(pfp: DI NO, cover: chocobennie)
“อื้อ…ฮึ้บ…”
ก้มพลางส่งเสียงอู้อี้เบา ๆ ใช้เวลาสักพักถึงเงยหน้าขึ้นมา
แบมือที่มีเศษเหรียญสิบเยน เศษขยะนิดหน่อย ส่วนที่เหลือเป็นคราบดำ ๆ ของฝุ่นสกปรกซะส่วนมาก โชว์ให้รุ่นพี่ดู
“…”
“ไม่เจอ”
“อื้อ…ฮึ้บ…”
ก้มพลางส่งเสียงอู้อี้เบา ๆ ใช้เวลาสักพักถึงเงยหน้าขึ้นมา
แบมือที่มีเศษเหรียญสิบเยน เศษขยะนิดหน่อย ส่วนที่เหลือเป็นคราบดำ ๆ ของฝุ่นสกปรกซะส่วนมาก โชว์ให้รุ่นพี่ดู
“…”
“ไม่เจอ”
“อ่อ…”
โทจิโคลงศีรษะ นิ่งไปพักหนึ่งราวกับกำลังใช้ความคิด
“อาจจะพอเก็บได้อยู่นะ?”
พูดจบก็วางกระเป๋า ลงนั่งยอง ๆ โดยไม่รอฟังความเห็นของอีกคน
ก่อนจะถกแขนเสื้อกันหนาวตัวโปรดขึ้น แล้วยื่นมือไปควานหาเหรียญห้าร้อยเยนของรุ่นพี่ที่หายไปใต้มิติตู้กดน้ำ
+
“อ่อ…”
โทจิโคลงศีรษะ นิ่งไปพักหนึ่งราวกับกำลังใช้ความคิด
“อาจจะพอเก็บได้อยู่นะ?”
พูดจบก็วางกระเป๋า ลงนั่งยอง ๆ โดยไม่รอฟังความเห็นของอีกคน
ก่อนจะถกแขนเสื้อกันหนาวตัวโปรดขึ้น แล้วยื่นมือไปควานหาเหรียญห้าร้อยเยนของรุ่นพี่ที่หายไปใต้มิติตู้กดน้ำ
+
ระหว่างที่เดินทางกลับบ้านตามปกติ สายตาบังเอิญไปเจอเข้ากับร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าตู้กดน้ำ ออร่าหดหู่(?)รอบ ๆ สะดุดตาจนโทจิอดที่จะหยุดมองตามไม่ได้
เมื่อมองดี ๆ ก็เห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักตอนช่วงงานกีฬาสี พอเป็นคนรู้จักก็ตัดสินใจเข้าไปทักหลังจากที่ยืนคิดอยู่สักพัก
“…“
”อะไรจบแล้วเหรอ?“
ระหว่างที่เดินทางกลับบ้านตามปกติ สายตาบังเอิญไปเจอเข้ากับร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าตู้กดน้ำ ออร่าหดหู่(?)รอบ ๆ สะดุดตาจนโทจิอดที่จะหยุดมองตามไม่ได้
เมื่อมองดี ๆ ก็เห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักตอนช่วงงานกีฬาสี พอเป็นคนรู้จักก็ตัดสินใจเข้าไปทักหลังจากที่ยืนคิดอยู่สักพัก
“…“
”อะไรจบแล้วเหรอ?“
เขาพันผ้าเช็ดหน้าไว้กับฝ่ามือ ก่อนผูกเบา ๆ ให้พออยู่
“ถึงจะถลอกนิดเดียว แต่จากนี้ไปล้างแผลให้สะอาดจะดีกว่า“
เสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามอง
“อากาศหนาวระวังมือแห้งด้วย แสบหรือเปล่า?”
เขาพันผ้าเช็ดหน้าไว้กับฝ่ามือ ก่อนผูกเบา ๆ ให้พออยู่
“ถึงจะถลอกนิดเดียว แต่จากนี้ไปล้างแผลให้สะอาดจะดีกว่า“
เสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามอง
“อากาศหนาวระวังมือแห้งด้วย แสบหรือเปล่า?”
โทจิพยักหน้าเห็นด้วย ถึงจะบอกกับตัวเองว่าไม่เชื่อเรื่องดวงมากนัก แต่อะไรที่ทำไปแล้วสบายใจและไม่เดือดร้อนก็คงไม่เสียหาย
“อาจจะกลายเป็นดีก็ได้ เคยได้ยินไหมว่าลบกับลบกลายเป็นบว… อ๊ะ?”
เขาชะงักไปหลังสังเกตเห็นรอยถลอกแดง ๆ บนฝ่ามือของอีกฝ่ายตอนที่เธอยื่นใบเซียมซี
โทจิขมวดคิ้ว เอียงศีรษะ เหมือนกำลังคิดว่ามีอะไรที่พอทำได้บ้าง เมื่อนึกได้ว่าพกผ้าเช็ดหน้ามาก็ล้วงกระเป๋า +
โทจิพยักหน้าเห็นด้วย ถึงจะบอกกับตัวเองว่าไม่เชื่อเรื่องดวงมากนัก แต่อะไรที่ทำไปแล้วสบายใจและไม่เดือดร้อนก็คงไม่เสียหาย
“อาจจะกลายเป็นดีก็ได้ เคยได้ยินไหมว่าลบกับลบกลายเป็นบว… อ๊ะ?”
เขาชะงักไปหลังสังเกตเห็นรอยถลอกแดง ๆ บนฝ่ามือของอีกฝ่ายตอนที่เธอยื่นใบเซียมซี
โทจิขมวดคิ้ว เอียงศีรษะ เหมือนกำลังคิดว่ามีอะไรที่พอทำได้บ้าง เมื่อนึกได้ว่าพกผ้าเช็ดหน้ามาก็ล้วงกระเป๋า +
หลังจากตอบก็เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดเสริม
”ฉันคิดว่า อนาคตจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวเราตอนนี้มากกว่า“
”แต่เรื่องโชคก็ไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียว ถ้าได้โชคดีก็จะมีกำลังใจ แต่ถ้าได้โชคร้ายก็ เป็นตัวเตือนให้เราฉุกคิดก่อนทำอะไร“
เดินไปจนถึงจุดผูกใบเซียมซี ก็หยิบใบของตนเองมาผูกพอเป็นพิธี
“…แต่ถ้าได้ใบเซียมซีโชคดี ก็คงดีนะ”
หลังจากตอบก็เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดเสริม
”ฉันคิดว่า อนาคตจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวเราตอนนี้มากกว่า“
”แต่เรื่องโชคก็ไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียว ถ้าได้โชคดีก็จะมีกำลังใจ แต่ถ้าได้โชคร้ายก็ เป็นตัวเตือนให้เราฉุกคิดก่อนทำอะไร“
เดินไปจนถึงจุดผูกใบเซียมซี ก็หยิบใบของตนเองมาผูกพอเป็นพิธี
“…แต่ถ้าได้ใบเซียมซีโชคดี ก็คงดีนะ”
”…จะซักมาคืนให้นะ“
พอรู้สึกดีขึ้นแล้วก็หยุดเดิน เงยหน้ามองฟ้าอีกรอบ ฝนดาวตกดูเหมือนกำลังจะหยุดลงในไม่ช้า
โทจิประกบมือทั้งสองข้างเข้าหากัน
”พรอีกข้อหนึ่ง“
”ขอให้…ฉัน…แล้วก็……ได้……..“
เสียงพูดเบาเหมือนกระซิบ จางหายไปพร้อมกับดาวตกดวงสุดท้าย
”…“
”เดินเล่นอีกหน่อย แล้วกลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่บ้านด้วย“
”…จะซักมาคืนให้นะ“
พอรู้สึกดีขึ้นแล้วก็หยุดเดิน เงยหน้ามองฟ้าอีกรอบ ฝนดาวตกดูเหมือนกำลังจะหยุดลงในไม่ช้า
โทจิประกบมือทั้งสองข้างเข้าหากัน
”พรอีกข้อหนึ่ง“
”ขอให้…ฉัน…แล้วก็……ได้……..“
เสียงพูดเบาเหมือนกระซิบ จางหายไปพร้อมกับดาวตกดวงสุดท้าย
”…“
”เดินเล่นอีกหน่อย แล้วกลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่บ้านด้วย“
ตอนแรกพยายามกลั้นน้ำตาไว้เพราะเกรงใจ แต่พอโดนอีกคนปลอบก็ซุกหน้าเข้ากับแขนเสื้ออีกฝ่าย ตอนนี้คงชุ่มไปหมด
พอเป็นเพื่อนสนิทอย่างคันตะแล้ว เลยคงจะสบายใจที่จะทำแบบนี้
สักพักโทจิก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสภาพยู่ยี่
แต่มีรอยยิ้มบางเบาปรากฏอยู่ที่มุมปาก
“ขอบใจนะคันตะ ดีใจจังที่คันตะอยู่ด้วย”
+
ตอนแรกพยายามกลั้นน้ำตาไว้เพราะเกรงใจ แต่พอโดนอีกคนปลอบก็ซุกหน้าเข้ากับแขนเสื้ออีกฝ่าย ตอนนี้คงชุ่มไปหมด
พอเป็นเพื่อนสนิทอย่างคันตะแล้ว เลยคงจะสบายใจที่จะทำแบบนี้
สักพักโทจิก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสภาพยู่ยี่
แต่มีรอยยิ้มบางเบาปรากฏอยู่ที่มุมปาก
“ขอบใจนะคันตะ ดีใจจังที่คันตะอยู่ด้วย”
+
“นี่…”
หยิบแผ่นเกมที่มีหน้าปกเป็นตัวละครใส่ชุดแนวสตรีทสองคนทำท่าต่อสู้กัน อีกแผ่นเป็นตัวละครอัศวินในฉากหลังเหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซี ส่วนอีกแผ่นเป็นบ้านร้างหน้าตาสยดสยอง พื้นหลังเป็นตอนกลางคืนมืดสนิท
โทจิมองหน้าตันตะตาปริบ ดูท่าจะภูมิใจนำเสนอ
“อ้อ เอาขนมมาด้วยนะ” หยิบโคล่าขวดใหญ่ออกมา กับขนมกรุบกรอบอีกสองสามห่อ
“นี่…”
หยิบแผ่นเกมที่มีหน้าปกเป็นตัวละครใส่ชุดแนวสตรีทสองคนทำท่าต่อสู้กัน อีกแผ่นเป็นตัวละครอัศวินในฉากหลังเหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซี ส่วนอีกแผ่นเป็นบ้านร้างหน้าตาสยดสยอง พื้นหลังเป็นตอนกลางคืนมืดสนิท
โทจิมองหน้าตันตะตาปริบ ดูท่าจะภูมิใจนำเสนอ
“อ้อ เอาขนมมาด้วยนะ” หยิบโคล่าขวดใหญ่ออกมา กับขนมกรุบกรอบอีกสองสามห่อ
ร่างข้างใต้ขยับดุ๊กดิ๊ก ส่งเสียงงึมงำ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
ถอดแว่นมาเช็คเป็นอย่างแรก ดูแล้วว่าไม่มีรอยร้าวอะไรถึงใส่กลับเข้าไป
แล้วชูผลเซียมซีของตนเองให้ดู มันเขียนว่าโชคร้าย
“บางที อาจจะเป็นดวงฉันก็ได้”
ตอบหน้านิ่ง จริง ๆ ตั้งใจพูดติดตลกให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น
ได้ผลไหมนะ…
“…”
“เรอิ เจ็บตรงไหนไหม?”
ร่างข้างใต้ขยับดุ๊กดิ๊ก ส่งเสียงงึมงำ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
ถอดแว่นมาเช็คเป็นอย่างแรก ดูแล้วว่าไม่มีรอยร้าวอะไรถึงใส่กลับเข้าไป
แล้วชูผลเซียมซีของตนเองให้ดู มันเขียนว่าโชคร้าย
“บางที อาจจะเป็นดวงฉันก็ได้”
ตอบหน้านิ่ง จริง ๆ ตั้งใจพูดติดตลกให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น
ได้ผลไหมนะ…
“…”
“เรอิ เจ็บตรงไหนไหม?”
..
"ขออนุญาตนะครับโอโจซัง"
เด็กหนุ่มค่อยๆถอดเสื้อตัวนอกออกมาก่อนจะสวมคลุมให้อีกฝ่ายอย่างเบามือที่สุด
"ใส่ไว้..นะครับ" เสียงนุ่มกล่าวแฝงด้วยความห่วงใยก่อนจะละออกมา
..หวังว่าคงจะช่วยให้อุ่นขึ้นไม่มากก็น้อยนะ
..
"ขออนุญาตนะครับโอโจซัง"
เด็กหนุ่มค่อยๆถอดเสื้อตัวนอกออกมาก่อนจะสวมคลุมให้อีกฝ่ายอย่างเบามือที่สุด
"ใส่ไว้..นะครับ" เสียงนุ่มกล่าวแฝงด้วยความห่วงใยก่อนจะละออกมา
..หวังว่าคงจะช่วยให้อุ่นขึ้นไม่มากก็น้อยนะ
อีกฝ่ายแนะนำตัวก็พยักหน้า เพราะอยู่ห้องเดียวกัน เลยพอจะจำชื่อแซ่ได้
“ฉัน โทจิโอะ …” แนะนำตัวกลับ แต่เพิ่งนึกได้ว่าอุซามิเป็นฝ่ายทักตัวเองด้วยนามสกุลก่อน คงจะรู้อยู่แล้วนี่นา
“อื้อ” เขาตอบพลางมองตามทิศที่อีกฝ่ายชี้ “ไปกันเถอะ”
“…”
“เชื่อเรื่องดวงหรือเปล่า?” จู่ ๆ ก็ชวยคุย
อีกฝ่ายแนะนำตัวก็พยักหน้า เพราะอยู่ห้องเดียวกัน เลยพอจะจำชื่อแซ่ได้
“ฉัน โทจิโอะ …” แนะนำตัวกลับ แต่เพิ่งนึกได้ว่าอุซามิเป็นฝ่ายทักตัวเองด้วยนามสกุลก่อน คงจะรู้อยู่แล้วนี่นา
“อื้อ” เขาตอบพลางมองตามทิศที่อีกฝ่ายชี้ “ไปกันเถอะ”
“…”
“เชื่อเรื่องดวงหรือเปล่า?” จู่ ๆ ก็ชวยคุย