เขาจูบที่หน้าผากเธออีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน ท่ามกลางแสงจันทร์ของแพนดอร่าที่ดูสวยงามกว่าคืนไหนๆ
-FIN-
เขาจูบที่หน้าผากเธออีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน ท่ามกลางแสงจันทร์ของแพนดอร่าที่ดูสวยงามกว่าคืนไหนๆ
-FIN-
”อื้อ...“
ซูเตย์ดึงผ้าคลุมไหล่มาห่มให้เจค แล้วกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งคู่นอนมองดูดาวที่ลอดผ่านช่องหินเข้ามา
“พรุ่งนี้...” เจคพูดเสียงงัวเงีย
“นายต้องดุฉันให้น้อยลงนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องเอทูคาน”
ซูเตย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้เจครู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
”อื้อ...“
ซูเตย์ดึงผ้าคลุมไหล่มาห่มให้เจค แล้วกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งคู่นอนมองดูดาวที่ลอดผ่านช่องหินเข้ามา
“พรุ่งนี้...” เจคพูดเสียงงัวเงีย
“นายต้องดุฉันให้น้อยลงนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องเอทูคาน”
ซูเตย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้เจครู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
“เจ้าตัวเล็กนิดเดียว...” ซูเตย์กระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มลึกชวนฟัง ผิดกับเสียงตวาดที่มักดุเธอลิบลับ
“แต่วุ่นวายได้เท่ากับฝูงอิกรานทั้งฝูง”
เจคหัวเราะคิกคักเบาๆ ใบหน้าซุกไซ้กับฝ่ามืออุ่นของเขา
“แล้วนายชอบมั้ยล่ะ?”
ซูเตย์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มหน้าลงมามอบจูบที่แผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อ
“เจ้าตัวเล็กนิดเดียว...” ซูเตย์กระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มลึกชวนฟัง ผิดกับเสียงตวาดที่มักดุเธอลิบลับ
“แต่วุ่นวายได้เท่ากับฝูงอิกรานทั้งฝูง”
เจคหัวเราะคิกคักเบาๆ ใบหน้าซุกไซ้กับฝ่ามืออุ่นของเขา
“แล้วนายชอบมั้ยล่ะ?”
ซูเตย์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มหน้าลงมามอบจูบที่แผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อ
เจคยิ้มออกมาบางๆ ความรั้นหายไปเหลือเพียงความอบอุ่นในหัวใจเธอยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบ้าๆ
“นึกว่าจะเป็นแค่ครูฝึกจอมโหดเสียอีก... ที่จริงนายก็ขี้หวงเหมือนกันนะ ซูเตย์”
มือหนาของซูเตย์ที่เคยจับอาวุธล่าสัตว์ บัดนี้กลับเลื่อนไล้ไปตามกรอบหน้าของเจคอย่างทะนุถนอม
เจคยิ้มออกมาบางๆ ความรั้นหายไปเหลือเพียงความอบอุ่นในหัวใจเธอยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบ้าๆ
“นึกว่าจะเป็นแค่ครูฝึกจอมโหดเสียอีก... ที่จริงนายก็ขี้หวงเหมือนกันนะ ซูเตย์”
มือหนาของซูเตย์ที่เคยจับอาวุธล่าสัตว์ บัดนี้กลับเลื่อนไล้ไปตามกรอบหน้าของเจคอย่างทะนุถนอม
ซูเตย์เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห่วง ร่างสีน้ำเงินสองร่างกอดรัดกันแน่นจนไร้ช่องว่าง ก่อนที่ทั้งคู่จะกระตุกเกร็งและพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดพร้อมๆ กันผ่านการเชื่อมต่อทางกายและจิตวิญญาณที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์
“เจ้าเป็นของข้า เจค ซัลลี่” เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม
ซูเตย์เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห่วง ร่างสีน้ำเงินสองร่างกอดรัดกันแน่นจนไร้ช่องว่าง ก่อนที่ทั้งคู่จะกระตุกเกร็งและพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดพร้อมๆ กันผ่านการเชื่อมต่อทางกายและจิตวิญญาณที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์
“เจ้าเป็นของข้า เจค ซัลลี่” เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม
แต่เป็นความสุขสมที่ท่วมท้นจนน้ำตาไหลซึม เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปทั่วถ้ำเงียบสงัด ซูเตย์โหมกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่ดุดันและรวดเร็ว ราวกับต้องการจะตอกย้ำตัวตนของเขาลงไปในวิญญาณของเธอ
“ซูเตย์! แรงกว่านี้ อ๊า! ได้โปรด!”
แต่เป็นความสุขสมที่ท่วมท้นจนน้ำตาไหลซึม เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปทั่วถ้ำเงียบสงัด ซูเตย์โหมกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่ดุดันและรวดเร็ว ราวกับต้องการจะตอกย้ำตัวตนของเขาลงไปในวิญญาณของเธอ
“ซูเตย์! แรงกว่านี้ อ๊า! ได้โปรด!”
“ซาเฮลู...” เขากระซิบ
ทันทีที่เส้นประสาทสัมผัสกัน โลกของทั้งคู่ก็ระเบิดออก เจครับรู้ถึงความโหยหา ความโกรธ และความรักที่ซูเตย์มีต่อเธอผ่านกระแสจิต ในขณะที่ซูเตย์ก็รับรู้ถึงความสับสนและความหลงใหลที่เจคซ่อนไว้
“ซาเฮลู...” เขากระซิบ
ทันทีที่เส้นประสาทสัมผัสกัน โลกของทั้งคู่ก็ระเบิดออก เจครับรู้ถึงความโหยหา ความโกรธ และความรักที่ซูเตย์มีต่อเธอผ่านกระแสจิต ในขณะที่ซูเตย์ก็รับรู้ถึงความสับสนและความหลงใหลที่เจคซ่อนไว้
ซูเตย์ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาใช้มือหนาปรนเปรอเธอไปพร้อมๆ กับรสจูบที่ดูดดื่มเบื้องล่าง จนกระทั่งเจคตัวสั่นเกร็งและปลดปล่อยความหวานออกมาในที่สุด แต่สำหรับนักรบหนุ่ม... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
เขาขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างเพรียวของเจคอีกครั้ง
ซูเตย์ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาใช้มือหนาปรนเปรอเธอไปพร้อมๆ กับรสจูบที่ดูดดื่มเบื้องล่าง จนกระทั่งเจคตัวสั่นเกร็งและปลดปล่อยความหวานออกมาในที่สุด แต่สำหรับนักรบหนุ่ม... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
เขาขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างเพรียวของเจคอีกครั้ง
“เจ้ามองดูสิ...เจค ร่างกายของเจ้ามันตอบรับข้ามากกว่าคำพูดเสียอีก”
ซูเตย์พึมพำเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงใช้เรียวลิ้นสากชื้นสัมผัสกับจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเธอ
“อ๊ะ! ซูเตย์... อย่า... ตรงนั้นมัน...” เจคแอ่นกายขึ้นด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนแทบขาดใจ
“เจ้ามองดูสิ...เจค ร่างกายของเจ้ามันตอบรับข้ามากกว่าคำพูดเสียอีก”
ซูเตย์พึมพำเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงใช้เรียวลิ้นสากชื้นสัมผัสกับจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเธอ
“อ๊ะ! ซูเตย์... อย่า... ตรงนั้นมัน...” เจคแอ่นกายขึ้นด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนแทบขาดใจ
ซูเตย์แยกเรียวขาของเจคออกกว้างขึ้นจนเห็นส่วนที่อ่อนไหวที่สุดที่กำลังชุ่มฉ่ำและสั่นระริกตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เจคพยายามหดขาหนีด้วยความขัดเขินเพียงครู่เดียว
ซูเตย์แยกเรียวขาของเจคออกกว้างขึ้นจนเห็นส่วนที่อ่อนไหวที่สุดที่กำลังชุ่มฉ่ำและสั่นระริกตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เจคพยายามหดขาหนีด้วยความขัดเขินเพียงครู่เดียว
“ซูเตย์... อ๊ะ...” เจคบิดเร้าเมื่อมือของเขาเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสที่บั้นท้ายงอนงามและเรียวขาขาที่แข็งแรงจากการฝึกฝน
“ซูเตย์... อ๊ะ...” เจคบิดเร้าเมื่อมือของเขาเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสที่บั้นท้ายงอนงามและเรียวขาขาที่แข็งแรงจากการฝึกฝน
ซูเตย์ถอนจูบออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อมองใบหน้าของนาวีสาวที่ตอนนี้แดงซ่านและหอบหายใจรวยริน
“เจ้าเป็นคนเริ่มเองนะเจค”
เขาพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะอุ้มร่างเพรียวของเธอขึ้นแล้ววางลงบนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยมอสนุ่มสีเขียวครึ้ม
ซูเตย์ทาบทับลงมาทันที มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธออย่างโหยหา
ซูเตย์ถอนจูบออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อมองใบหน้าของนาวีสาวที่ตอนนี้แดงซ่านและหอบหายใจรวยริน
“เจ้าเป็นคนเริ่มเองนะเจค”
เขาพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะอุ้มร่างเพรียวของเธอขึ้นแล้ววางลงบนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยมอสนุ่มสีเขียวครึ้ม
ซูเตย์ทาบทับลงมาทันที มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธออย่างโหยหา
”อื้อ“
เจคครางในลำคอ รสจูบของนักรบหนุ่มรสชาติเหมือนป่าดิบชื้นที่รุนแรงและป่าเถื่อน
”อื้อ“
เจคครางในลำคอ รสจูบของนักรบหนุ่มรสชาติเหมือนป่าดิบชื้นที่รุนแรงและป่าเถื่อน
ให้อากาศผ่าน
อีกมือหนึ่งสอดเข้าไปในกลุ่มผมยาวเพื่อบังคับให้เธอรับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ เจคไม่ได้ผลักไส เธอครางอื้ออึงในลำคอพลางยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาดึงรั้งให้เขาจมลงสู่รสจูบที่เร่าร้อนพอกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน...
ให้อากาศผ่าน
อีกมือหนึ่งสอดเข้าไปในกลุ่มผมยาวเพื่อบังคับให้เธอรับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ เจคไม่ได้ผลักไส เธอครางอื้ออึงในลำคอพลางยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาดึงรั้งให้เขาจมลงสู่รสจูบที่เร่าร้อนพอกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน...
ซูเตย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบจะเป็นการคราง
“งั้นก็ลงโทษฉันสิ...“
เจคตอบโต้ด้วยเสียงกระซิบที่ท้าทาย เธอขยับเข้าใกล้จนอกอิ่มเบียดชิดแผงอกที่สะท้อนขึ้นลงของเขา
ซูเตย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบจะเป็นการคราง
“งั้นก็ลงโทษฉันสิ...“
เจคตอบโต้ด้วยเสียงกระซิบที่ท้าทาย เธอขยับเข้าใกล้จนอกอิ่มเบียดชิดแผงอกที่สะท้อนขึ้นลงของเขา
เขาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของเธอแล้วเขย่าแรงๆ แต่สายตาของเจคกลับไม่ได้หวาดกลัว เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
“แต่ฉันก็ทำได้นี่... และนายก็มาช่วยฉัน นายเป็นห่วงฉันใช่มั้ย?”
คำถามนั้นทำให้ซูเตย์ชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ขึ้น ความโกรธที่สะสมมากลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะกักเก็บ
เขาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของเธอแล้วเขย่าแรงๆ แต่สายตาของเจคกลับไม่ได้หวาดกลัว เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
“แต่ฉันก็ทำได้นี่... และนายก็มาช่วยฉัน นายเป็นห่วงฉันใช่มั้ย?”
คำถามนั้นทำให้ซูเตย์ชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ขึ้น ความโกรธที่สะสมมากลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะกักเก็บ
เมื่อทั้งคู่ร่อนลงจอดที่ถ้ำริมหน้าผาอันเงียบสงบ เจคกระโดดลงจากหลังอิกรานด้วยอาการตัวสั่นเทาจากอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน
“สุดยอดไปเลยซูเตย์! ฉันทำได้แล้ว!” เธอหันมาหาเขา ดวงตาประกาย
ซูเตย์พุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความโกรธ... หรืออาจจะเป็นความกลัวที่เกือบจะเสียเธอไป
เมื่อทั้งคู่ร่อนลงจอดที่ถ้ำริมหน้าผาอันเงียบสงบ เจคกระโดดลงจากหลังอิกรานด้วยอาการตัวสั่นเทาจากอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน
“สุดยอดไปเลยซูเตย์! ฉันทำได้แล้ว!” เธอหันมาหาเขา ดวงตาประกาย
ซูเตย์พุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความโกรธ... หรืออาจจะเป็นความกลัวที่เกือบจะเสียเธอไป
เจคพยายามบังคับอิกรานที่บินสะเปะสะปะ
“ใจเย็นๆเพื่อน... ไปทางนั้น! ไม่ใช่ทางนี้!”
เธอหัวเราะปนเสียงกรีดร้องด้วยความสะใจที่ได้สัมผัสท้องฟ้าครั้งแรก
ซูเตย์บังคับอิกรานมาขนาบข้าง เขาเห็นนาวีสาวที่เปียกปอนไปด้วยเหงื่อแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างและความมั่นใจ
เจคพยายามบังคับอิกรานที่บินสะเปะสะปะ
“ใจเย็นๆเพื่อน... ไปทางนั้น! ไม่ใช่ทางนี้!”
เธอหัวเราะปนเสียงกรีดร้องด้วยความสะใจที่ได้สัมผัสท้องฟ้าครั้งแรก
ซูเตย์บังคับอิกรานมาขนาบข้าง เขาเห็นนาวีสาวที่เปียกปอนไปด้วยเหงื่อแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างและความมั่นใจ
เจคใช้จังหวะที่อิกรานชะงัก พุ่งเข้ากอดคอสัตว์ยักษ์ไว้แน่น เธอรวบรวมสมาธิแล้วจับปลายเส้นผมที่มีคูรู
เชื่อมต่อกับอิกรานได้สำเร็จ!
ความรู้สึกนึกคิดของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แต่อารมณ์ที่รุนแรงของเจคทำให้อิกรานตื่นตระหนก มันพุ่งทะยานลงจากหน้าผาทันทีโดยที่เจคยังไม่ทันตั้งตัว
เจคใช้จังหวะที่อิกรานชะงัก พุ่งเข้ากอดคอสัตว์ยักษ์ไว้แน่น เธอรวบรวมสมาธิแล้วจับปลายเส้นผมที่มีคูรู
เชื่อมต่อกับอิกรานได้สำเร็จ!
ความรู้สึกนึกคิดของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แต่อารมณ์ที่รุนแรงของเจคทำให้อิกรานตื่นตระหนก มันพุ่งทะยานลงจากหน้าผาทันทีโดยที่เจคยังไม่ทันตั้งตัว
เจคสูดหายใจเข้าลึกความดื้อรั้นในสายเลือดพลุ่งพล่าน เธอเดินออกไปเผชิญหน้ากับฝูงอิกรานที่ส่งเสียงร้องขู่ อิกรานตัวหนึ่งที่มีลวดลายสีฟ้าเข้มสลับเขียวดูดุร้ายที่สุดพุ่งเข้าหาเธอทันที
“ตัวนี้แหละ!” เจคตะโกน เธอพุ่งเข้าปล้ำกับมันอย่างไม่กลัวตาย
ทั้งคู่กลิ้งไปตามลานหิน เจคใช้บ่วงเชือกพยายามรัดปากมันไว้ แต่มันสะบัดจนเธอตัวลอย
เจคสูดหายใจเข้าลึกความดื้อรั้นในสายเลือดพลุ่งพล่าน เธอเดินออกไปเผชิญหน้ากับฝูงอิกรานที่ส่งเสียงร้องขู่ อิกรานตัวหนึ่งที่มีลวดลายสีฟ้าเข้มสลับเขียวดูดุร้ายที่สุดพุ่งเข้าหาเธอทันที
“ตัวนี้แหละ!” เจคตะโกน เธอพุ่งเข้าปล้ำกับมันอย่างไม่กลัวตาย
ทั้งคู่กลิ้งไปตามลานหิน เจคใช้บ่วงเชือกพยายามรัดปากมันไว้ แต่มันสะบัดจนเธอตัวลอย
.
.
“การเลือกอิกราน... ไม่ใช่เจ้าที่เป็นฝ่ายเลือก แต่มันจะเลือกเจ้า” ซูเตย์กล่าวด้วยเสียงเย็นชา
“และมันจะพยายามฆ่าเจ้า ถ้าเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ”
เจคมองลงไปที่เหวลึก ลมแรงปะทะใบหน้าจนผมเปียยาวสยาย
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนเลือกฉัน?”
“มันจะพยายามขย้ำคอเจ้า”
.
.
“การเลือกอิกราน... ไม่ใช่เจ้าที่เป็นฝ่ายเลือก แต่มันจะเลือกเจ้า” ซูเตย์กล่าวด้วยเสียงเย็นชา
“และมันจะพยายามฆ่าเจ้า ถ้าเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ”
เจคมองลงไปที่เหวลึก ลมแรงปะทะใบหน้าจนผมเปียยาวสยาย
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนเลือกฉัน?”
“มันจะพยายามขย้ำคอเจ้า”
“ใจร้ายชะมัด..” นาวีสอนเบะปากเง้างอน
ซูเตย์ไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากสบตาคู่ที่ตัดพ้อนั้น เขากลัวว่าถ้ามองนานกว่านี้ เขาจะเผลอคว้าตัวเธอมาทำอะไรที่ “ผิดกฎ” ยิ่งกว่าเดิม
“พอสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ข้าจะสอนเจ้าขี่อิกราน... ถ้าเจ้ายังอยากเป็นส่วนหนึ่งของเผ่านี้ ก็จงหุบปากแล้วตามข้ามา”
“ใจร้ายชะมัด..” นาวีสอนเบะปากเง้างอน
ซูเตย์ไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากสบตาคู่ที่ตัดพ้อนั้น เขากลัวว่าถ้ามองนานกว่านี้ เขาจะเผลอคว้าตัวเธอมาทำอะไรที่ “ผิดกฎ” ยิ่งกว่าเดิม
“พอสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ข้าจะสอนเจ้าขี่อิกราน... ถ้าเจ้ายังอยากเป็นส่วนหนึ่งของเผ่านี้ ก็จงหุบปากแล้วตามข้ามา”
ซูเตย์รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที เขายืนตัวตรง แผ่นหลังเหยียดตึงราวกับคันศรที่ถูกง้าง ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวด้วยความสับสนและโกรธตัวเองที่เผลอไผลไปกับคนจากฟ้าเพียงชั่วครู่
“เจ้ามันไม่รู้จักกาลเทศะ! นาวีไม่ทำตัวรุ่มร่ามเช่นนี้” ซูเตย์ตวาด เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
“เจ้าเป็นแค่ศิษย์และข้าเป็นครูฝึกอย่าได้ลืมตัวว่าเจ้ามาจากไหนเจค ซัลลี่”
ซูเตย์รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที เขายืนตัวตรง แผ่นหลังเหยียดตึงราวกับคันศรที่ถูกง้าง ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวด้วยความสับสนและโกรธตัวเองที่เผลอไผลไปกับคนจากฟ้าเพียงชั่วครู่
“เจ้ามันไม่รู้จักกาลเทศะ! นาวีไม่ทำตัวรุ่มร่ามเช่นนี้” ซูเตย์ตวาด เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
“เจ้าเป็นแค่ศิษย์และข้าเป็นครูฝึกอย่าได้ลืมตัวว่าเจ้ามาจากไหนเจค ซัลลี่”
“ออกไป!”
ซูเตย์คำรามเสียงต่ำก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาผลักไหล่เจคออกอย่างแรงจนเธอกระเด็นไปข้างหลังร่างเพรียวหงายหลังก้นจ้ำเบ้ากับพื้นหญ้าเรืองแสงด้วยความตกใจ
“เฮ้ย! อะไรของนายเนี่ยซูเตย์ ฉันแค่ดีใจนะ!”
“ออกไป!”
ซูเตย์คำรามเสียงต่ำก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาผลักไหล่เจคออกอย่างแรงจนเธอกระเด็นไปข้างหลังร่างเพรียวหงายหลังก้นจ้ำเบ้ากับพื้นหญ้าเรืองแสงด้วยความตกใจ
“เฮ้ย! อะไรของนายเนี่ยซูเตย์ ฉันแค่ดีใจนะ!”
“เหวอ!”
โครม!
ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นหญ้าเรืองแสงที่นุ่มหยุ่น เจคทับอยู่บนร่างของซูเตย์พอดิบพอดี ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจหอบเหนื่อยรดรินกันและกัน ดวงตาสีเหลืองทองสองคู่สบประสานกันในความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัว
“เหวอ!”
โครม!
ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นหญ้าเรืองแสงที่นุ่มหยุ่น เจคทับอยู่บนร่างของซูเตย์พอดิบพอดี ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจหอบเหนื่อยรดรินกันและกัน ดวงตาสีเหลืองทองสองคู่สบประสานกันในความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัว