Solar Light | Warrior | Rank-Rock
——————
Account for RP #WyH_DG commu
พอได้ยินคำสารภาพอุบอิบ ใบหน้าที่นับปลิงอยู่ก็หันมาเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหากแต่เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าก่อเรื่องอะไร ไอ้หนู”
คำสุดท้ายเน้นย้ำ ฝ่ามือข้างที่พันแผลจับหมับไปที่ท่อนแขนของอีกคนกันหนี(...) หากจากมุมสายตาของเคย์ลัน ราวกับมีเงาปริศนาทาบทับใบหน้าของเซรอสก็ไม่ปาน
พอได้ยินคำสารภาพอุบอิบ ใบหน้าที่นับปลิงอยู่ก็หันมาเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหากแต่เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าก่อเรื่องอะไร ไอ้หนู”
คำสุดท้ายเน้นย้ำ ฝ่ามือข้างที่พันแผลจับหมับไปที่ท่อนแขนของอีกคนกันหนี(...) หากจากมุมสายตาของเคย์ลัน ราวกับมีเงาปริศนาทาบทับใบหน้าของเซรอสก็ไม่ปาน
“เจ้าไม่ต้องทำให้ข้าทุกอย่างก็ได้”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดเช่นนี้กับเคย์ลัน ถึงรู้ดีว่าจะโดนตอบกลับมาด้วยคำดื้อรั้นยืนยันว่าจะทำให้เหมือนทุกครั้งก็เถอะ
+
“เจ้าไม่ต้องทำให้ข้าทุกอย่างก็ได้”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดเช่นนี้กับเคย์ลัน ถึงรู้ดีว่าจะโดนตอบกลับมาด้วยคำดื้อรั้นยืนยันว่าจะทำให้เหมือนทุกครั้งก็เถอะ
+
“เราควรหาที่พัก”
จะย้อนกลับเมือง หรือหาจุดแวะพักของดันเจียนก็ได้ทั้งนั้น เพราะอาการอ่อนเพลียจากเลือดที่เสียไปเริ่มเด่นชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่พอที่จะทำให้ชายร่างใหญ่หมดเรี่ยวแรงนัก, หากไม่ได้สังเกต เซรอสก็ดูปกติดี
“เราควรหาที่พัก”
จะย้อนกลับเมือง หรือหาจุดแวะพักของดันเจียนก็ได้ทั้งนั้น เพราะอาการอ่อนเพลียจากเลือดที่เสียไปเริ่มเด่นชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่พอที่จะทำให้ชายร่างใหญ่หมดเรี่ยวแรงนัก, หากไม่ได้สังเกต เซรอสก็ดูปกติดี
“ข้าไม่เป็นไร”
เขาหันไปตอบเจ้าของน้ำเสียงที่แสดงท่าทีเป็นห่วง แต่พอเห็นหูหางที่ลู่หงุงลงของมันแล้ว เซรอสก็ได้แต่กลอกตา ยอมยื่นแขนข้างที่บาดเจ็บให้ไปดูอาการแต่โดยดี
+
“ข้าไม่เป็นไร”
เขาหันไปตอบเจ้าของน้ำเสียงที่แสดงท่าทีเป็นห่วง แต่พอเห็นหูหางที่ลู่หงุงลงของมันแล้ว เซรอสก็ได้แต่กลอกตา ยอมยื่นแขนข้างที่บาดเจ็บให้ไปดูอาการแต่โดยดี
+
“อย่าประมาท ไอ้หนู”
เขาเอ่ยเตือนอีกฝ่ายเพราะไม่อยากให้มีสภาพแบบตน ปลายเท้ากระทืบร่างของมันอีกครั้ง ตวัดดาบฟันมันอีกสองสามตัว
ดวงตาคมปลาบมองไปยังปลิงตัวสุดท้าย และ...
ฉึก!
ปลิดชีพมันในพริบตา
[5/10]
[51/50 👏]
“อย่าประมาท ไอ้หนู”
เขาเอ่ยเตือนอีกฝ่ายเพราะไม่อยากให้มีสภาพแบบตน ปลายเท้ากระทืบร่างของมันอีกครั้ง ตวัดดาบฟันมันอีกสองสามตัว
ดวงตาคมปลาบมองไปยังปลิงตัวสุดท้าย และ...
ฉึก!
ปลิดชีพมันในพริบตา
[5/10]
[51/50 👏]
เขาฟันปลิงตัวหนึ่งด้วยแขนข้างที่เหลือ ก่อนจะปักปลายดาบลงสู่ธรณี
ครื่น—!
กระแสเวทย์หมุนเวียนเป็นเกลียวคลื่น ก่อนที่ผืนดินจะเกิดกองหินกระแทกพวกปลิงรอบตัวให้กระเด็นไป
[6/10]
[43/50]
เขาฟันปลิงตัวหนึ่งด้วยแขนข้างที่เหลือ ก่อนจะปักปลายดาบลงสู่ธรณี
ครื่น—!
กระแสเวทย์หมุนเวียนเป็นเกลียวคลื่น ก่อนที่ผืนดินจะเกิดกองหินกระแทกพวกปลิงรอบตัวให้กระเด็นไป
[6/10]
[43/50]
“ฮ– ไหวอยู่...”
สิ่งที่จะเฉลยความผิดปกตินั้นคงอยู่ที่รอยแผลบนแขนของเซรอส เมื่อมันฝังคมเขี้ยวเข้าไปบนผิวหนัง เจ้าปลิงนั่นคงได้ลิ้มรสเลือดเนื้อของเขาไปบ้าง แม้จะดึงออกทันที
“ไอ้ปลิงเวรนั่น มันดูดเลือดข้าไปซะได้”
+
“ฮ– ไหวอยู่...”
สิ่งที่จะเฉลยความผิดปกตินั้นคงอยู่ที่รอยแผลบนแขนของเซรอส เมื่อมันฝังคมเขี้ยวเข้าไปบนผิวหนัง เจ้าปลิงนั่นคงได้ลิ้มรสเลือดเนื้อของเขาไปบ้าง แม้จะดึงออกทันที
“ไอ้ปลิงเวรนั่น มันดูดเลือดข้าไปซะได้”
+
“—!?”
เซรอสสะดุ้งเมื่อมีปลิงตัวหนึ่งเล็ดรอดคมดาบของเขา พุ่งเข้ามาฝังคมเขี้ยวเข้าที่ส่วนแขน... ดูเหมือนว่าการโฟกัสกับการเล็งทีละส่วนของปลิงจะทำให้การป้องกันตกไปสักหน่อย
เขานิ่วหน้า จากนั้นจึงคว้าตัวของปลิงกระชากมันออกทันควัน
[5/10]
[30/50]
“—!?”
เซรอสสะดุ้งเมื่อมีปลิงตัวหนึ่งเล็ดรอดคมดาบของเขา พุ่งเข้ามาฝังคมเขี้ยวเข้าที่ส่วนแขน... ดูเหมือนว่าการโฟกัสกับการเล็งทีละส่วนของปลิงจะทำให้การป้องกันตกไปสักหน่อย
เขานิ่วหน้า จากนั้นจึงคว้าตัวของปลิงกระชากมันออกทันควัน
[5/10]
[30/50]
“...ช่างยุ่งยากเสียจริง”
เช่นนั้นเจ้าของสีหน้ายุ่งจึงถอนหายใจหนักๆ ออกมาโดยไม่พูดอะไร หากแต่เห็นด้วยกลายๆ ว่าถ้ามัวแต่ฟาดฟันพวกมันอย่างไร้จุดหมายเช่นนี้ มีหวังคงเสร็จอีกทีค่ำมืด หรือไม่ก็เสียท่าให้พวกปลิงจนเลือดหมดตัวเป็นแน่
ยังคงกวัดแกว่งดาบเล่มเดิมอย่างชำนาญ
+
“...ช่างยุ่งยากเสียจริง”
เช่นนั้นเจ้าของสีหน้ายุ่งจึงถอนหายใจหนักๆ ออกมาโดยไม่พูดอะไร หากแต่เห็นด้วยกลายๆ ว่าถ้ามัวแต่ฟาดฟันพวกมันอย่างไร้จุดหมายเช่นนี้ มีหวังคงเสร็จอีกทีค่ำมืด หรือไม่ก็เสียท่าให้พวกปลิงจนเลือดหมดตัวเป็นแน่
ยังคงกวัดแกว่งดาบเล่มเดิมอย่างชำนาญ
+
“เหอะ พูดอย่างกับเจ้าทำได้ดีกว่าข้าอย่างนั้นแหละ”
ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการกำจัดปลิงของตัวเองแม้เพียงนิด เขายังคงเหวี่ยงดาบออกไปอย่างไร้ปราณี ไม่สนว่าจะสภาพดีหรือไม่ ในขณะที่อีกคนก็ไม่ได้แต้มดีกว่าตัวเองนัก
“หรือจะมัวแต่ออมมือแล้วปล่อยให้พวกมันดูดเลือดเจ้าจดหมดตัวกัน ไอ้หนู”
เอ่ยพลางต่อยปลิงตยาแบบบาบาเรี่ยนเวย์
[Round3: 2/10]
[Total: 17/50]
“เหอะ พูดอย่างกับเจ้าทำได้ดีกว่าข้าอย่างนั้นแหละ”
ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการกำจัดปลิงของตัวเองแม้เพียงนิด เขายังคงเหวี่ยงดาบออกไปอย่างไร้ปราณี ไม่สนว่าจะสภาพดีหรือไม่ ในขณะที่อีกคนก็ไม่ได้แต้มดีกว่าตัวเองนัก
“หรือจะมัวแต่ออมมือแล้วปล่อยให้พวกมันดูดเลือดเจ้าจดหมดตัวกัน ไอ้หนู”
เอ่ยพลางต่อยปลิงตยาแบบบาบาเรี่ยนเวย์
[Round3: 2/10]
[Total: 17/50]
เซรอสคว้าดาบใหญ่ที่ดูเทอะทะของตน เหวี่ยงคมฟันเข้าไปที่กลางลำตัวของปลิงตัวแล้วตัวเล่า บ้างก็ใช้เท้าเหยียบตัวที่อยู่บนพื้นจนร่างเละเทะอย่างไม่แยแสนัก
ดูเหมือนว่าซากปลิงที่ได้จากการฆ่าฟันของเซรอส จะมีสภาพไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก
[Round 2: 2/10]
[Total: 12/50]
เซรอสคว้าดาบใหญ่ที่ดูเทอะทะของตน เหวี่ยงคมฟันเข้าไปที่กลางลำตัวของปลิงตัวแล้วตัวเล่า บ้างก็ใช้เท้าเหยียบตัวที่อยู่บนพื้นจนร่างเละเทะอย่างไม่แยแสนัก
ดูเหมือนว่าซากปลิงที่ได้จากการฆ่าฟันของเซรอส จะมีสภาพไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก
[Round 2: 2/10]
[Total: 12/50]
เซรอสเปิดฉากด้วยการโยนคบเพลิงในมือออกไป ให้ความร้อนแผดเผาตรงตำแหน่งที่มีปลิงชุกชุมมากที่สุด!
[Round 1 : 5/50]
เซรอสเปิดฉากด้วยการโยนคบเพลิงในมือออกไป ให้ความร้อนแผดเผาตรงตำแหน่งที่มีปลิงชุกชุมมากที่สุด!
[Round 1 : 5/50]
เขาเก็บความสงสัยว่าทำไมพวกปลิงมันถึงคลั่งและรวมตัวกันอย่างผิดธรรมชาติเอาไว้ เพราะที่สำคัญกว่านั้นคือเอาชีวิตรอด และเอาศพของพวกมันกลับไปตามภารกิจ
+
เขาเก็บความสงสัยว่าทำไมพวกปลิงมันถึงคลั่งและรวมตัวกันอย่างผิดธรรมชาติเอาไว้ เพราะที่สำคัญกว่านั้นคือเอาชีวิตรอด และเอาศพของพวกมันกลับไปตามภารกิจ
+
นัยน์ตาคมสีมรกตกวาดไปตามต้นตอของเสียงที่ลำพังใบหูของมนุษย์ไม่อาจได้ยิน หากแต่เป็นพิกัดที่เคย์ลันบอกกับตน เมื่อนั้นคบเพลิงในมือจึงถูกยกสูงขึ้น ฉายให้เห็นภาพของผูงปลิงที่เกาะอยู่บนกำแพงตรงหน้า... ในจำนวนที่ไม่ปกตินัก
“บ้าชิบ—!”
เซรอสสบถขึ้นพร้อมกับเสียงปลิงที่แผดกรีดร้อง หนึ่งในพวกมันกระโจนลงมาราวกับไม่ได้กลิ่นกินเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตอื่นมานาน
”ระวังไว้ไอ้หนู!“
+
นัยน์ตาคมสีมรกตกวาดไปตามต้นตอของเสียงที่ลำพังใบหูของมนุษย์ไม่อาจได้ยิน หากแต่เป็นพิกัดที่เคย์ลันบอกกับตน เมื่อนั้นคบเพลิงในมือจึงถูกยกสูงขึ้น ฉายให้เห็นภาพของผูงปลิงที่เกาะอยู่บนกำแพงตรงหน้า... ในจำนวนที่ไม่ปกตินัก
“บ้าชิบ—!”
เซรอสสบถขึ้นพร้อมกับเสียงปลิงที่แผดกรีดร้อง หนึ่งในพวกมันกระโจนลงมาราวกับไม่ได้กลิ่นกินเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตอื่นมานาน
”ระวังไว้ไอ้หนู!“
+
เช่นนั้น เซรอสจึงหันไปมองอีกคนที่ควรจะตามเข้ามา ว่ายังอยู่ดีหรือไม่
เช่นนั้น เซรอสจึงหันไปมองอีกคนที่ควรจะตามเข้ามา ว่ายังอยู่ดีหรือไม่
เซรอสก้าวขาเข้าไปยังประตูมิติ หลับตารับแสงวาบที่อาบร่างของเขาอยู่ครู่หนึ่งอย่างเคยชิน และเมื่อลืมตาขึ้นมาบรรยากาศทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
คบเพลิงนำทางส่องสว่าง เขามองไปยังดันเจี้ยนกว้างที่เต็มไปด้วยทางเดินสลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกต ฝ่ามือสัมผัสกำแพงที่ประดับลวดลายอารยธรรมโบราณของเผ่าเอลฟ์ที่เรียงรายสุดลูกหูลูกตา
+
เซรอสก้าวขาเข้าไปยังประตูมิติ หลับตารับแสงวาบที่อาบร่างของเขาอยู่ครู่หนึ่งอย่างเคยชิน และเมื่อลืมตาขึ้นมาบรรยากาศทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
คบเพลิงนำทางส่องสว่าง เขามองไปยังดันเจี้ยนกว้างที่เต็มไปด้วยทางเดินสลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกต ฝ่ามือสัมผัสกำแพงที่ประดับลวดลายอารยธรรมโบราณของเผ่าเอลฟ์ที่เรียงรายสุดลูกหูลูกตา
+
“ถ้าเจ้าไม่โดนพวกมันรุมตอมเสียก่อน”
กล่าวต่อทฤษฎีของเด็กหนุ่มไว้สั้นๆ เป็นเชิงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พลางแบกดาบคู่ใจขึ้นพาดบ่า สะท้อนกับแสงแดดยามบ่ายของโลกฝั่งปัจจุบันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังนำไปยังปากทางเข้าดันเจี้ยน
+
“ถ้าเจ้าไม่โดนพวกมันรุมตอมเสียก่อน”
กล่าวต่อทฤษฎีของเด็กหนุ่มไว้สั้นๆ เป็นเชิงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พลางแบกดาบคู่ใจขึ้นพาดบ่า สะท้อนกับแสงแดดยามบ่ายของโลกฝั่งปัจจุบันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังนำไปยังปากทางเข้าดันเจี้ยน
+
ทว่าอย่างน้อยที่สุด ประสบการณ์เหล่านั้นก็หล่อหลอมให้เคย์ลันเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดได้ด้วยตัวเองไปโดยปริยาย
“เก็บอะไรมาล่ะทีนี้”
เขาพยักเพยิดไปยังสมุนไพรในมืออีกฝ่าย
ทว่าอย่างน้อยที่สุด ประสบการณ์เหล่านั้นก็หล่อหลอมให้เคย์ลันเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดได้ด้วยตัวเองไปโดยปริยาย
“เก็บอะไรมาล่ะทีนี้”
เขาพยักเพยิดไปยังสมุนไพรในมืออีกฝ่าย
“...ไม่ได้ปล่อย”
เซรอสถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบดาบใหญ่คู่ใจที่สะพายหลังมาถือไว้ แกว่งมันเบาๆ ให้ชินมือ
“แต่เพราะเจ้ามัวแต่เถลไถล ออกนอกเส้นทางไปเรื่อย”
+
“...ไม่ได้ปล่อย”
เซรอสถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบดาบใหญ่คู่ใจที่สะพายหลังมาถือไว้ แกว่งมันเบาๆ ให้ชินมือ
“แต่เพราะเจ้ามัวแต่เถลไถล ออกนอกเส้นทางไปเรื่อย”
+
เมื่อเบื้องหน้าปรากฏซึ่งประตูทางเข้าดันเจี้ยนตามที่ต้องการ ฝีเท้าของเขาก็หยุดลง
+
เมื่อเบื้องหน้าปรากฏซึ่งประตูทางเข้าดันเจี้ยนตามที่ต้องการ ฝีเท้าของเขาก็หยุดลง
+
“อืม... ถ้าเจ้าหามันเจอก่อนค่ำได้”
น้ำเสียงเรียบเอ่ยกลับคำพูดของเด็กหนุ่ม เหมือนให้รู้หน้าที่กลายๆ ว่าคนที่ต้องหาที่อยู่ของพวกปลิงคือใคร
“ไปเถอะ”
ร่างสูงออกนำตามเส้นทางที่คุ้นเคย คงใช้เวลาสักพักกว่าจะถึงประตูดันเจี้ยน
“อืม... ถ้าเจ้าหามันเจอก่อนค่ำได้”
น้ำเสียงเรียบเอ่ยกลับคำพูดของเด็กหนุ่ม เหมือนให้รู้หน้าที่กลายๆ ว่าคนที่ต้องหาที่อยู่ของพวกปลิงคือใคร
“ไปเถอะ”
ร่างสูงออกนำตามเส้นทางที่คุ้นเคย คงใช้เวลาสักพักกว่าจะถึงประตูดันเจี้ยน
สองเท้าเดินหน้า หน้าไม้ขึ้นสาย
เคลื่อนกายเข้าสู่ตัวบ้านด้วยความเงียบกริบ
แล้วเปิดประตู ปัง! ออกทันใด
และภาพที่ได้เห็นก็คือ
สองเท้าเดินหน้า หน้าไม้ขึ้นสาย
เคลื่อนกายเข้าสู่ตัวบ้านด้วยความเงียบกริบ
แล้วเปิดประตู ปัง! ออกทันใด
และภาพที่ได้เห็นก็คือ
เซรอสเพียงนิ่งมองเจ้าหินโมอายอยู่แบบนั้น ราวกับมีแรงกดดันบางอย่างที่มัน 3 ตัวก็รับรู้ได้ เหมือนเขากำลังมองก้อนกรวดติดรองเท้าเท่านั้น
ไร้คำพูดจา เขาเพียงเอื้อมมือไปแตะดาบที่สะพายอยู่ด้านหลังเบาๆ—
และเจ้าหินเวทย์มนต์ทั้งสาม ก็สะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟช็อต ปีกค้างคาวกระพือพึ่บพั่บ ร้องแหกปากแล้วบินหนีไป
“...?”
อย่างน้อยก็ไม่ต้องออกแรงล่ะนะ
เซรอสเพียงนิ่งมองเจ้าหินโมอายอยู่แบบนั้น ราวกับมีแรงกดดันบางอย่างที่มัน 3 ตัวก็รับรู้ได้ เหมือนเขากำลังมองก้อนกรวดติดรองเท้าเท่านั้น
ไร้คำพูดจา เขาเพียงเอื้อมมือไปแตะดาบที่สะพายอยู่ด้านหลังเบาๆ—
และเจ้าหินเวทย์มนต์ทั้งสาม ก็สะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟช็อต ปีกค้างคาวกระพือพึ่บพั่บ ร้องแหกปากแล้วบินหนีไป
“...?”
อย่างน้อยก็ไม่ต้องออกแรงล่ะนะ