มือข้างหนึ่งจึงเอื้อมไปกำอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายเอาไว้
กระชับและดึงตนให้ลุกขึ้นโดยไม่สร้างภาระทางน้ำหนักมากเกินไป
“เริ่มจาก..“
”อ่า”
คนที่พึ่งเคยมาจะรู้ที่ทางได้อย่างไรกัน
“อยากไปที่ไหนไหมคะ เลือกเลยค่ะ”
เก็นไซผายมือไปสักทาง เชื้อเชิญให้เธอนำไปก่อน
มือข้างหนึ่งจึงเอื้อมไปกำอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายเอาไว้
กระชับและดึงตนให้ลุกขึ้นโดยไม่สร้างภาระทางน้ำหนักมากเกินไป
“เริ่มจาก..“
”อ่า”
คนที่พึ่งเคยมาจะรู้ที่ทางได้อย่างไรกัน
“อยากไปที่ไหนไหมคะ เลือกเลยค่ะ”
เก็นไซผายมือไปสักทาง เชื้อเชิญให้เธอนำไปก่อน
“ก็ไม่ร้อน..ขนาดที่ว่านั่งไม่ได้”
พอเริ่มสนใจก็เหมือนจะร้อนขึ้นมาแล้วซะงั้น ไอ้สภาพอากาศไม่รักดีเอ้ย
“ไม่สิคะ เธอบังแดดให้ฉันอยู่นี่ ไปที่อื่นกันเถอะ”
“ก็ไม่ร้อน..ขนาดที่ว่านั่งไม่ได้”
พอเริ่มสนใจก็เหมือนจะร้อนขึ้นมาแล้วซะงั้น ไอ้สภาพอากาศไม่รักดีเอ้ย
“ไม่สิคะ เธอบังแดดให้ฉันอยู่นี่ ไปที่อื่นกันเถอะ”
“สวัสดีค่ะ”
ใครล่ะเนี่ย
“ตรงนี้ ? อ๋อ..”
เธอเริ่มเปรยตามองยังรอบ ๆ
จะให้บอกว่าเพราะแค่อย่างนั่งพอดีกับตอนที่เดินมาถึงจุดนี้ก็คงจะน่าอายไม่หยอก
“ฉัน..ไม่อยากอยู่ใกล้คนอื่นค่ะ”
ตอบเสียงเรียบพอกับหน้า
แม้ภายในหัวจะวิ่งวุ่นและเสียงดัง ที่ตอบคนอื่นได้อย่างไร้วาทะศิลป์สุด ๆ
“ไม่ได้หมายความว่าที่พูดไป”
“หมายถึงว่า”
“สวัสดีค่ะ”
ใครล่ะเนี่ย
“ตรงนี้ ? อ๋อ..”
เธอเริ่มเปรยตามองยังรอบ ๆ
จะให้บอกว่าเพราะแค่อย่างนั่งพอดีกับตอนที่เดินมาถึงจุดนี้ก็คงจะน่าอายไม่หยอก
“ฉัน..ไม่อยากอยู่ใกล้คนอื่นค่ะ”
ตอบเสียงเรียบพอกับหน้า
แม้ภายในหัวจะวิ่งวุ่นและเสียงดัง ที่ตอบคนอื่นได้อย่างไร้วาทะศิลป์สุด ๆ
“ไม่ได้หมายความว่าที่พูดไป”
“หมายถึงว่า”
หนึ่งปี สองปี หรืออาจจะทั้งชีวิต
คนที่ตายไปแล้วะมีทั้งชีวิตได้ยังไงกันล่ะ คิดอะไรตลกไม่หยอก
“สำรวจที่นี่ครบรึยังคะ?”
หนึ่งปี สองปี หรืออาจจะทั้งชีวิต
คนที่ตายไปแล้วะมีทั้งชีวิตได้ยังไงกันล่ะ คิดอะไรตลกไม่หยอก
“สำรวจที่นี่ครบรึยังคะ?”
เก็นไซชันเข่าขึ้นเอนแก้มตนลงแนบลงไป
ดวงตาเกลือกกลิ้งมองไปเรื่อยเปื่อยตามประสา , ต่อด้วยคือ ไม่เข้าใจเอาซะเลย มาอยู่โดยไม่ได้ตั้งตัว นึกสิ่งใดไม่เป็นดั่งใจ
สมควรที่จะหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย
รึเปล่า
“ทั้งที่เป็นเรื่องของฉันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้อย่างนั้นเหรอคะ”
แต่ทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อเป็นเช่นนั้นไปซะแล้ว คงได้แต่นั่งรับชะตากรรมอย่างช่วยไม่ได้ไปนั่นแหล่ะ
เก็นไซชันเข่าขึ้นเอนแก้มตนลงแนบลงไป
ดวงตาเกลือกกลิ้งมองไปเรื่อยเปื่อยตามประสา , ต่อด้วยคือ ไม่เข้าใจเอาซะเลย มาอยู่โดยไม่ได้ตั้งตัว นึกสิ่งใดไม่เป็นดั่งใจ
สมควรที่จะหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย
รึเปล่า
“ทั้งที่เป็นเรื่องของฉันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้อย่างนั้นเหรอคะ”
แต่ทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อเป็นเช่นนั้นไปซะแล้ว คงได้แต่นั่งรับชะตากรรมอย่างช่วยไม่ได้ไปนั่นแหล่ะ
… เป็นคนของที่นี่อยู่แล้วรึเปล่านะ
“อยากให้เรียกวยังไงเหรอคะ”
“แล้วก็ .. อินโด”
“อินโด เก็นไซ ค่ะ”
… เป็นคนของที่นี่อยู่แล้วรึเปล่านะ
“อยากให้เรียกวยังไงเหรอคะ”
“แล้วก็ .. อินโด”
“อินโด เก็นไซ ค่ะ”
เก็นไซถามทิ้งทวน มือลูบไล้ใบหน้าตนพยายามระลึกว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร
“ก็คงจะแบบนั้นล่ะมั้งคะ”
ไม่รู้สักหน่อยนี่นา
เก็นไซใช้หมวกบังดวงตา ก้มหน้าหงุดลงพื้นหญ้า
ไม่มีท่าทีชอบใจหรือกระอักกระอ้วนเมื่ออีกคนนั่งลงมา
“เหลือแต่ต้องเลือกเองแล้วสินะคะ“ กับชีวิตที่ผ่านมาจะเป็นยังไงก็ตาม
”ขอบคุณนะคะ คุณเองก็ด้วย“
เก็นไสเหลือบตาไปมองคนข้าง ๆ ยังคงสงสัย
เก็นไซถามทิ้งทวน มือลูบไล้ใบหน้าตนพยายามระลึกว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร
“ก็คงจะแบบนั้นล่ะมั้งคะ”
ไม่รู้สักหน่อยนี่นา
เก็นไซใช้หมวกบังดวงตา ก้มหน้าหงุดลงพื้นหญ้า
ไม่มีท่าทีชอบใจหรือกระอักกระอ้วนเมื่ออีกคนนั่งลงมา
“เหลือแต่ต้องเลือกเองแล้วสินะคะ“ กับชีวิตที่ผ่านมาจะเป็นยังไงก็ตาม
”ขอบคุณนะคะ คุณเองก็ด้วย“
เก็นไสเหลือบตาไปมองคนข้าง ๆ ยังคงสงสัย
“ขอโทษที่ถือวิสาสะคิดเอาเองนะคะ”
เก็นไซมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นแม้ใบหน้ายังประดาด้วยเส้นตรง
มือติดซีดคล้ายคนไม่เจอแดดเอื้อมไปวางทาบบนหัวของอีกคนไปตามบรรยากาศที่นำทาง
“อย่าเศร้าเลยนะคะ รวมไปถึงหลังจากนี้”
“แล้วก็”
ทิ้งช่วงเอาไว้
“ถ้าเป็นแบบนั้นจะเหมือนเดินสลับกับกระโดดไหมนะ .. แค่ว่าไปได้ไกลขึ้น”
“ขอโทษที่ถือวิสาสะคิดเอาเองนะคะ”
เก็นไซมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นแม้ใบหน้ายังประดาด้วยเส้นตรง
มือติดซีดคล้ายคนไม่เจอแดดเอื้อมไปวางทาบบนหัวของอีกคนไปตามบรรยากาศที่นำทาง
“อย่าเศร้าเลยนะคะ รวมไปถึงหลังจากนี้”
“แล้วก็”
ทิ้งช่วงเอาไว้
“ถ้าเป็นแบบนั้นจะเหมือนเดินสลับกับกระโดดไหมนะ .. แค่ว่าไปได้ไกลขึ้น”
เธอถามกลับบ้าง ไม่ได้คาดหวังถึงขนาดว่าเป็นความจริงอันซ่อนใต้เปลือกนิทานเล่มหน้าที่เรียกว่าโลกหลังความตาย
แค่ไม่ด่ากันก็เป็นพอ . . (?)
เธอถามกลับบ้าง ไม่ได้คาดหวังถึงขนาดว่าเป็นความจริงอันซ่อนใต้เปลือกนิทานเล่มหน้าที่เรียกว่าโลกหลังความตาย
แค่ไม่ด่ากันก็เป็นพอ . . (?)
ประมวลคำถามอยู่พักใหญ่
ระหว่างนั้นมีเพียงการจ้องมองและความเงียบบรรเลงสถานกาณ์
“ร้อน..แล้วก็ไม่ลอยไปมา”
คาดว่าคุณคงกำลังพูดถึงเรื่องนี้อยู่ แม้อันที่จริงก็ตอบไปแบบไม่มีใจความสำคัญเช่นเดียวกัน
“ต่างจากที่คิดแต่คงเป็นแบบนั้น”
เก็นไซเสริม
แล้วควรทำอย่างไรต่อไปกันดีล่ะ
ประมวลคำถามอยู่พักใหญ่
ระหว่างนั้นมีเพียงการจ้องมองและความเงียบบรรเลงสถานกาณ์
“ร้อน..แล้วก็ไม่ลอยไปมา”
คาดว่าคุณคงกำลังพูดถึงเรื่องนี้อยู่ แม้อันที่จริงก็ตอบไปแบบไม่มีใจความสำคัญเช่นเดียวกัน
“ต่างจากที่คิดแต่คงเป็นแบบนั้น”
เก็นไซเสริม
แล้วควรทำอย่างไรต่อไปกันดีล่ะ
เก็นไซทำหน้าเหมือนว่าจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่
“แต่ถ้าว่าแบบนั้นก็คงจะดีล่ะมั้งคะ”
ไม่รู้แม้กระทั่งความคิดตนเองเลยสินะ
เธอค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นเนิบนาบจนผ้าคลุมพัดไหวเอนซ้ายขวาไปมา
“ถ้าไม่รังเกียจที่ต้องไปกับฉัน“
”ก็ได้ค่ะ“
ในขณะมี่กำลังจะก้าวขาย้ายที่ปักหลัก ก็ชะงัก ใบหน้าไร้อารมณ์เอี้ยวตัวไปมาตอบ
”ได้สิคะ“
“กลับกันเรียกว่าโซมะคุงได้ใช่ไหมคะ ?”
เก็นไซทำหน้าเหมือนว่าจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่
“แต่ถ้าว่าแบบนั้นก็คงจะดีล่ะมั้งคะ”
ไม่รู้แม้กระทั่งความคิดตนเองเลยสินะ
เธอค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นเนิบนาบจนผ้าคลุมพัดไหวเอนซ้ายขวาไปมา
“ถ้าไม่รังเกียจที่ต้องไปกับฉัน“
”ก็ได้ค่ะ“
ในขณะมี่กำลังจะก้าวขาย้ายที่ปักหลัก ก็ชะงัก ใบหน้าไร้อารมณ์เอี้ยวตัวไปมาตอบ
”ได้สิคะ“
“กลับกันเรียกว่าโซมะคุงได้ใช่ไหมคะ ?”
มาขโมย . . กันก่อนแท้ ๆ … ป้าแค้น ป้าแค้ .. น แค้นที่สุด ด..ด.. )
มาขโมย . . กันก่อนแท้ ๆ … ป้าแค้น ป้าแค้ .. น แค้นที่สุด ด..ด.. )
เก็นไซเร่งจังหวะนำไปขนาบข้าง
หมวกใบเดิมถูกวางลงบนหัวอีกฝ่าย
“แดดมันร้อน”
“เป็นเด็กเป็นเล็ก”
“เดี๋ยวก็อ้วกอีก”
อายุห่างกันเท่าไหร่เชียว พูดจาอย่างกับคุณป้าลูกสอง . . .
เก็นไซเร่งจังหวะนำไปขนาบข้าง
หมวกใบเดิมถูกวางลงบนหัวอีกฝ่าย
“แดดมันร้อน”
“เป็นเด็กเป็นเล็ก”
“เดี๋ยวก็อ้วกอีก”
อายุห่างกันเท่าไหร่เชียว พูดจาอย่างกับคุณป้าลูกสอง . . .
ก็อุตส่าห์ชวนกันเข้าร่มทั้งที่ไม่ต้องก็ได้นี่นา
เก็นไสขยับตัวเริ่มก้าวเดินตามไป เหลือบมองหมวกบนหัว ชั่งใจอยู่ครู่เดียวแล้วหยิบมันลงมา
“หาห้องน้ำไม่เจอน่ะเหรอ”
ก็อุตส่าห์ชวนกันเข้าร่มทั้งที่ไม่ต้องก็ได้นี่นา
เก็นไสขยับตัวเริ่มก้าวเดินตามไป เหลือบมองหมวกบนหัว ชั่งใจอยู่ครู่เดียวแล้วหยิบมันลงมา
“หาห้องน้ำไม่เจอน่ะเหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ” เธอว่าเสียงเบา
พรันส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ได้รบกวนอะไรเลยนะคะ”
“แค่ว่ามันออกจะ ไม่เข้าใจล่ะมั้งคะ?”
พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกถึงเรื่องที่ผ่านมา ตื่นลืมตาก็มาอยู่ตรงนี้กับความทรงจำขาดตอน
“ทำได้แค่ทำใจรึเปล่าคะ ?”
“แย่จัง..”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ” เธอว่าเสียงเบา
พรันส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ได้รบกวนอะไรเลยนะคะ”
“แค่ว่ามันออกจะ ไม่เข้าใจล่ะมั้งคะ?”
พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกถึงเรื่องที่ผ่านมา ตื่นลืมตาก็มาอยู่ตรงนี้กับความทรงจำขาดตอน
“ทำได้แค่ทำใจรึเปล่าคะ ?”
“แย่จัง..”
ผู้หญิง … ไม่ใช่ชุดเครื่องแบบ …
“สวัสดีค่ะ” เธอผงกหัวเบา ๆ
เอียงคอจ้องนั่งประมวลคำถามอยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะว่าไม่รู้ ว่าต้องทำยังไงต่อไป”
ว่าตามนึก ไร้ซึ่งร่องรอยการปิดบัง
“ตรงนี้ ไม่ได้เหรอคะ . .”
เสียงคานยาวที่ท้ายประโยค เก็นไซหยิบหมวกเอียงลงมาปิดใบหน้าบังแดดเล็กน้อย
ผู้หญิง … ไม่ใช่ชุดเครื่องแบบ …
“สวัสดีค่ะ” เธอผงกหัวเบา ๆ
เอียงคอจ้องนั่งประมวลคำถามอยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะว่าไม่รู้ ว่าต้องทำยังไงต่อไป”
ว่าตามนึก ไร้ซึ่งร่องรอยการปิดบัง
“ตรงนี้ ไม่ได้เหรอคะ . .”
เสียงคานยาวที่ท้ายประโยค เก็นไซหยิบหมวกเอียงลงมาปิดใบหน้าบังแดดเล็กน้อย
ดวงตากลมยังคงจ้องเขาที่ยืนทาบบังแดดให้ แม้ตั้งใจหรือไม่ก็ตามทว่าก็ขอบคุณอยู่ไม่น้อย
“แทนที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ลองไปสำรวจโรงเรียนดูหน่อยเหรอคะ ?”
“หรือว่าไปมาแล้ว ?”
ดวงตากลมยังคงจ้องเขาที่ยืนทาบบังแดดให้ แม้ตั้งใจหรือไม่ก็ตามทว่าก็ขอบคุณอยู่ไม่น้อย
“แทนที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ลองไปสำรวจโรงเรียนดูหน่อยเหรอคะ ?”
“หรือว่าไปมาแล้ว ?”
เก็นไซชั่งใจในคราวแรก
เธอเหลือบมองดูเขาอยู่พักหนึ่ง แม้ใบหน้าจะไม่ได้บ่งชี้ไปในทิศทางใดเป็นพิเศษ กระนั้นภายในหัวกับวิ่งวุ่นไปหมด
คล้ายฝูงหนูตัวเล็กแตกตื่นอยู่ไม่น้อย
“ไม่เป็นอะไร”
จริง ๆ นะ
“เพราะผ้าคลุมของเธอก็จะเปื้อนเหมือนกัน” เป็นของใหม่ด้วยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน หรือมีแค่เราที่เข้าใจว่าแบบนั้นอยู่คนเดียว
“อันที่จริงมันไม่ได้เปื้อนเท่าไหร่อย่าใส่ใจเลย”
เก็นไซชั่งใจในคราวแรก
เธอเหลือบมองดูเขาอยู่พักหนึ่ง แม้ใบหน้าจะไม่ได้บ่งชี้ไปในทิศทางใดเป็นพิเศษ กระนั้นภายในหัวกับวิ่งวุ่นไปหมด
คล้ายฝูงหนูตัวเล็กแตกตื่นอยู่ไม่น้อย
“ไม่เป็นอะไร”
จริง ๆ นะ
“เพราะผ้าคลุมของเธอก็จะเปื้อนเหมือนกัน” เป็นของใหม่ด้วยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน หรือมีแค่เราที่เข้าใจว่าแบบนั้นอยู่คนเดียว
“อันที่จริงมันไม่ได้เปื้อนเท่าไหร่อย่าใส่ใจเลย”
เธอเอียงคอเล็กน้อย เหลือบมองฟ้าเป็นระยะ
“ยิ่งนึกก็ยิ่งไม่เข้าใจ”
“ไม่เห็นอะไรอยู่เลย”
“ทั้งที่เป็นเรื่องของตัวเอง”
เธอเอียงคอเล็กน้อย เหลือบมองฟ้าเป็นระยะ
“ยิ่งนึกก็ยิ่งไม่เข้าใจ”
“ไม่เห็นอะไรอยู่เลย”
“ทั้งที่เป็นเรื่องของตัวเอง”
เก็นไซเอ่ย แม้ใบหน้าจะไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดเป็นพิเศษก็เพียงแต่หวังว่าความห่วงใยจะพอส่งไปถึงบ้าง
“นั่นสินะ ตกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน”
แต่เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งเดียวที่ยังตกตะกอนอยู่จึงมีเพียงความพะอืดพะอมของภาพก่อนเส้นชีวิตจะจบลงไป
“อือ แค่นั้นแหล่ะ”
เก็นไซพยักหน้าหงึก ไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องโกหกด้วยนั่นแหล่ะ
เก็นไซเอ่ย แม้ใบหน้าจะไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดเป็นพิเศษก็เพียงแต่หวังว่าความห่วงใยจะพอส่งไปถึงบ้าง
“นั่นสินะ ตกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน”
แต่เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งเดียวที่ยังตกตะกอนอยู่จึงมีเพียงความพะอืดพะอมของภาพก่อนเส้นชีวิตจะจบลงไป
“อือ แค่นั้นแหล่ะ”
เก็นไซพยักหน้าหงึก ไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องโกหกด้วยนั่นแหล่ะ