For #ESRA_Commu
Doc : https://bit.ly/4gcu59u
"ฟลอร่า ช่วยไปเอาขนมมาเพิ่มหน่อยได้ไหม"
วันนี้โต๊ะน้ำชามีแขกเพิ่มถึงสองชีวิต ขนมที่ตระเตรียมไว้ตอนแรกคงไม่พอ
แม้จะส่งเสียงกรุ้งกริ้งไม่ค่อยพอใจนัก แต่ฟลอร่าก็ยอมบินออกไปหาขนมมาเพิ่มให้ตามที่หญิงสาวขออยู่ดี
"เดี๋ยวฟลอร่าจะตามมา เราไปที่สวนกันก่อนเถอะค่ะ"
หล่อนประคองถาดชุดน้ำชาก้าวนำไป เพราะอุบัติเหตุเมื่อครู่ทำให้ช้านิดหน่อย หวังว่าโต๊ะในสวนจะยังไม่ถูกจับจองจนเต็ม
"ฟลอร่า ช่วยไปเอาขนมมาเพิ่มหน่อยได้ไหม"
วันนี้โต๊ะน้ำชามีแขกเพิ่มถึงสองชีวิต ขนมที่ตระเตรียมไว้ตอนแรกคงไม่พอ
แม้จะส่งเสียงกรุ้งกริ้งไม่ค่อยพอใจนัก แต่ฟลอร่าก็ยอมบินออกไปหาขนมมาเพิ่มให้ตามที่หญิงสาวขออยู่ดี
"เดี๋ยวฟลอร่าจะตามมา เราไปที่สวนกันก่อนเถอะค่ะ"
หล่อนประคองถาดชุดน้ำชาก้าวนำไป เพราะอุบัติเหตุเมื่อครู่ทำให้ช้านิดหน่อย หวังว่าโต๊ะในสวนจะยังไม่ถูกจับจองจนเต็ม
แต่เมื่อรับเนื้อสองไม้มาจากเจ้าของร้านและหันกลับมามองอีกฝ่ายแล้วก็เหมือนจะเพิ่งนึกออก
"องค์— เดลทานเนื้อกระต่ายเป็นไหม ถ้าไม่จะสั่งอย่างอื่นก็ได้ ฉันเลี้ยง"
เกือบหลุดแต่กลับมาได้
แต่เมื่อรับเนื้อสองไม้มาจากเจ้าของร้านและหันกลับมามองอีกฝ่ายแล้วก็เหมือนจะเพิ่งนึกออก
"องค์— เดลทานเนื้อกระต่ายเป็นไหม ถ้าไม่จะสั่งอย่างอื่นก็ได้ ฉันเลี้ยง"
เกือบหลุดแต่กลับมาได้
"ได้ค่ะ"
แม้ชะงักไปแวบหนึ่งเมื่อเขาเสนอว่าจะเรียกพยางค์หลังของชื่อ แต่ก็ตอบตกลงไป ไม่มีคนเรียกเธอด้วยชื่อนั้นมานานแล้วตั้งแต่กลายเป็นชนชั้นสูง
อาจเพราะแบบนั้น บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวจึงค่อยๆผ่อนคลายลงจากตอนแรก
(+)
"ได้ค่ะ"
แม้ชะงักไปแวบหนึ่งเมื่อเขาเสนอว่าจะเรียกพยางค์หลังของชื่อ แต่ก็ตอบตกลงไป ไม่มีคนเรียกเธอด้วยชื่อนั้นมานานแล้วตั้งแต่กลายเป็นชนชั้นสูง
อาจเพราะแบบนั้น บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวจึงค่อยๆผ่อนคลายลงจากตอนแรก
(+)
เพียงแค่อยากให้อีกฝ่ายระวังให้มากขึ้นสักหน่อย สังคมชนชั้นสูงไม่ได้ใจดีขนาดนั้น
ไม่ได้คิดจะกดดันแต่เพราะใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มและน้ำเสียงเรียบนิ่งคงทำให้เด็กหนุ่มคิดว่าเธอตำหนิเขา
เอายังไงดีนะ—
"คุณเด็ปบี้"
"หากคุณไม่มีธุระด่วนล่ะก็ ฉันอยากเชิญคุณมาร่วมโต๊ะน้ำชาค่ะ"
"ถ้าไม่รังเกียจสภาพมาการองที่แตกไปนิดหน่อยนะคะ"
เพียงแค่อยากให้อีกฝ่ายระวังให้มากขึ้นสักหน่อย สังคมชนชั้นสูงไม่ได้ใจดีขนาดนั้น
ไม่ได้คิดจะกดดันแต่เพราะใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มและน้ำเสียงเรียบนิ่งคงทำให้เด็กหนุ่มคิดว่าเธอตำหนิเขา
เอายังไงดีนะ—
"คุณเด็ปบี้"
"หากคุณไม่มีธุระด่วนล่ะก็ ฉันอยากเชิญคุณมาร่วมโต๊ะน้ำชาค่ะ"
"ถ้าไม่รังเกียจสภาพมาการองที่แตกไปนิดหน่อยนะคะ"
หญิงสาวก้มลงมองตามสายตาของเพื่อนร่วมชั้น
บนถาดนั้นมีเค้กอยู่สองชิ้น ช็อกโกแลตครีมสดและสตรอเบอร์รี่ช็อตเค้กที่เหลือเป็นชิ้นสุดท้าย
หรือว่า—
"หากองค์หญิงไม่มีธุระอะไรต่อ สนใจมาร่วมโต๊ะน้ำชาด้วยกันก่อนไหมเพคะ"
"หม่อมฉันยกเค้กให้องค์หญิงเลือกก่อนชิ้นหนึ่งเลยเพคะ"
หากไม่ได้เข้าใจผิดไป เหมือนว่าเธอจะอยากทานเค้กที่เหลือเพียงชิ้นสุดท้ายนั่นน่ะ
หญิงสาวก้มลงมองตามสายตาของเพื่อนร่วมชั้น
บนถาดนั้นมีเค้กอยู่สองชิ้น ช็อกโกแลตครีมสดและสตรอเบอร์รี่ช็อตเค้กที่เหลือเป็นชิ้นสุดท้าย
หรือว่า—
"หากองค์หญิงไม่มีธุระอะไรต่อ สนใจมาร่วมโต๊ะน้ำชาด้วยกันก่อนไหมเพคะ"
"หม่อมฉันยกเค้กให้องค์หญิงเลือกก่อนชิ้นหนึ่งเลยเพคะ"
หากไม่ได้เข้าใจผิดไป เหมือนว่าเธอจะอยากทานเค้กที่เหลือเพียงชิ้นสุดท้ายนั่นน่ะ
หล่อนเงียบไป ดวงตาจับจ้องอยู่ที่พัฟบอลทั้งสอง ฟลอร่ากำลังบินวนไปมา เสียงคล้ายกระดิ่งลมดังราวกับกำลังช่วยปลอบแซนดี้ด้วยอีกแรง
"บางที สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับผู้อื่นแล้วอาจเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้นะเพคะ"
หวังว่าจะไม่ทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง
"การที่ต้องถูกทิ้งไว้คนเดียวนั้นไม่ฟังดูน่าเศร้าหรือเพคะ?"
หล่อนเงียบไป ดวงตาจับจ้องอยู่ที่พัฟบอลทั้งสอง ฟลอร่ากำลังบินวนไปมา เสียงคล้ายกระดิ่งลมดังราวกับกำลังช่วยปลอบแซนดี้ด้วยอีกแรง
"บางที สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับผู้อื่นแล้วอาจเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้นะเพคะ"
หวังว่าจะไม่ทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง
"การที่ต้องถูกทิ้งไว้คนเดียวนั้นไม่ฟังดูน่าเศร้าหรือเพคะ?"
เพราะเห็นด้วยกับอีกฝ่ายและได้รับอนุญาตแล้วจึงซ้อมเรียกชื่อขององค์ชายรอบหนึ่งเพื่อให้ชินปาก
"เซลีนก็พอค่ะ เรียกรุ่นพี่กลางตลาดที่เต็มไปด้วยสามัญชนนั้นก็ฟังดูแปลกเช่นกัน"
"และถ้าไม่รังเกียจ ไปซื้อนั่นมาทานด้วยกันก่อนไหมคะ?"
ยังไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่กลับชี้ตรงไปยังร้านเนื้อเสียบไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก กลิ่นของมันหอมจนทำให้คนที่ท้องว่างอยากเดินเข้าไปลิ้มลอง
คนท้องว่างคนนั้นคือเธอเอง
เพราะเห็นด้วยกับอีกฝ่ายและได้รับอนุญาตแล้วจึงซ้อมเรียกชื่อขององค์ชายรอบหนึ่งเพื่อให้ชินปาก
"เซลีนก็พอค่ะ เรียกรุ่นพี่กลางตลาดที่เต็มไปด้วยสามัญชนนั้นก็ฟังดูแปลกเช่นกัน"
"และถ้าไม่รังเกียจ ไปซื้อนั่นมาทานด้วยกันก่อนไหมคะ?"
ยังไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่กลับชี้ตรงไปยังร้านเนื้อเสียบไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก กลิ่นของมันหอมจนทำให้คนที่ท้องว่างอยากเดินเข้าไปลิ้มลอง
คนท้องว่างคนนั้นคือเธอเอง
กระชับเสื้อคลุมที่ได้รับคืนมา หญิงสาวไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดหวานหูที่อีกฝ่ายเอ่ย แต่พยักหน้าตอนรับอีกประโยคหนึ่ง
"นั่นก็อาจจริงดังท่านว่า"
"แม้จะแตกต่างไปเสียหน่อยที่เลือกที่นอนเป็นม้านั่ง แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งสินะคะ"
เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่ โลกของชนชั้นสูงเนี่ยเข้าใจยากจริงๆ
กระชับเสื้อคลุมที่ได้รับคืนมา หญิงสาวไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดหวานหูที่อีกฝ่ายเอ่ย แต่พยักหน้าตอนรับอีกประโยคหนึ่ง
"นั่นก็อาจจริงดังท่านว่า"
"แม้จะแตกต่างไปเสียหน่อยที่เลือกที่นอนเป็นม้านั่ง แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งสินะคะ"
เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่ โลกของชนชั้นสูงเนี่ยเข้าใจยากจริงๆ
ส่วนหญิงสาวเดินตามมาก้มลงเก็บกล่องมาการองขึ้นพลิกสำรวจ ดูเหมือนจะมีบางชิ้นที่แตกไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังทานได้ไม่มีปัญหา
"ฉันน่ะไม่ว่าอะไรคุณหรอกนะคะ แต่กับท่านอื่นนั้นฉันก็ไม่แน่ใจนัก คุณต้องระวังมากกว่านี้นะคะคุณเด็ปบี้"
กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่บรรยากาศรอบตัวนั้นปราศจากความกดดัน
ส่วนหญิงสาวเดินตามมาก้มลงเก็บกล่องมาการองขึ้นพลิกสำรวจ ดูเหมือนจะมีบางชิ้นที่แตกไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังทานได้ไม่มีปัญหา
"ฉันน่ะไม่ว่าอะไรคุณหรอกนะคะ แต่กับท่านอื่นนั้นฉันก็ไม่แน่ใจนัก คุณต้องระวังมากกว่านี้นะคะคุณเด็ปบี้"
กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่บรรยากาศรอบตัวนั้นปราศจากความกดดัน
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?"
แม้ใบหน้าของหล่อนจะไร้รอยยิ้ม แต่บรรยากาศกลับชวนให้ผ่อนคลาย
"ถ้าไม่เป็นการล้ำเส้นมากเกินไปจะช่วยบอกฉันได้ไหมคะ?"
รับผ้าเช็ดหน้ามาจากฟลอร่า— พัฟบอลของตน และช่วยซับน้ำตาอย่างเบามือ
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?"
แม้ใบหน้าของหล่อนจะไร้รอยยิ้ม แต่บรรยากาศกลับชวนให้ผ่อนคลาย
"ถ้าไม่เป็นการล้ำเส้นมากเกินไปจะช่วยบอกฉันได้ไหมคะ?"
รับผ้าเช็ดหน้ามาจากฟลอร่า— พัฟบอลของตน และช่วยซับน้ำตาอย่างเบามือ
หล่อนพยักหน้าประกอบคำตอบก่อนจะกล่าวต่อ
"จะปล่อยให้ท่านนอนอยู่ข้างนอกแบบนี้นานๆคงไม่ดีนัก"
"แต่จะให้ปลุกนั้นก็คงไม่ดีเช่นเดียวกัน เพราะเห็นว่ากำลังหลับสบาย"
"แต่โชคดีท่านบอกว่าขออีกเพียงห้านาที เราเห็นว่านั่นกำลังพอเหมาะก็เลยรอปลุกน่ะค่ะ"
แม้ไม่รู้จักมักคุ้นเป็นพิเศษ เพียงแค่เคยเห็นผ่านๆ แต่ในฐานะรุ่นพี่ (แค่ปีเดียว) ก็อยากจะดูแลรุ่นน้องล่ะนะ
"ทำไมไม่ไปนอนที่หอดีๆล่ะคะ?"
หล่อนพยักหน้าประกอบคำตอบก่อนจะกล่าวต่อ
"จะปล่อยให้ท่านนอนอยู่ข้างนอกแบบนี้นานๆคงไม่ดีนัก"
"แต่จะให้ปลุกนั้นก็คงไม่ดีเช่นเดียวกัน เพราะเห็นว่ากำลังหลับสบาย"
"แต่โชคดีท่านบอกว่าขออีกเพียงห้านาที เราเห็นว่านั่นกำลังพอเหมาะก็เลยรอปลุกน่ะค่ะ"
แม้ไม่รู้จักมักคุ้นเป็นพิเศษ เพียงแค่เคยเห็นผ่านๆ แต่ในฐานะรุ่นพี่ (แค่ปีเดียว) ก็อยากจะดูแลรุ่นน้องล่ะนะ
"ทำไมไม่ไปนอนที่หอดีๆล่ะคะ?"
เสียงแหลมดังเข้าโสตประสาททำให้หญิงสาวที่กำลังเดินคุยกับพัฟบอลของตนอยู่ต้องหันไปมองหาต้นตอของเสียงนั่น
นัยน์ตาสีม่วงสบเข้ากับสายตาของผู้ชายคนหนึ่ง แต่เซลีนนั้นไม่เข้าใจความหมาย
เมื่อเห็นว่าต้นตอของเสียงร้องไห้นั้นน่าจะเป็นพัฟบอลของเจ้าตัวเอง หล่อนก็ส่งสายตาตั้งคำถามกลับไป
'ทำไมปล่อยให้พัฟบอลของตัวเองร้องไห้อยู่แบบนั้นล่ะคะ?'
สายตาเหมือนจะตั้งคำถามแบบนั้นล่ะ
เสียงแหลมดังเข้าโสตประสาททำให้หญิงสาวที่กำลังเดินคุยกับพัฟบอลของตนอยู่ต้องหันไปมองหาต้นตอของเสียงนั่น
นัยน์ตาสีม่วงสบเข้ากับสายตาของผู้ชายคนหนึ่ง แต่เซลีนนั้นไม่เข้าใจความหมาย
เมื่อเห็นว่าต้นตอของเสียงร้องไห้นั้นน่าจะเป็นพัฟบอลของเจ้าตัวเอง หล่อนก็ส่งสายตาตั้งคำถามกลับไป
'ทำไมปล่อยให้พัฟบอลของตัวเองร้องไห้อยู่แบบนั้นล่ะคะ?'
สายตาเหมือนจะตั้งคำถามแบบนั้นล่ะ
ถ้าอีกห้านาทีก็คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง ไม่อยากจะปลุกคนที่กำลังหลับ
คิดแล้วก็ถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาห่มให้อีกฝ่าย และพัฟบอลของเธอก็ราวกับรู้ใจ นำผ้าผืนเล็กออกมาปูบนพื้นหญ้าใกล้ๆ หล่อนนั่งลงและนับเวลาในใจ
เอาล่ะ ครบห้านาทีแล้ว
"ครบห้านาทีแล้วนะคะท่านวินเซนต์ ได้เวลาลุกแล้วค่ะ"
คราวนี้จับแขนของชายหนุ่มแล้วออกแรงเขย่าเบาๆ
ถ้าอีกห้านาทีก็คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง ไม่อยากจะปลุกคนที่กำลังหลับ
คิดแล้วก็ถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาห่มให้อีกฝ่าย และพัฟบอลของเธอก็ราวกับรู้ใจ นำผ้าผืนเล็กออกมาปูบนพื้นหญ้าใกล้ๆ หล่อนนั่งลงและนับเวลาในใจ
เอาล่ะ ครบห้านาทีแล้ว
"ครบห้านาทีแล้วนะคะท่านวินเซนต์ ได้เวลาลุกแล้วค่ะ"
คราวนี้จับแขนของชายหนุ่มแล้วออกแรงเขย่าเบาๆ
ระหว่างทางเดินเตร็ดเตร่ก็ได้พบเข้ากับชายหนุ่มที่นอนอยู่บนม้านั่ง
อดคิดไม่ได้ว่าเจอคนกำลังนอนบ่อยจังเลย ทำไมไม่ชอบไปนอนในหอพักกันดีๆล่ะนั่น?
ปกติเธอก็ไม่คิดจะปลุกคนที่กำลังหลับสบาย หากไม่ติดว่านี่ก็เริ่มเย็นแล้วและอากาศก็คงเย็นลงเช่นกัน คงไม่ดีนักถ้าเขาล้มป่วยตั้งแต่เปิดเทอม
เอาล่ะ คนๆนี้น่าจะชื่อ—
"ท่านวินเซนต์? ตื่นเถอะค่ะ"
นิ้วชี้จิ้มเข้าที่ต้นแขนของรุ่นน้องสูงศักดิ์
ระหว่างทางเดินเตร็ดเตร่ก็ได้พบเข้ากับชายหนุ่มที่นอนอยู่บนม้านั่ง
อดคิดไม่ได้ว่าเจอคนกำลังนอนบ่อยจังเลย ทำไมไม่ชอบไปนอนในหอพักกันดีๆล่ะนั่น?
ปกติเธอก็ไม่คิดจะปลุกคนที่กำลังหลับสบาย หากไม่ติดว่านี่ก็เริ่มเย็นแล้วและอากาศก็คงเย็นลงเช่นกัน คงไม่ดีนักถ้าเขาล้มป่วยตั้งแต่เปิดเทอม
เอาล่ะ คนๆนี้น่าจะชื่อ—
"ท่านวินเซนต์? ตื่นเถอะค่ะ"
นิ้วชี้จิ้มเข้าที่ต้นแขนของรุ่นน้องสูงศักดิ์