"โอเค"
ทำเพียงตอบและยอมรับข้อเสนอ ไม่เห็นและรับรู้สิ่งใด
สองเท้าก้าวเดินอีกครั้ง และอีกครั้ง
เพื่อเดินตามอีกคนไปในที่ที่ไม่รู้จัก
ในที่ที่มีเพียงแค่ชูฮิโระและโทริอิ
(จบโรลลลลล)
"โอเค"
ทำเพียงตอบและยอมรับข้อเสนอ ไม่เห็นและรับรู้สิ่งใด
สองเท้าก้าวเดินอีกครั้ง และอีกครั้ง
เพื่อเดินตามอีกคนไปในที่ที่ไม่รู้จัก
ในที่ที่มีเพียงแค่ชูฮิโระและโทริอิ
(จบโรลลลลล)
"ช่างเถอะ พอแล้ว"
"เราไปรวมตัวกันเถอะ"
พร้อมเอ่ยเสียงเบาคล้ายความเหนื่อยล้ากัดกินหัวใจ
"หรือไม่ก็แยกกันไปสองคน เหมือนทุกครั้ง"
"ช่างเถอะ พอแล้ว"
"เราไปรวมตัวกันเถอะ"
พร้อมเอ่ยเสียงเบาคล้ายความเหนื่อยล้ากัดกินหัวใจ
"หรือไม่ก็แยกกันไปสองคน เหมือนทุกครั้ง"
“นั่นสินะ ฉันเองก็อยากกินข้าวปั้น”
“…จะกาแฟดำก็ดี รามูเนะก็ดี หรือจะคาราอาเกะก็ตาม”
มือยังคงรื้อค้น จนพบเพียงความว่างเปล่า กระนั้นก็ยังค้นหาต่อไป
“ไว้ไปกินด้วยกันเถอะ เหมือนสมัยก่อนน่ะ”
ราวกับสร้างความหวังให้ตัวเองอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“นั่นสินะ ฉันเองก็อยากกินข้าวปั้น”
“…จะกาแฟดำก็ดี รามูเนะก็ดี หรือจะคาราอาเกะก็ตาม”
มือยังคงรื้อค้น จนพบเพียงความว่างเปล่า กระนั้นก็ยังค้นหาต่อไป
“ไว้ไปกินด้วยกันเถอะ เหมือนสมัยก่อนน่ะ”
ราวกับสร้างความหวังให้ตัวเองอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“นั่นสินะ”
มองทั้งสองสิ่งสลับกัน ก่อนจะยื่นซองเครื่องปรุงให้โทริอิ
“บางทีอาจจะมีแถวนี้อีก”
เพราะไม่เพียงพอสำหรับสองคน และหากจำเป็นเขาอาจต้องทำเป็นไม่หิวอีกตามเคย
“นี่”
“ถ้ากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ นายอยากกินอะไร?”
“นั่นสินะ”
มองทั้งสองสิ่งสลับกัน ก่อนจะยื่นซองเครื่องปรุงให้โทริอิ
“บางทีอาจจะมีแถวนี้อีก”
เพราะไม่เพียงพอสำหรับสองคน และหากจำเป็นเขาอาจต้องทำเป็นไม่หิวอีกตามเคย
“นี่”
“ถ้ากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ นายอยากกินอะไร?”
“อย่างน้อยมื้อสุดท้ายรสชาติก็คงจะไม่จืดชืดเท่าไหร่”
เขาเอ่ยพร้อมหยิบซองเครื่องปรุงมาปัดๆฝุ่นและดินออก หวังว่าจะยังกินได้นะ
“อย่างน้อยมื้อสุดท้ายรสชาติก็คงจะไม่จืดชืดเท่าไหร่”
เขาเอ่ยพร้อมหยิบซองเครื่องปรุงมาปัดๆฝุ่นและดินออก หวังว่าจะยังกินได้นะ
ดวงตาใสเป็นประกาย ไร้ซึ่งความหม่นหมอง ราวกับโลกนี้ยังคงสวยงามเหมือนเดิม
รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจ แต่เขาก็ยังเลือกคว้าสิ่งที่เหลือเพียงสิ่งสุดท้ายมาโอบกอดเพื่อประคองสติ ตัวตน และอุดมคติ
ฮีโร่อะไรกัน เขาเป็นแค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง
กระนั้นก็ยังนึกขอบใจ ในความเชื่อมั่นนั่นเสมอมา
“ขอบใจ โทริอิ”
เขาตอบรับเสียงเบา
+
ดวงตาใสเป็นประกาย ไร้ซึ่งความหม่นหมอง ราวกับโลกนี้ยังคงสวยงามเหมือนเดิม
รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจ แต่เขาก็ยังเลือกคว้าสิ่งที่เหลือเพียงสิ่งสุดท้ายมาโอบกอดเพื่อประคองสติ ตัวตน และอุดมคติ
ฮีโร่อะไรกัน เขาเป็นแค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง
กระนั้นก็ยังนึกขอบใจ ในความเชื่อมั่นนั่นเสมอมา
“ขอบใจ โทริอิ”
เขาตอบรับเสียงเบา
+
เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับเป็นคำพูดปกติทั่วไป ดวงตาก็ยังคงจดจ้องมองกองข้าวของที่ถูกรื้อค้น ไม่แม้แต่จะสบมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ
“แค่อยากจะ…บอกเอาไว้”
อาจจะเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเพราะปัจจุบันแสนริบหรี่ หรืออาจจะเพราะอนาคตที่หม่นหมอง
หรืออาจจะทั้งหมด ทำให้เขาอยากจะบอกอีกคนไว้
ด้วยคำมั่น
เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับเป็นคำพูดปกติทั่วไป ดวงตาก็ยังคงจดจ้องมองกองข้าวของที่ถูกรื้อค้น ไม่แม้แต่จะสบมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ
“แค่อยากจะ…บอกเอาไว้”
อาจจะเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเพราะปัจจุบันแสนริบหรี่ หรืออาจจะเพราะอนาคตที่หม่นหมอง
หรืออาจจะทั้งหมด ทำให้เขาอยากจะบอกอีกคนไว้
ด้วยคำมั่น
“งั้นเราลองไปหาของแถวนี้ดูกัน”
เขาเอ่ย แล้วจึงกวาดตามอง เดินนำไปยังที่ที่คิดว่าน่าจะพอมีอะไรที่น่าสนใจ
ตัวย่อลง มือปัดรื้อข้าวของอย่างเบามือ พร้อมความคิดบางอย่างที่กำลังตีกันในหัว
“โทริอิ”
“งั้นเราลองไปหาของแถวนี้ดูกัน”
เขาเอ่ย แล้วจึงกวาดตามอง เดินนำไปยังที่ที่คิดว่าน่าจะพอมีอะไรที่น่าสนใจ
ตัวย่อลง มือปัดรื้อข้าวของอย่างเบามือ พร้อมความคิดบางอย่างที่กำลังตีกันในหัว
“โทริอิ”