็น
“ฉันดีใจนะ… ที่ได้รู้แบบนั้นน่ะ”
+
เธอก้มมองมือของตนและแฝดพี่สาวครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่สั่นไหว แต่จริงใจอย่างที่ไม่ค่อยได้เผยให้ใครเห็น
“ฉันดีใจนะ… ที่ได้รู้แบบนั้นน่ะ”
+
ความพอใจที่จะได้กินยังไงล่ะ
“มันน่าอร่อยดีนี่…”
ความพอใจที่จะได้กินยังไงล่ะ
“มันน่าอร่อยดีนี่…”
โยรุเอ่ยอย่างไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วน ก่อนจะยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองเบา ๆ คล้ายแก้เขินกับคำตอบที่ฟังดูไม่ค่อยระวังตัวเท่าไรนัก
ของกินมันละลานตาเกินไปจริง ๆ และเธอก็รู้ดีว่าควรจะเลือกอย่างพอเหมาะ อย่างน้อยก็ในสายตาของคนเป็นเหมือนพี่สาว
สายตาหยุดอยู่ที่ตัวเลือกหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ตัวเองเล็กน้อย
“เอาเป็น… Scrambled Eggs with Chicken Ham ก็ได้”
+
โยรุเอ่ยอย่างไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วน ก่อนจะยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองเบา ๆ คล้ายแก้เขินกับคำตอบที่ฟังดูไม่ค่อยระวังตัวเท่าไรนัก
ของกินมันละลานตาเกินไปจริง ๆ และเธอก็รู้ดีว่าควรจะเลือกอย่างพอเหมาะ อย่างน้อยก็ในสายตาของคนเป็นเหมือนพี่สาว
สายตาหยุดอยู่ที่ตัวเลือกหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ตัวเองเล็กน้อย
“เอาเป็น… Scrambled Eggs with Chicken Ham ก็ได้”
+
มือที่บรรจงลูบเมื่อครู่ยังคงทิ้งความรู้สึกค้างอยู่บนศีรษะ เพราะปกติแล้วรินกับยูเมะก็ชอบทำแบบนั้น
สายตาไล่ไปตามของกินตรงหน้าอย่างตั้งใจเกินความจำเป็น
เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองมักเป็นแบบนี้เสมอ แทบไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา แต่ปลายนิ้วที่ขยับใกล้ตู้กระจกขึ้นเล็กน้อยกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
+
มือที่บรรจงลูบเมื่อครู่ยังคงทิ้งความรู้สึกค้างอยู่บนศีรษะ เพราะปกติแล้วรินกับยูเมะก็ชอบทำแบบนั้น
สายตาไล่ไปตามของกินตรงหน้าอย่างตั้งใจเกินความจำเป็น
เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองมักเป็นแบบนี้เสมอ แทบไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา แต่ปลายนิ้วที่ขยับใกล้ตู้กระจกขึ้นเล็กน้อยกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
+
โยรุยืนนิ่ง ปล่อยให้คำพูดสุดท้ายลอยค้างอยู่ในอากาศอันหนาวเย็น
“ยังไงก็ต้องชนะให้ได้…”
โยรุยืนนิ่ง ปล่อยให้คำพูดสุดท้ายลอยค้างอยู่ในอากาศอันหนาวเย็น
“ยังไงก็ต้องชนะให้ได้…”
ลมหนาวพัดแรงขึ้นอีกระลอก ขณะที่เธอยืนรับมันโดยไม่ถดถอย
“ฉันจะใช้มันเพื่อครอบครัว เพื่อนพ้อง และคนสำคัญในชีวิต”
ทุกคนที่เธอรู้จักและรู้จักเธอ
“ที่รุ่นพี่ถามว่าไหวไหม ฉันไหวแน่”
เธอละสายตากลับไปยังรอยแตกบนฟ้า ราวกับมองศัตรูที่ยังมาไม่ถึง
+
ลมหนาวพัดแรงขึ้นอีกระลอก ขณะที่เธอยืนรับมันโดยไม่ถดถอย
“ฉันจะใช้มันเพื่อครอบครัว เพื่อนพ้อง และคนสำคัญในชีวิต”
ทุกคนที่เธอรู้จักและรู้จักเธอ
“ที่รุ่นพี่ถามว่าไหวไหม ฉันไหวแน่”
เธอละสายตากลับไปยังรอยแตกบนฟ้า ราวกับมองศัตรูที่ยังมาไม่ถึง
+
“เกือบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ เราก็เป็นแค่วัยรุ่นที่ไล่ตามความฝัน”
เสียงผู้คนจากฝั่งห้างดังขึ้นเล็กน้อย ตัดกับความว่างเปล่าที่แผ่ซึมอยู่รอบตัว
“แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิต หรือไม่ก็ตายไป”
โยรุหันไปมองรุ่นพี่นาโอเอะ ด้วยดวงตาที่แอบแฝงความแน่วแน่
+
“เกือบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ เราก็เป็นแค่วัยรุ่นที่ไล่ตามความฝัน”
เสียงผู้คนจากฝั่งห้างดังขึ้นเล็กน้อย ตัดกับความว่างเปล่าที่แผ่ซึมอยู่รอบตัว
“แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิต หรือไม่ก็ตายไป”
โยรุหันไปมองรุ่นพี่นาโอเอะ ด้วยดวงตาที่แอบแฝงความแน่วแน่
+
“ส่วนเรื่องสู้น่ะ… ไม่มีใครรู้หรอกว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
เสียงของเจ้าตัวกลืนไปกับลม เหมือนคำถามที่ถูกโยนขึ้นฟ้าโดยไม่หวังคำตอบใด
“ฉันเองก็ไม่รู้”
ความเงียบแทรกตัวเข้ามาระหว่างประโยค เธอปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น ไม่ได้รีบไล่มันออกไป
“อ่า… เด็กมัธยมปลายสินะ”
+
“ส่วนเรื่องสู้น่ะ… ไม่มีใครรู้หรอกว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
เสียงของเจ้าตัวกลืนไปกับลม เหมือนคำถามที่ถูกโยนขึ้นฟ้าโดยไม่หวังคำตอบใด
“ฉันเองก็ไม่รู้”
ความเงียบแทรกตัวเข้ามาระหว่างประโยค เธอปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น ไม่ได้รีบไล่มันออกไป
“อ่า… เด็กมัธยมปลายสินะ”
+
“อย่างมากที่ทำได้… คือมองจากอีกด้านของกรงในสวนสัตว์”
โยรุขยับมือเข้าหากันเล็กน้อย เหมือนย้ำว่าความรู้สึกนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
“แต่พอเป็นแบบนี้ แม้กระทั่งแมลงตัวเล็ก ๆ ยังรู้สึกว่าโชคดีที่มีให้กิน”
คำพูดหลุดออกมาเรียบ ๆ คล้ายยอมรับความจริงมากกว่าคร่ำครวญ
+
“อย่างมากที่ทำได้… คือมองจากอีกด้านของกรงในสวนสัตว์”
โยรุขยับมือเข้าหากันเล็กน้อย เหมือนย้ำว่าความรู้สึกนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
“แต่พอเป็นแบบนี้ แม้กระทั่งแมลงตัวเล็ก ๆ ยังรู้สึกว่าโชคดีที่มีให้กิน”
คำพูดหลุดออกมาเรียบ ๆ คล้ายยอมรับความจริงมากกว่าคร่ำครวญ
+
เสียงเหล่านั้นไกลพอจะไม่รบกวน แต่ใกล้พอให้รู้ว่ายังมีชีวิตดำเนินอยู่ตรงนั้น
โยรุยืนฟังคำตอบของรุ่นพี่ ท่ามกลางไอขาวที่ลอยออกจากลมหายใจช้า ๆ
“กระต่ายกับลูกกวาง ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงรู้สึกว่ากินไม่ลง”
เด็กสาวพูดขึ้น พลางทอดสายตาไปตามแนวต้นไม้ที่ไร้สีสัน ภาพกรงเหล็กในสวนสัตว์ผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง
+
เสียงเหล่านั้นไกลพอจะไม่รบกวน แต่ใกล้พอให้รู้ว่ายังมีชีวิตดำเนินอยู่ตรงนั้น
โยรุยืนฟังคำตอบของรุ่นพี่ ท่ามกลางไอขาวที่ลอยออกจากลมหายใจช้า ๆ
“กระต่ายกับลูกกวาง ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงรู้สึกว่ากินไม่ลง”
เด็กสาวพูดขึ้น พลางทอดสายตาไปตามแนวต้นไม้ที่ไร้สีสัน ภาพกรงเหล็กในสวนสัตว์ผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง
+
เสียงของเจ้าตัวราบเรียบ สม่ำเสมอ ไม่ได้พยายามปกปิดอะไร
“หรือต่อให้นอน ก็คงไม่หลับง่าย ๆ อยู่ดี”
สายตายังคงวางอยู่ที่โซราเอะ ก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไป
“แล้ว… โซราเอะมาทำอะไรเหรอ?”
เสียงของเจ้าตัวราบเรียบ สม่ำเสมอ ไม่ได้พยายามปกปิดอะไร
“หรือต่อให้นอน ก็คงไม่หลับง่าย ๆ อยู่ดี”
สายตายังคงวางอยู่ที่โซราเอะ ก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไป
“แล้ว… โซราเอะมาทำอะไรเหรอ?”
เมื่อเสียงของโซราเอะดังขึ้น เธอจึงลืมตา
ภาพแรกที่เข้ามาไม่ใช่ท้องฟ้าอีกต่อไป แต่เป็นใบหน้าอ่อนโยนที่ไม่เหมือนใครในความทรงจำ
โยรุมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย เหมือนกำลังคิดหาคำตอบ
+
เมื่อเสียงของโซราเอะดังขึ้น เธอจึงลืมตา
ภาพแรกที่เข้ามาไม่ใช่ท้องฟ้าอีกต่อไป แต่เป็นใบหน้าอ่อนโยนที่ไม่เหมือนใครในความทรงจำ
โยรุมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย เหมือนกำลังคิดหาคำตอบ
+
“มีครัวซ็อง… น่ากินน่ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองนาโอเอะอีกครั้ง แต่แววตายังมีความอายปะปนอยู่
“สตรอว์เบอร์รีมัทฉะ ก็อยากลองดู…”
โยรุค่อย ๆ พูดต่อไปอีกที
“…พาไปได้ไหม รุ่นพี่นาโอะ”
“มีครัวซ็อง… น่ากินน่ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองนาโอเอะอีกครั้ง แต่แววตายังมีความอายปะปนอยู่
“สตรอว์เบอร์รีมัทฉะ ก็อยากลองดู…”
โยรุค่อย ๆ พูดต่อไปอีกที
“…พาไปได้ไหม รุ่นพี่นาโอะ”
‘ความจริงคือ อยากลองทุกอย่างเลยน่ะ…’
แต่คำพูดนั้นติดอยู่ที่ปลายลิ้น เธอเม้มปากบาง ๆ รู้สึกเขินกับความคิดของตัวเอง เพราะมันดูตะกละเกินไปสำหรับการพูดออกมาตรง ๆ
“…เริ่มที่ของง่าย ๆ ก็ได้”
เสียงเธอแผ่วเบากว่าปกติเล็กน้อย คล้ายกำลังต่อรองกับตัวเองมากกว่าคนข้าง ๆ
+
‘ความจริงคือ อยากลองทุกอย่างเลยน่ะ…’
แต่คำพูดนั้นติดอยู่ที่ปลายลิ้น เธอเม้มปากบาง ๆ รู้สึกเขินกับความคิดของตัวเอง เพราะมันดูตะกละเกินไปสำหรับการพูดออกมาตรง ๆ
“…เริ่มที่ของง่าย ๆ ก็ได้”
เสียงเธอแผ่วเบากว่าปกติเล็กน้อย คล้ายกำลังต่อรองกับตัวเองมากกว่าคนข้าง ๆ
+
“อ่า… ก็ไม่ใช่ความขยันหรอก”
เสียงของฉันเบาบางลงเล็กน้อย
“แค่ถ้าไม่ทำ… มันเหมือนขาดอะไรไปน่ะ”
“อ่า… ก็ไม่ใช่ความขยันหรอก”
เสียงของฉันเบาบางลงเล็กน้อย
“แค่ถ้าไม่ทำ… มันเหมือนขาดอะไรไปน่ะ”
“อ้อ… ล่างั้นเหรอ”
สายตาไล่ตามภาพตรงหน้าอย่างเคยชิน ตั้งแต่สายคล้องปืนที่พาดบ่า ไปจนถึงดาบอะไรสักอย่างที่ถูกปล่อยมืออย่างระมัดระวัง
“ได้อะไรบ้างไหม?”
ฉันถามด้วยความอยากรู้ที่แม้จะน้อยนิด แต่ก็อยากรู้อยู่ดี
+
“อ้อ… ล่างั้นเหรอ”
สายตาไล่ตามภาพตรงหน้าอย่างเคยชิน ตั้งแต่สายคล้องปืนที่พาดบ่า ไปจนถึงดาบอะไรสักอย่างที่ถูกปล่อยมืออย่างระมัดระวัง
“ได้อะไรบ้างไหม?”
ฉันถามด้วยความอยากรู้ที่แม้จะน้อยนิด แต่ก็อยากรู้อยู่ดี
+
"...ให้สัญญาณกันก่อนสิคะ"
ดวงตาใต้หน้ากากกลับเข้ามาประสานกัน ในความใส่ใจตรงนั้น ยังคงเหมือนเดิม
ปิดไม่มิด
เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ตนเป็นฝ่ายผละสายตาออกไปก่อน
"...ให้สัญญาณกันก่อนสิคะ"
ดวงตาใต้หน้ากากกลับเข้ามาประสานกัน ในความใส่ใจตรงนั้น ยังคงเหมือนเดิม
ปิดไม่มิด
เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ตนเป็นฝ่ายผละสายตาออกไปก่อน
เธอเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ สายตายังจับอยู่ที่มือทั้งสอง
“ถ้าความรักของฉันเกิดขึ้นกับคนอื่น”
คำพูดนั้นเว้นจังหวะไว้สั้น ๆ
“...กับคนที่ไม่ใช่ครอบครัว”
เธอเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ สายตายังจับอยู่ที่มือทั้งสอง
“ถ้าความรักของฉันเกิดขึ้นกับคนอื่น”
คำพูดนั้นเว้นจังหวะไว้สั้น ๆ
“...กับคนที่ไม่ใช่ครอบครัว”
รวมถึงเพื่อนสนิท คนใกล้ชิดของพวกเธอ เพราะเป็นคนที่อยู่ตรงนั้นมาตลอดโดยไม่ต้องนิยาม
“ส่วนเรื่องพวกนั้น เราก็เคยทำด้วยกันมาตลอด”
กินข้าว ฟังเพลง ใช้เวลาเงียบ ๆ เคียงกัน มันไม่เคยต้องถูกเรียกว่า ‘ความรักโรแมนติก’
จู่ ๆ ความหน่วงเล็ก ๆ ก็แล่นขึ้นมาที่ขมับ โยรุขมวดคิ้วบางเบา ราวกับความคิดเริ่มทับซ้อนกันเอง
+
รวมถึงเพื่อนสนิท คนใกล้ชิดของพวกเธอ เพราะเป็นคนที่อยู่ตรงนั้นมาตลอดโดยไม่ต้องนิยาม
“ส่วนเรื่องพวกนั้น เราก็เคยทำด้วยกันมาตลอด”
กินข้าว ฟังเพลง ใช้เวลาเงียบ ๆ เคียงกัน มันไม่เคยต้องถูกเรียกว่า ‘ความรักโรแมนติก’
จู่ ๆ ความหน่วงเล็ก ๆ ก็แล่นขึ้นมาที่ขมับ โยรุขมวดคิ้วบางเบา ราวกับความคิดเริ่มทับซ้อนกันเอง
+
“อุ่นใจ…”
เธอทวนคำในใจช้า ๆ ไม่แน่ใจนักว่าความหมายของมันควรจับต้องได้แบบไหน
‘อุ่น’ เหมือนอุณหภูมิของร่างกายหรือเปล่านะ หรือเป็นอะไรที่ลึกกว่านั้น
โยรุเหลือบมองรินแวบหนึ่ง ก่อนความคิดจะเผลอลัดเลาะไปถึงรุ่นพี่นาโอะ
มันมีเค้าลางบางอย่างคล้ายกันอยู่ก็จริง แต่ก็ยังไม่ใช่แก่นเดียวกัน
+
“อุ่นใจ…”
เธอทวนคำในใจช้า ๆ ไม่แน่ใจนักว่าความหมายของมันควรจับต้องได้แบบไหน
‘อุ่น’ เหมือนอุณหภูมิของร่างกายหรือเปล่านะ หรือเป็นอะไรที่ลึกกว่านั้น
โยรุเหลือบมองรินแวบหนึ่ง ก่อนความคิดจะเผลอลัดเลาะไปถึงรุ่นพี่นาโอะ
มันมีเค้าลางบางอย่างคล้ายกันอยู่ก็จริง แต่ก็ยังไม่ใช่แก่นเดียวกัน
+
และยังไม่คิดจะเติมเต็มมันด้วยใครสักคน… อย่างน้อยก็ในตอนนี้
และยังไม่คิดจะเติมเต็มมันด้วยใครสักคน… อย่างน้อยก็ในตอนนี้