for #SKZ_Commu
Doc : https://docs.google.com/document/d/1pkTq2pEbvnpF9-3pFpGO5CvhpBBPxjrvWeqbswWgx1A/edit?usp=drivesdk
"หลับตาลง หายใจช้าๆ ลึกๆ... พยายามให้ใจเย็นลงก่อนนะครับ ไม่เป็นไร..."
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบปลอบเรียบเรื่อย ราวกับว่ามันเป็นความเคยชินที่เขาจะต้องเข้าไปปลอบคนอื่นอยู่แล้ว
"หลับตาลง หายใจช้าๆ ลึกๆ... พยายามให้ใจเย็นลงก่อนนะครับ ไม่เป็นไร..."
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบปลอบเรียบเรื่อย ราวกับว่ามันเป็นความเคยชินที่เขาจะต้องเข้าไปปลอบคนอื่นอยู่แล้ว
เอย์เซย์กดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยแล้วขยับมือกุมมืออีกฝ่ายจนแทบมิด
ทำไมถึงดูทรมานขนาดนั้น... ก็แค่ความตาย แถมดูเหมือนอีกฝ่ายจะตายโดยไม่ทันได้เจ็บปวดด้วย
ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความทรงจำในอดีตให้ห่วงหาอาวรณ์
ยังมีอะไรให้ต้องตระหนกกัน
คนปกติก็ควรจะมีปฏิกิริยาต่อความตายของตนเช่นนี้งั้นหรือ?
ทำไมตัวเขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย
+
เอย์เซย์กดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยแล้วขยับมือกุมมืออีกฝ่ายจนแทบมิด
ทำไมถึงดูทรมานขนาดนั้น... ก็แค่ความตาย แถมดูเหมือนอีกฝ่ายจะตายโดยไม่ทันได้เจ็บปวดด้วย
ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความทรงจำในอดีตให้ห่วงหาอาวรณ์
ยังมีอะไรให้ต้องตระหนกกัน
คนปกติก็ควรจะมีปฏิกิริยาต่อความตายของตนเช่นนี้งั้นหรือ?
ทำไมตัวเขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย
+
เขาไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรแถมยังตามใจอีกฝ่ายพลางหัวเราะเบาๆให้ท้ายอีกต่างหาก
มีคนที่ดูมีสีสันแบบนี้ทำให้อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย
สายตาเขากระพริบปริบก่อนจะยิ้มบางๆออกมา
"จะว่าไป ผมเอย์เซย์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"
เขาไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรแถมยังตามใจอีกฝ่ายพลางหัวเราะเบาๆให้ท้ายอีกต่างหาก
มีคนที่ดูมีสีสันแบบนี้ทำให้อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย
สายตาเขากระพริบปริบก่อนจะยิ้มบางๆออกมา
"จะว่าไป ผมเอย์เซย์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"
เขายิ้มพลลูบแผลที่ลำคออีกครั้งอย่างแผ่วเบา
"อืม... เหมือนจะอยู่ห้องBครับ"
เอย์เซย์ยิ้มพลางเอามือไพล่หลัง
"คันซากิคุงล่ะครับอยู่ห้องไหน? ถ้าได้อยู่ด้วยกันก็คงดีเนอะ..."
เขายิ้มพลลูบแผลที่ลำคออีกครั้งอย่างแผ่วเบา
"อืม... เหมือนจะอยู่ห้องBครับ"
เอย์เซย์ยิ้มพลางเอามือไพล่หลัง
"คันซากิคุงล่ะครับอยู่ห้องไหน? ถ้าได้อยู่ด้วยกันก็คงดีเนอะ..."
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เอาขาไปเกี่ยวลากเก้าอี้เข้ามาใกล้ๆและย่อกายนั่งลง
"ไม่เป็นไรแล้วครับ... หายใจเข้าลึกๆ มองหน้าผมไว้ ไม่มีน่ากลัวอะไรแล้ว"
มือหนาหยาบด้านที่ยังคงมีไออุ่นบีบเบาๆบนมืออีกฝ่าย
อยู่ๆก็สงสัยขึ้นมาว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเจอคืออะไร...
สงสัยว่าคนตรงหน้า'ตายอย่างไร'
แต่พอคิดแล้วว่ามันไม่สมควรพูดในขณะนี้ เอยเซย์จึงกลืนมันลงคอไปอย่างเงียบๆ
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เอาขาไปเกี่ยวลากเก้าอี้เข้ามาใกล้ๆและย่อกายนั่งลง
"ไม่เป็นไรแล้วครับ... หายใจเข้าลึกๆ มองหน้าผมไว้ ไม่มีน่ากลัวอะไรแล้ว"
มือหนาหยาบด้านที่ยังคงมีไออุ่นบีบเบาๆบนมืออีกฝ่าย
อยู่ๆก็สงสัยขึ้นมาว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเจอคืออะไร...
สงสัยว่าคนตรงหน้า'ตายอย่างไร'
แต่พอคิดแล้วว่ามันไม่สมควรพูดในขณะนี้ เอยเซย์จึงกลืนมันลงคอไปอย่างเงียบๆ
เอย์เซย์ยิ้มรับ
"จะว่าไป ได้ลองเดินสำรวจที่นี่บ้างหรือยังครับ"
"จะบอกว่าเป็นโรงเรียน...บรรยกาศก็แปลกไปหน่อย แถมยังความทรงจำเมื่อกี้อีก"
เขายกมือลูบแผลเป็นที่กลางลำคอตนอย่างครุ่นคิด
เอย์เซย์ยิ้มรับ
"จะว่าไป ได้ลองเดินสำรวจที่นี่บ้างหรือยังครับ"
"จะบอกว่าเป็นโรงเรียน...บรรยกาศก็แปลกไปหน่อย แถมยังความทรงจำเมื่อกี้อีก"
เขายกมือลูบแผลเป็นที่กลางลำคอตนอย่างครุ่นคิด
ความทรงจำขาดหาย คล้ายจะเห็นภาพซ้อนทับกับเด็กสาวตรงหน้า
เดิมทีคนเราจะกล้าลูบหัวคนแปลกหน้าได้อย่างเคยชินงั้นหรือ?
หรือเพราะเขาเห็นเธอเป็นใครกันแน่
"อ๊ะ...ขอโทษครับ ผมเสียมารยาทเอง"
เอย์เซย์โค้งตัวลง
"โยรุฮาระ เอย์เซย์... อยู่ปี3ครับ เมื่อกี้ต้องขอโทษด้วยนะครับ เรย์..."
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"
ความทรงจำขาดหาย คล้ายจะเห็นภาพซ้อนทับกับเด็กสาวตรงหน้า
เดิมทีคนเราจะกล้าลูบหัวคนแปลกหน้าได้อย่างเคยชินงั้นหรือ?
หรือเพราะเขาเห็นเธอเป็นใครกันแน่
"อ๊ะ...ขอโทษครับ ผมเสียมารยาทเอง"
เอย์เซย์โค้งตัวลง
"โยรุฮาระ เอย์เซย์... อยู่ปี3ครับ เมื่อกี้ต้องขอโทษด้วยนะครับ เรย์..."
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"
เขายังคลี่ยิ้มเบาบางอย่างที่เคย
"แต่อย่างอื่นก็นึกอะไรไม่ออกเลย"
"ถ้าที่นี่เป็นโรงเรียน...คุณก็เป็นอาจารย์หรือครับ?"
เอย์เซย์ถาม ปลายนิ้วหยาบด้านละจากการสำรวจมืออีกฝ่ายกลับมาวางไว้ที่ตัก
"ผมแนะนำตัวเองแล้ว ทางนั้นละครับ อยากให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดี?"
เขายังคลี่ยิ้มเบาบางอย่างที่เคย
"แต่อย่างอื่นก็นึกอะไรไม่ออกเลย"
"ถ้าที่นี่เป็นโรงเรียน...คุณก็เป็นอาจารย์หรือครับ?"
เอย์เซย์ถาม ปลายนิ้วหยาบด้านละจากการสำรวจมืออีกฝ่ายกลับมาวางไว้ที่ตัก
"ผมแนะนำตัวเองแล้ว ทางนั้นละครับ อยากให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดี?"
"เขาว่ากันว่าคนที่อยู่โลกเดียวกันจะสัมผัสตัวกันได้น่ะ"
เอย์เซย์บีบมืออีกฝ่ายเบาๆ
"แต่ว่าถ้ายังไม่พร้อมยอมรับก็ไม่เป็นไรนะครับ"
"ที่นี่ดูๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว อาจจะเป็นโลกหลังความตายที่สบายที่สุดแล้วก็ได้"
"บางทีการไม่มีความทรงจำอาจจะดีต่อการเริ่มต้นใหม่ก็ได้ มาค่อยๆปรับตัวไปด้วยกันนะครับ"
"เขาว่ากันว่าคนที่อยู่โลกเดียวกันจะสัมผัสตัวกันได้น่ะ"
เอย์เซย์บีบมืออีกฝ่ายเบาๆ
"แต่ว่าถ้ายังไม่พร้อมยอมรับก็ไม่เป็นไรนะครับ"
"ที่นี่ดูๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว อาจจะเป็นโลกหลังความตายที่สบายที่สุดแล้วก็ได้"
"บางทีการไม่มีความทรงจำอาจจะดีต่อการเริ่มต้นใหม่ก็ได้ มาค่อยๆปรับตัวไปด้วยกันนะครับ"
"ขอบคุณครับ ว่าแต่นี่ทรงอะไร"
เขายื่นมือขึ้นไปคลำๆลองจินตนาการดู
โบว์?
เอ่อ หรือว่าโชกุน?
คิดอีกทีก็เหมือนโอยรัน...
ไม่ได้โกรธอะไร แค่ยังงงๆอยู่นิดหน่อยกับเหตุการณ์ฉับไวโดยไม่ทันตั้งตัว
"ช่างเถอะ แบบนี้ก็โล่งคอดีเหมือนกันครับ ได้แรงบันดาลใจยังไงครับนี่"
แล้วทำไมถึงถามไปทางนั้นได้กันนะ...?
"ขอบคุณครับ ว่าแต่นี่ทรงอะไร"
เขายื่นมือขึ้นไปคลำๆลองจินตนาการดู
โบว์?
เอ่อ หรือว่าโชกุน?
คิดอีกทีก็เหมือนโอยรัน...
ไม่ได้โกรธอะไร แค่ยังงงๆอยู่นิดหน่อยกับเหตุการณ์ฉับไวโดยไม่ทันตั้งตัว
"ช่างเถอะ แบบนี้ก็โล่งคอดีเหมือนกันครับ ได้แรงบันดาลใจยังไงครับนี่"
แล้วทำไมถึงถามไปทางนั้นได้กันนะ...?
"ขอโทษที่ต้องรบกวนนะครับ แค่หางม้าธรรมดาก็พอ"
เขาคลี่ยิ้ม วางเส้นยางมัดผมให้ในมืออีกฝ่ายแล้วนั่งลงหันหลังให้
"โยรุฮาระ เอย์เซย์ ปี3ครับ แล้วไม่ทราบว่าทางนั้น..."
"ขอโทษที่ต้องรบกวนนะครับ แค่หางม้าธรรมดาก็พอ"
เขาคลี่ยิ้ม วางเส้นยางมัดผมให้ในมืออีกฝ่ายแล้วนั่งลงหันหลังให้
"โยรุฮาระ เอย์เซย์ ปี3ครับ แล้วไม่ทราบว่าทางนั้น..."
เขาเอียงคอหงายขึ้นเล็กน้อย แผลเป็นนั้นมีรูปร่างชัดเจนว่ามาจากกระสุนของอาวุธปืน
"ครับ...มีแผลเป็นบนตัวเยอะแยะเลย แต่ว่าไม่รู้ทำไมถึงจำไม่ได้สักอย่าง"
เอย์เซย์ยิ้มเย้าแล้วเอ่ยติดตลก
"ไม่ว่าหรอกครับ ผมเข้าใจ ตราบใดที่คุณไม่บีบคอผม"
"เชิญตามสบายเลยครับ"
เขาเอียงคอหงายขึ้นเล็กน้อย แผลเป็นนั้นมีรูปร่างชัดเจนว่ามาจากกระสุนของอาวุธปืน
"ครับ...มีแผลเป็นบนตัวเยอะแยะเลย แต่ว่าไม่รู้ทำไมถึงจำไม่ได้สักอย่าง"
เอย์เซย์ยิ้มเย้าแล้วเอ่ยติดตลก
"ไม่ว่าหรอกครับ ผมเข้าใจ ตราบใดที่คุณไม่บีบคอผม"
"เชิญตามสบายเลยครับ"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"อืม... จริงสิ เร็นจิคุงอยู่ห้องไหนเหรอ? ผมอยากรู้จักคนไว้เยอะๆ..." เอย์เซย์โคลงหัวเล็กน้อยพลางเอานิ้วชี้ข้างขมับ
"สรุปก็คือเพราะว่าตอนนี้ผมไม่มีความทรงจำอะไรเลย... ก็เลยอยากจะหาอะไรมาเติมน่ะครับ"
"แล้วผมก็อยากรู้จักคนเท่ๆแบบเร็นจิคุงด้วย"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"อืม... จริงสิ เร็นจิคุงอยู่ห้องไหนเหรอ? ผมอยากรู้จักคนไว้เยอะๆ..." เอย์เซย์โคลงหัวเล็กน้อยพลางเอานิ้วชี้ข้างขมับ
"สรุปก็คือเพราะว่าตอนนี้ผมไม่มีความทรงจำอะไรเลย... ก็เลยอยากจะหาอะไรมาเติมน่ะครับ"
"แล้วผมก็อยากรู้จักคนเท่ๆแบบเร็นจิคุงด้วย"
เอย์เซย์รู้สึกเหมือนรอยยิ้มของคนแข็งค้างชะงักอยู่บนใบหน้าเนิ่นนาน จนในที่สุดเขาก็พยักหน้ารับ
"ครับ เท่าที่ลองคิดดูแล้วก็เป็นแบบนั้น"
เขาค่อยๆวางมือบนไหล่อีกฝ่ายพลางบีบเบาๆ
"โอเครึเปล่าครับ เมย์?"
สีหน้าอีกฝ่ายทำให้ใจกระตุกวูบขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวทนาสงสาร...หรือว่าเป็นเพราะเพิ่งจะเคยได้เห็นสีหน้าแปลกใหม่ที่น่าสนใจกันแน่
เอย์เซย์รู้สึกเหมือนรอยยิ้มของคนแข็งค้างชะงักอยู่บนใบหน้าเนิ่นนาน จนในที่สุดเขาก็พยักหน้ารับ
"ครับ เท่าที่ลองคิดดูแล้วก็เป็นแบบนั้น"
เขาค่อยๆวางมือบนไหล่อีกฝ่ายพลางบีบเบาๆ
"โอเครึเปล่าครับ เมย์?"
สีหน้าอีกฝ่ายทำให้ใจกระตุกวูบขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวทนาสงสาร...หรือว่าเป็นเพราะเพิ่งจะเคยได้เห็นสีหน้าแปลกใหม่ที่น่าสนใจกันแน่
เมย์ฟังแล้วไม่เข้าใจก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองรอยแผลที่ลำคอของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนกำลังจะบอกใบ้บางอย่างกลายๆ พอคนตรงหน้าพูดว่าตายเขาก็หยุดเดินนิ่งไปทันที
"ตาย?"
"บ บ้าไปแล้ว นี่รุ่นพี่เอ์เซย์คงไม่ได้อำกันเล่นใช่มั้ย?"
เขาแสดงอาการออกมาแบบนั้นเพราะบุลลิคของอีกฝ่ายดูไม่เหมือนคนที่ชอบอำใครเล่นเลย
เมย์ฟังแล้วไม่เข้าใจก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองรอยแผลที่ลำคอของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนกำลังจะบอกใบ้บางอย่างกลายๆ พอคนตรงหน้าพูดว่าตายเขาก็หยุดเดินนิ่งไปทันที
"ตาย?"
"บ บ้าไปแล้ว นี่รุ่นพี่เอ์เซย์คงไม่ได้อำกันเล่นใช่มั้ย?"
เขาแสดงอาการออกมาแบบนั้นเพราะบุลลิคของอีกฝ่ายดูไม่เหมือนคนที่ชอบอำใครเล่นเลย
แล้วเขาก็หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆ... ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ แบบนี้ก็ไม่ตึงจนเกินไปดีเหมือนกัน ชอบมากเลยครับ"
ดวงตาสีเข้มเหลือบและหยีขึ้นตามรอยยิ้ม
"ทำได้ดีทั้งที่ตัวเองก็ผมสั้นแท้ๆ...สุดยอดไปเลยนะ คันซากิคุงเนี่ย"
แล้วเขาก็หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆ... ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ แบบนี้ก็ไม่ตึงจนเกินไปดีเหมือนกัน ชอบมากเลยครับ"
ดวงตาสีเข้มเหลือบและหยีขึ้นตามรอยยิ้ม
"ทำได้ดีทั้งที่ตัวเองก็ผมสั้นแท้ๆ...สุดยอดไปเลยนะ คันซากิคุงเนี่ย"
"ว้าว ...สุดยอดเลยครับ ถักได้เนี้ยบเรียบร้อยมากเลย"
"แบบนี้ไม่ตึงเกินไปด้วย"
เอย์เซย์คลี่ยิ้มออกมาเบาบาง
"ขอบคุณนะครับ ช่วยได้มากเลย"
ว่าแล้วก็ถือวิสาสะลูบผมอีกฝ่ายไปทีอย่างชื่นชม
"ว้าว ...สุดยอดเลยครับ ถักได้เนี้ยบเรียบร้อยมากเลย"
"แบบนี้ไม่ตึงเกินไปด้วย"
เอย์เซย์คลี่ยิ้มออกมาเบาบาง
"ขอบคุณนะครับ ช่วยได้มากเลย"
ว่าแล้วก็ถือวิสาสะลูบผมอีกฝ่ายไปทีอย่างชื่นชม
เสียงฝีเท้าหนามาหยุดลงข้างๆ ฝ่ามือหนาค่อยๆนาบลงบนไหล่บีบเบาๆพร้อมเสียงเอ่ยถามนุ่มนวล
"สวัสดีครับ ต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า?"
ในใจพลันเกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้น
ทำไมจึงได้ดูทรมานปานนั้นกัน?
แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป อย่างน้อยก็ไม่ควรในตอนนี้...
เสียงฝีเท้าหนามาหยุดลงข้างๆ ฝ่ามือหนาค่อยๆนาบลงบนไหล่บีบเบาๆพร้อมเสียงเอ่ยถามนุ่มนวล
"สวัสดีครับ ต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า?"
ในใจพลันเกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้น
ทำไมจึงได้ดูทรมานปานนั้นกัน?
แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป อย่างน้อยก็ไม่ควรในตอนนี้...
ความมืด สัมผัส และอุณหภูมิของรูปทรงกล้ามเนื้อทำให้รู้ตัวว่ากำลังถูกปิดตาด้วยฝ่ามือของใครบางคนอยู่
มนุษย์หรือ?
หรือว่าเป็นภาพหลอนเหมือนดังเช่นเมื่อครู่?
"สวัสดีครับ?"
เอย์เซย์เอ่ยพลางยกมือตัวเองขึ้นแตะคลำหลังมือที่บดบังทัศนวิสัยของตนอยู่
"เล่นทายคนเหรอครับ? เรื่องนั้นคงจะไม่ได้เพราะผมไม่รู้จักใครที่นี่สักคนเลย" เขาเอ่ยติดตลก
ความมืด สัมผัส และอุณหภูมิของรูปทรงกล้ามเนื้อทำให้รู้ตัวว่ากำลังถูกปิดตาด้วยฝ่ามือของใครบางคนอยู่
มนุษย์หรือ?
หรือว่าเป็นภาพหลอนเหมือนดังเช่นเมื่อครู่?
"สวัสดีครับ?"
เอย์เซย์เอ่ยพลางยกมือตัวเองขึ้นแตะคลำหลังมือที่บดบังทัศนวิสัยของตนอยู่
"เล่นทายคนเหรอครับ? เรื่องนั้นคงจะไม่ได้เพราะผมไม่รู้จักใครที่นี่สักคนเลย" เขาเอ่ยติดตลก
"ขอบคุณครับ รบกวนด้วยนะ"
"ที่จริงแค่มัดรวบก็พอ แต่ถ้าอยากทำทรงอื่นผมก็ไม่มีปัญหาครับ"
เขาหมายความตามนั้นจริงๆ
เด็กหนุ่มตัวสูงหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้หันหลังให้ เส้นผมสีดำสนิทตรงยาวสลวยถูกปัดมาไว้ด้านหลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้
"ขอบคุณครับ รบกวนด้วยนะ"
"ที่จริงแค่มัดรวบก็พอ แต่ถ้าอยากทำทรงอื่นผมก็ไม่มีปัญหาครับ"
เขาหมายความตามนั้นจริงๆ
เด็กหนุ่มตัวสูงหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้หันหลังให้ เส้นผมสีดำสนิทตรงยาวสลวยถูกปัดมาไว้ด้านหลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้