[ ติดงาน เเต่ทักได้ 24/7 ]
เช่นกันกับเด็กชายมันเริ่มต้นไม่ดีนัก
“ ก็ดีกว่าไม่เริ่มสิ่งใดเลย ”
องค์ชายมิได้คาดคั้นชื่อหรือเบาะแสของใครบางคนที่ว่า ด้วยใจรู้สักวันเมื่อทุกอย่างเป็นใจเด็ปจะเป็นคนที่บอกเอง
“ อยากจะให้ข้าช่วย หรือต้องการ ระบายความเขินอายในใจเจ้า ข้าก็เต็มใจจะฟัง ”
เช่นกันกับเด็กชายมันเริ่มต้นไม่ดีนัก
“ ก็ดีกว่าไม่เริ่มสิ่งใดเลย ”
องค์ชายมิได้คาดคั้นชื่อหรือเบาะแสของใครบางคนที่ว่า ด้วยใจรู้สักวันเมื่อทุกอย่างเป็นใจเด็ปจะเป็นคนที่บอกเอง
“ อยากจะให้ข้าช่วย หรือต้องการ ระบายความเขินอายในใจเจ้า ข้าก็เต็มใจจะฟัง ”
เเน่นอนว่าเขาจะปล่อยให้มันเป็นปริศนาไปอีกสักพักหนึ่ง
“หืม?”
ทว่าเรื่องถัดมามันกลับทำให้บรรยากาศตื่นเต้นกว่าปริศนานั้นเสียอีก
“ข้าแปลกใจจริง”
คิ้วหนากดลงเหมือนจำเป็นต้องใช้ความคิด เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากน้องชายคนสนิท ที่ผ่านมาเขาเองก็มีคนที่พึงใจเเต่กาลเวลาพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างเวอร์เเดนสองตนเสมอ
เเน่นอนว่าเขาจะปล่อยให้มันเป็นปริศนาไปอีกสักพักหนึ่ง
“หืม?”
ทว่าเรื่องถัดมามันกลับทำให้บรรยากาศตื่นเต้นกว่าปริศนานั้นเสียอีก
“ข้าแปลกใจจริง”
คิ้วหนากดลงเหมือนจำเป็นต้องใช้ความคิด เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากน้องชายคนสนิท ที่ผ่านมาเขาเองก็มีคนที่พึงใจเเต่กาลเวลาพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างเวอร์เเดนสองตนเสมอ
“ ข้าถูกลงโทษ จึงถูกส่งมาที่นี่ ในที่ ที่ข้าสัมผัสถึงป่าไม่ได้ ”
เขาก็ยังเชื่อในวิถีเก่าจากบ้านของตน เวอร์แดนตนใดที่ไม่เดินตามวิถีเดิมก็น่าผิดหวังไปซะหมด
“ ข้าถูกลงโทษ จึงถูกส่งมาที่นี่ ในที่ ที่ข้าสัมผัสถึงป่าไม่ได้ ”
เขาก็ยังเชื่อในวิถีเก่าจากบ้านของตน เวอร์แดนตนใดที่ไม่เดินตามวิถีเดิมก็น่าผิดหวังไปซะหมด
มนุษย์ในอดีตใช้เวทย์มนตร์เพื่อแลกกับความอยู่รอดในอนาคต ส่วนเวอร์แดนในตอนนี้กลับทำตัวเหมือนมนุษย์ก่อนการเปลี่ยนเเปลง”
ในตอนนั้นเององค์ชายก้มลงศีรษะลง ความขุ่นเคืองในน้ำเสียงปะปนอยู่เจือจางเเต่ก็ยังคงรับรู้ได้ อคติในใจที่มีต่อคนภายนอกทำให้เจ้าชายพูดออกไปเช่นนั้น
มนุษย์ในอดีตใช้เวทย์มนตร์เพื่อแลกกับความอยู่รอดในอนาคต ส่วนเวอร์แดนในตอนนี้กลับทำตัวเหมือนมนุษย์ก่อนการเปลี่ยนเเปลง”
ในตอนนั้นเององค์ชายก้มลงศีรษะลง ความขุ่นเคืองในน้ำเสียงปะปนอยู่เจือจางเเต่ก็ยังคงรับรู้ได้ อคติในใจที่มีต่อคนภายนอกทำให้เจ้าชายพูดออกไปเช่นนั้น
สายตาสองคู่สบกันครู่นึงเท่านั้น เงาร่างสูงก็ขยับตัวเทียบเคียงนางอีกครา
“ จากสิ่งที่ข้าเเละเจ้าก็เห็นได้อย่างชัดเจนไม่ต่างกัน
ความมนุษย์ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของเวอร์แดน ”
น้ำเสียงเขาฟังเเล้วชวนให้คิดตาม ใบหน้าของเขาสบกับท้องนภายามราตรี
สายตาสองคู่สบกันครู่นึงเท่านั้น เงาร่างสูงก็ขยับตัวเทียบเคียงนางอีกครา
“ จากสิ่งที่ข้าเเละเจ้าก็เห็นได้อย่างชัดเจนไม่ต่างกัน
ความมนุษย์ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของเวอร์แดน ”
น้ำเสียงเขาฟังเเล้วชวนให้คิดตาม ใบหน้าของเขาสบกับท้องนภายามราตรี
ได้เเรงบันดาลใจจากสิ่งสำคัญในอาณาจักรเลยค่ะ เราคิดจะเขียนบรรยายเเต่กลัวหมดเขตเลยรีบลง 🥺 )
ได้เเรงบันดาลใจจากสิ่งสำคัญในอาณาจักรเลยค่ะ เราคิดจะเขียนบรรยายเเต่กลัวหมดเขตเลยรีบลง 🥺 )
แววสองสียังคงจับจ้องจะงอยยาวกลีบดอกน้อย ๆ สั้นไหวเป็นจังหวะเข้ากับการเดินของนาง
" เจ้ารู้สึกอย่างไร "
ในตอนนี้เขายืนอยู่เบื้องหลังนางและเอ่ยถามคำปริศนา ?
แววสองสียังคงจับจ้องจะงอยยาวกลีบดอกน้อย ๆ สั้นไหวเป็นจังหวะเข้ากับการเดินของนาง
" เจ้ารู้สึกอย่างไร "
ในตอนนี้เขายืนอยู่เบื้องหลังนางและเอ่ยถามคำปริศนา ?
" เจ้ารู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเราหรือไม่, เลดี้ลาจูลี่ "
เขาเลือกใช้คำว่า 'เรา' เช่นนั้นเพราะว่าเราต่างเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน
" สาเหตุที่เเท้จริงของการกำเนิด เวอร์แดน คือสิ่งใด "
" เจ้ารู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเราหรือไม่, เลดี้ลาจูลี่ "
เขาเลือกใช้คำว่า 'เรา' เช่นนั้นเพราะว่าเราต่างเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน
" สาเหตุที่เเท้จริงของการกำเนิด เวอร์แดน คือสิ่งใด "
" งั้นก็ถือว่าได้เอาคืนข้า, เลดี้ลาจูรี่ "
ในรอบนี้เขาเป็นฝากเปลี่ยนบรรยากาศ กล่าวพูดเชิงหยอกล้อ เรื่องที่ว่าก่อนหน้านี้เขาทำให้นางอึดอัดจนต้องสวนคำพูดใส่ในครั้งเเรก
" อะไรอยู่ในใจเจ้า ? "
" งั้นก็ถือว่าได้เอาคืนข้า, เลดี้ลาจูรี่ "
ในรอบนี้เขาเป็นฝากเปลี่ยนบรรยากาศ กล่าวพูดเชิงหยอกล้อ เรื่องที่ว่าก่อนหน้านี้เขาทำให้นางอึดอัดจนต้องสวนคำพูดใส่ในครั้งเเรก
" อะไรอยู่ในใจเจ้า ? "
ผู้พี่ระบายยิ้มเมื่อนัยสีตาใสกวดมองม้าทุกตัวเสร็จเรียบร้อย พร้อมปริศนาที่ว่าจะชดเชยให้มันหมายความว่าอะไรกันเเน่นะ ?
“ บอกข้าสิว่าเจ้าไปเจออะไรมา หรือวางเเผนอะไรไว้ในช่วงปิดภาคเรียน ”
ชายหนุ่มส่งมือถือในมือคืนเจ้าของเดิม ก่อนจะกระชับเเขนกอดอกตนไว้สบาย ๆ
ผู้พี่ระบายยิ้มเมื่อนัยสีตาใสกวดมองม้าทุกตัวเสร็จเรียบร้อย พร้อมปริศนาที่ว่าจะชดเชยให้มันหมายความว่าอะไรกันเเน่นะ ?
“ บอกข้าสิว่าเจ้าไปเจออะไรมา หรือวางเเผนอะไรไว้ในช่วงปิดภาคเรียน ”
ชายหนุ่มส่งมือถือในมือคืนเจ้าของเดิม ก่อนจะกระชับเเขนกอดอกตนไว้สบาย ๆ
เเววสองสีมองเครื่องมือสื่อสารที่ว่าโทรศัพท์สุดฉลาด ดูเหมือนเด็ปจะส่งมันให้เขาดูใกล้ๆ จึงรับมาตรวจดู ประคองไว้ทั้งสองมืองราวกับว่าเป็นอัญมณีหายาก
อันความจริงเเลัวน้องสาวทั้งสองของเขาตื่นเต้นกับเทคโนโลยีตัวนี้มาก เเต่ความหยิ่งทะนงทำให้เขายึดถือวิถีเก่าไม่จางหาย จึงปฏิเสธที่จะเข้าร่วมทุกครั้งไป
เเววสองสีมองเครื่องมือสื่อสารที่ว่าโทรศัพท์สุดฉลาด ดูเหมือนเด็ปจะส่งมันให้เขาดูใกล้ๆ จึงรับมาตรวจดู ประคองไว้ทั้งสองมืองราวกับว่าเป็นอัญมณีหายาก
อันความจริงเเลัวน้องสาวทั้งสองของเขาตื่นเต้นกับเทคโนโลยีตัวนี้มาก เเต่ความหยิ่งทะนงทำให้เขายึดถือวิถีเก่าไม่จางหาย จึงปฏิเสธที่จะเข้าร่วมทุกครั้งไป
เขารู้ว่ามันเป็นแร่ที่มีมูลค่ามาก ถึงจะไม่ใช่ดอกไม้จริงๆ เเต่การที่มันสรรสร้างจากทองคำแท้ก็น่าช่างน่าประทับใจไม่เเพ้กัน งดงาม ปราณีต บอบบาง ยิ่งทำให้มันมีคุณค่ามากกว่าราคาทองเสียอีก
แววสองสีพินิจมองเจ้ากุหลาบเลอค่า โดยที่ไม่ลืมจะยกสายตาขึ้นหาหญิงสาวผู้ครอบครอง ดวงตาสีตะวันเปล่งประกายเมื่อส่วนที่เหลือถูกซ่อนไว้ให้คันหา
“ มันเข้าเป็นตาของเจ้ามาก ”
เขารู้ว่ามันเป็นแร่ที่มีมูลค่ามาก ถึงจะไม่ใช่ดอกไม้จริงๆ เเต่การที่มันสรรสร้างจากทองคำแท้ก็น่าช่างน่าประทับใจไม่เเพ้กัน งดงาม ปราณีต บอบบาง ยิ่งทำให้มันมีคุณค่ามากกว่าราคาทองเสียอีก
แววสองสีพินิจมองเจ้ากุหลาบเลอค่า โดยที่ไม่ลืมจะยกสายตาขึ้นหาหญิงสาวผู้ครอบครอง ดวงตาสีตะวันเปล่งประกายเมื่อส่วนที่เหลือถูกซ่อนไว้ให้คันหา
“ มันเข้าเป็นตาของเจ้ามาก ”
นางอาจไม่ทราบในครั้งเเรก ชาวอาร์เคเดียนมีจะงอยเเบบนั่นกันเยอะ เป็นเหตุผลที่เขามองนางอยู่นานเชียวล่ะ
“หากเจ้ามีคำถาม ก็ไม่จำเปนที่ต้องหลบซ่อน”
นางอาจไม่ทราบในครั้งเเรก ชาวอาร์เคเดียนมีจะงอยเเบบนั่นกันเยอะ เป็นเหตุผลที่เขามองนางอยู่นานเชียวล่ะ
“หากเจ้ามีคำถาม ก็ไม่จำเปนที่ต้องหลบซ่อน”
“ขออภัยเลดี้เดอร์มา-ยองตี้”
แววสองสีสลัดการมองเห็นจากนางเพื่อผ่อนคลายใบหน้าขุ่นเคืองของตัวเองออกชั่วครู
“อันที่จริงเเลัวเรามีความเห็นซึ่งตรงกันเเม้ข้าจะเห็นต่างกับอาณาจักรอื่น ๆ อยู่มาก”
เขาโคลงหัวพร้อมทั้งยังเอาเเก้วใสแตะที่ริมฝีปากเเลัวยกดื่มจนหมด คำนึงถึงคำพูดดีๆก่อนเอ่ยปาก
“ขออภัยเลดี้เดอร์มา-ยองตี้”
แววสองสีสลัดการมองเห็นจากนางเพื่อผ่อนคลายใบหน้าขุ่นเคืองของตัวเองออกชั่วครู
“อันที่จริงเเลัวเรามีความเห็นซึ่งตรงกันเเม้ข้าจะเห็นต่างกับอาณาจักรอื่น ๆ อยู่มาก”
เขาโคลงหัวพร้อมทั้งยังเอาเเก้วใสแตะที่ริมฝีปากเเลัวยกดื่มจนหมด คำนึงถึงคำพูดดีๆก่อนเอ่ยปาก
ผู้คนภายนอกนั้นน่าผิดหวังสำหรับองค์ชายแห่งพงไพร พวกเขาหลงลืมว่าเราเป็นอะไร เราเกิดมาได้อย่างไร เเละ เพื่อสิ่งใด เวอร์แดนนั้นคือพวกเราไม่ใช่รึไร... ผู้ที่ควรจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติเช่นกาลก่อน
" บ้านของเจ้าเอง ก็คงงามงดไม่เเพ้ที่ใด "
ผู้คนภายนอกนั้นน่าผิดหวังสำหรับองค์ชายแห่งพงไพร พวกเขาหลงลืมว่าเราเป็นอะไร เราเกิดมาได้อย่างไร เเละ เพื่อสิ่งใด เวอร์แดนนั้นคือพวกเราไม่ใช่รึไร... ผู้ที่ควรจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติเช่นกาลก่อน
" บ้านของเจ้าเอง ก็คงงามงดไม่เเพ้ที่ใด "
คิ้วหนากดลงอย่างฉงนเมื่อหญิงสาวเอ่ยถึงความงดงามของเวอร์แดน...
" อย่าเข้าใจข้าผิดเลดี้, พ่อบอกเจ้าเลือกสถานที่พักผ่อนได้เหมาะสม "
มือนั้นยกขึ้นประทับที่อกแสดงถึงความเสียใจต่อคู่สนทนาเพราะความคิดในแง่ร้ายส่วนหนึ่งเกือบทำให้นางไม่พอใจคนแปลก ๆ อย่างเจ้าชายหลังเขาองค์นี้
คิ้วหนากดลงอย่างฉงนเมื่อหญิงสาวเอ่ยถึงความงดงามของเวอร์แดน...
" อย่าเข้าใจข้าผิดเลดี้, พ่อบอกเจ้าเลือกสถานที่พักผ่อนได้เหมาะสม "
มือนั้นยกขึ้นประทับที่อกแสดงถึงความเสียใจต่อคู่สนทนาเพราะความคิดในแง่ร้ายส่วนหนึ่งเกือบทำให้นางไม่พอใจคนแปลก ๆ อย่างเจ้าชายหลังเขาองค์นี้
เเต่หากให้พูดถึงเรื่องม้า เขาเองก็มองว่าอาชาคู่กายในที่เเบบนี่ไม่คู่ควรกับการขี่หรือจับจอง ทำไมน่ะรึ ?
“อาชาจะเลือกนายของมันเพียงคนเดียว”
หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าคนโปรดนั้นแล
“ข้าไม่มักพิศมัยการควบอาชาซึ่งใจไม่เป็นหนึ่ง”
เเต่หากให้พูดถึงเรื่องม้า เขาเองก็มองว่าอาชาคู่กายในที่เเบบนี่ไม่คู่ควรกับการขี่หรือจับจอง ทำไมน่ะรึ ?
“อาชาจะเลือกนายของมันเพียงคนเดียว”
หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าคนโปรดนั้นแล
“ข้าไม่มักพิศมัยการควบอาชาซึ่งใจไม่เป็นหนึ่ง”
เรื่องสาวๆ คงเพราะพวกนางเป็นทั้งเจ้าหญิง และเลดี้ก็เลยอยู่เเต่ในกลุ่มของตัวเอง ไม่อยากมาสุสิงกับกลุ่มบุรุษเห็นจะได้
“เเข่งม้า ?”
คิ้วหนายกขึ้นแสดงความประหลาดใจ เเต่ไม่ลืมที่ยิ้มอ่อนโยนให้หลังเด็ปฉายแววมั่นใจออกมา
“เปล่าเลย” มือหนาเคลื่อนประทับชี้อกตนเเทนตัว
“ข้า อยาก พบ เจ้า”
จะให้เขาเมินเฉยน้องชายคนสนิทได้อย่างไร
เรื่องสาวๆ คงเพราะพวกนางเป็นทั้งเจ้าหญิง และเลดี้ก็เลยอยู่เเต่ในกลุ่มของตัวเอง ไม่อยากมาสุสิงกับกลุ่มบุรุษเห็นจะได้
“เเข่งม้า ?”
คิ้วหนายกขึ้นแสดงความประหลาดใจ เเต่ไม่ลืมที่ยิ้มอ่อนโยนให้หลังเด็ปฉายแววมั่นใจออกมา
“เปล่าเลย” มือหนาเคลื่อนประทับชี้อกตนเเทนตัว
“ข้า อยาก พบ เจ้า”
จะให้เขาเมินเฉยน้องชายคนสนิทได้อย่างไร
เเค่ปลายตามองนางก็รู้เเลัวเขาชื่นชมบ้านเกิดเมืองนอนของตนมากกว่าที่ใดบนโลกเเละอาจจะมีอคติต่อเมืองอื่น ๆ ในน้ำเสียงเช่นกัน
“ ข้าคิดว่าผู้คนเลือกเดินทางผิดตลอ- “
เสียงต่ำหยุดชะงักกลางอากาศ
“ …พ่อของเจ้าเลือกที่พักผ่อนได้ดี ”
สิ้นประโยคสุดท้ายเขาก็โคลงเเก้วน้ำในมือ มองดูมันหมุนวนเเลัวค่อยดื่มเพื่อกลบความคิดของตัวเอง
เเค่ปลายตามองนางก็รู้เเลัวเขาชื่นชมบ้านเกิดเมืองนอนของตนมากกว่าที่ใดบนโลกเเละอาจจะมีอคติต่อเมืองอื่น ๆ ในน้ำเสียงเช่นกัน
“ ข้าคิดว่าผู้คนเลือกเดินทางผิดตลอ- “
เสียงต่ำหยุดชะงักกลางอากาศ
“ …พ่อของเจ้าเลือกที่พักผ่อนได้ดี ”
สิ้นประโยคสุดท้ายเขาก็โคลงเเก้วน้ำในมือ มองดูมันหมุนวนเเลัวค่อยดื่มเพื่อกลบความคิดของตัวเอง
“ เจ้าคงอยากขี่ม้าเล่น หลังเลิกเรียน ? ”
ก็อย่างที่ได้ยิน สตีฟเคยว่ากว่าตนจะหาน้องชายปี2เจอเขาก็ต้องเดินไปหลายแห่ง
“ เจ้าคงอยากขี่ม้าเล่น หลังเลิกเรียน ? ”
ก็อย่างที่ได้ยิน สตีฟเคยว่ากว่าตนจะหาน้องชายปี2เจอเขาก็ต้องเดินไปหลายแห่ง
“ตั้งสองปีเชียว“
ผู้พี่น้ำเสียงทีเล่นที่จริงไม่ต่างกัน ท่อนแขนทั้งสองยกขึ้นพร้อมมือเท้าเอว หรี่ตาคิดซ้ำชั้น 2ปี เพราะคะแนนความประพฤติ ท่านพ่อคิดผิดหรือคิดถูกที่ลงโทษเขาให้มาเรียนเเบบนี้?
“เซเลสเทีย พาเทล? ครอบครัวข้าไม่ยอมให้ข้าหนีไปไหนเเน่”
เขากำลังหมายถึงน้องสาวเเท้ ๆ เเละเสมือนอีกหนึ่ง
“ตั้งสองปีเชียว“
ผู้พี่น้ำเสียงทีเล่นที่จริงไม่ต่างกัน ท่อนแขนทั้งสองยกขึ้นพร้อมมือเท้าเอว หรี่ตาคิดซ้ำชั้น 2ปี เพราะคะแนนความประพฤติ ท่านพ่อคิดผิดหรือคิดถูกที่ลงโทษเขาให้มาเรียนเเบบนี้?
“เซเลสเทีย พาเทล? ครอบครัวข้าไม่ยอมให้ข้าหนีไปไหนเเน่”
เขากำลังหมายถึงน้องสาวเเท้ ๆ เเละเสมือนอีกหนึ่ง