“บ่นอะไรครับ ทำไมได้ยินแต่เสียงแง๊วๆๆๆ” มือหนาบีบแก้มนิ่มของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวก็กัดซะเลยนี่” แมวดำขนฟูแยกเขี้ยวขู่
“เรื่องกัดพี่ให้มันเป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ”
จบจริงๆละคร้าบ
“บ่นอะไรครับ ทำไมได้ยินแต่เสียงแง๊วๆๆๆ” มือหนาบีบแก้มนิ่มของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวก็กัดซะเลยนี่” แมวดำขนฟูแยกเขี้ยวขู่
“เรื่องกัดพี่ให้มันเป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ”
จบจริงๆละคร้าบ
“เจ็บรึเปล่า” แบค อีซู นั่งมองรอยข่วนบนแผ่นหลังกว้างจากบนเตียงซึ่งนั่นเป็นฝีมือเขาที่ฝากไว้บนแผ่นหลังคนรัก
“แสบนิดหน่อยครับเวลาอาบน้ำ” เจ้าตัวเดินมานั่งลงข้างเขาๆที่ปลายเตียง
“ขอโทษนะ”
“ถือว่าหายกันไงครับ ผมกัดพี่ พี่ข่วนผม”
“แต่ดูยังไงนายก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ”
“ใครกันแน่ครับที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ พี่หรือผมกันแน่?”
“เจ็บรึเปล่า” แบค อีซู นั่งมองรอยข่วนบนแผ่นหลังกว้างจากบนเตียงซึ่งนั่นเป็นฝีมือเขาที่ฝากไว้บนแผ่นหลังคนรัก
“แสบนิดหน่อยครับเวลาอาบน้ำ” เจ้าตัวเดินมานั่งลงข้างเขาๆที่ปลายเตียง
“ขอโทษนะ”
“ถือว่าหายกันไงครับ ผมกัดพี่ พี่ข่วนผม”
“แต่ดูยังไงนายก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ”
“ใครกันแน่ครับที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ พี่หรือผมกันแน่?”
End
End
“ไม่เห็นต้องล่กขนาดนั้นเลยนี่นา แค่ล้อเล่นเอง กลัวโดนงดรึไง” มือขาวขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลด้วยความเอ็นดู (40)
“ไม่เห็นต้องล่กขนาดนั้นเลยนี่นา แค่ล้อเล่นเอง กลัวโดนงดรึไง” มือขาวขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลด้วยความเอ็นดู (40)
อีซูรู้สึกจั้กจี้เมื่อโดนพรมจูบรัวๆ จึงหดคอหนี แต่ซึงมินก็ยังตามมาพรมจูบได้แต่นอนนิ่งๆให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเอง ถ้าขัดใจเดี๋ยวหูคงลู่ หางตกใส่เขาแน่ๆ (39)
อีซูรู้สึกจั้กจี้เมื่อโดนพรมจูบรัวๆ จึงหดคอหนี แต่ซึงมินก็ยังตามมาพรมจูบได้แต่นอนนิ่งๆให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเอง ถ้าขัดใจเดี๋ยวหูคงลู่ หางตกใส่เขาแน่ๆ (39)
“งั้นคราวนี้งดซักอาทิตย์-สองอาทิตย์ดีไหม เอ๊ะ หรือซักหนึ่งเดือนดี” คนผมดำแกล้งใช้มือจับคางอย่างใช้ความคิด (38)
“งั้นคราวนี้งดซักอาทิตย์-สองอาทิตย์ดีไหม เอ๊ะ หรือซักหนึ่งเดือนดี” คนผมดำแกล้งใช้มือจับคางอย่างใช้ความคิด (38)
ซึงมินหัวเราะ
“ไม่พูดแล้วครับ ไม่พูดแล้ว” ไอ้ลูกหมาเขยิบไปหาคนพี่ โน้มใบหน้าลงไปจุ้บหน้าผากอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัย
“คราวหลังออมแรงบ้างได้ไหมไอ้ลูกหมา อะไรจะดุขนาดนั้น” มือขาวจับผ้าห่มที่ใช้คลุมตัวเมื่อครู่ให้ไปกองอยู่ที่เอว (37)
ซึงมินหัวเราะ
“ไม่พูดแล้วครับ ไม่พูดแล้ว” ไอ้ลูกหมาเขยิบไปหาคนพี่ โน้มใบหน้าลงไปจุ้บหน้าผากอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัย
“คราวหลังออมแรงบ้างได้ไหมไอ้ลูกหมา อะไรจะดุขนาดนั้น” มือขาวจับผ้าห่มที่ใช้คลุมตัวเมื่อครู่ให้ไปกองอยู่ที่เอว (37)
“แปะแผ่นเจลลดไข้หน่อยนะครับ”
“อือ”
“เจ็บคอชะมัด”
“ก็แหงสิครับ ในเมื่อ...”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ห้ามพูด!”
คนพี่ร้องห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดประโยค ‘อะไร’ บางอย่างออกมา พลันหน้าก็ร้อนเสียดื้อๆ
“ทำไมล่ะครับ ก็...” คนเด็กกว่ายังแหย่เขาไม่หยุด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อนั่นทำเอาเขาอยากจะตะปบเข้าซักที
“โอ้ย! ไม่ฟัง!”
(36)
“แปะแผ่นเจลลดไข้หน่อยนะครับ”
“อือ”
“เจ็บคอชะมัด”
“ก็แหงสิครับ ในเมื่อ...”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ห้ามพูด!”
คนพี่ร้องห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดประโยค ‘อะไร’ บางอย่างออกมา พลันหน้าก็ร้อนเสียดื้อๆ
“ทำไมล่ะครับ ก็...” คนเด็กกว่ายังแหย่เขาไม่หยุด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อนั่นทำเอาเขาอยากจะตะปบเข้าซักที
“โอ้ย! ไม่ฟัง!”
(36)
“ลุงงงงง ประชุมเสร็จรึยัง หิวข้าวแล้ววว” น้องเล็กแห่งแทซัน เปิดประตูเข้ามาถาม ในมือถือถุงช้อคโก้พาย ส่วนในปากคาบขนมอยู่
“เสร็จแล้วๆ”
(35)
“ลุงงงงง ประชุมเสร็จรึยัง หิวข้าวแล้ววว” น้องเล็กแห่งแทซัน เปิดประตูเข้ามาถาม ในมือถือถุงช้อคโก้พาย ส่วนในปากคาบขนมอยู่
“เสร็จแล้วๆ”
(35)
ยิ่งตอนรู้ข่าวว่าเป็นแฟนกันแล้วถึงกับลากคอประธานซึงมินเข้าห้องเย็นเข้าไปนั่งสอบสวน ราวกับตำรวจสอบสวนผู้ร้าย
(34)
ยิ่งตอนรู้ข่าวว่าเป็นแฟนกันแล้วถึงกับลากคอประธานซึงมินเข้าห้องเย็นเข้าไปนั่งสอบสวน ราวกับตำรวจสอบสวนผู้ร้าย
(34)
“เอ...ก็ไม่รู้สินะครับ อาการบราค่อนกำเริบล่ะมั้ง” หนุ่มผมทองพูดติดตลก
เพราะวันนี้หัวหน้าเขาไม่มาประชุมเหมือนทุกที ประธานอิลฮักก็ด้วย สงสัยคงอยู่ด้วยกันล่ะมั้ง (33)
“เอ...ก็ไม่รู้สินะครับ อาการบราค่อนกำเริบล่ะมั้ง” หนุ่มผมทองพูดติดตลก
เพราะวันนี้หัวหน้าเขาไม่มาประชุมเหมือนทุกที ประธานอิลฮักก็ด้วย สงสัยคงอยู่ด้วยกันล่ะมั้ง (33)
“ประธานแบคเป็นอะไรคะนั่น ระหว่างการประชุมก็เหมือนคนไม่มีกะจิตกะใจ เห็นเหม่อหลายรอบมาก” ชา ยูฮวา กระซิบกระซาบกับอี ชีอนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน (32)
“ประธานแบคเป็นอะไรคะนั่น ระหว่างการประชุมก็เหมือนคนไม่มีกะจิตกะใจ เห็นเหม่อหลายรอบมาก” ชา ยูฮวา กระซิบกระซาบกับอี ชีอนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน (32)
“ถ้ากอดกันเฉยๆอีซูคงไม่ไม่สบายหรอกค่ะ”
“.......”
“ล้อเล่นค่ะล้อเล่น แต่ก็เรื่องจริง ลุกขึ้นมาได้แล้วค่ะวันนี้มีประชุมตอนสิบโมงนะคะ” ซูอาลุกขึ้นเดินหันหลังออกไป ทิ้งแฟนหนุ่มให้นั่งพิงฝาผนัง เสียงส้นสูงกระทบกับพื้นดังออกไปไกลจากจุดที่ประธานแบคนั่ง
“รอผมด้วยครับ!”
(31)
“ถ้ากอดกันเฉยๆอีซูคงไม่ไม่สบายหรอกค่ะ”
“.......”
“ล้อเล่นค่ะล้อเล่น แต่ก็เรื่องจริง ลุกขึ้นมาได้แล้วค่ะวันนี้มีประชุมตอนสิบโมงนะคะ” ซูอาลุกขึ้นเดินหันหลังออกไป ทิ้งแฟนหนุ่มให้นั่งพิงฝาผนัง เสียงส้นสูงกระทบกับพื้นดังออกไปไกลจากจุดที่ประธานแบคนั่ง
“รอผมด้วยครับ!”
(31)
“คุณอย่าเว่อร์ค่ะ ไปทำงานได้แล้ว ปล่อยให้เด็กๆเขานอนกอดกันบนเตียงไปเถอะ ดูท่าแล้วสองคนนั้นมาทำงานไม่ไหวหรอก” (30)
“คุณอย่าเว่อร์ค่ะ ไปทำงานได้แล้ว ปล่อยให้เด็กๆเขานอนกอดกันบนเตียงไปเถอะ ดูท่าแล้วสองคนนั้นมาทำงานไม่ไหวหรอก” (30)
อีซูคนนี้เลี้ยงได้แต่ตัวเท่านั้นแหละ
เขาได้แต่ขอโทษพี่ชายเพียงคนเดียวในใจ ก่อนจะโดนไอ้ลูกหมาตัวโตอุ้มเข้าห้อง
ประตูห้องถกปิดลงพร้อมกับสองคนนั้น เธอหันไปมองแฟนหนุ่มที่ตอนนี้ยังอยู่ในอาการช็อค ไม่รู้จะสงสารหรือจะอะไรก่อนดี เลือกไม่ถูกเลย (29)
อีซูคนนี้เลี้ยงได้แต่ตัวเท่านั้นแหละ
เขาได้แต่ขอโทษพี่ชายเพียงคนเดียวในใจ ก่อนจะโดนไอ้ลูกหมาตัวโตอุ้มเข้าห้อง
ประตูห้องถกปิดลงพร้อมกับสองคนนั้น เธอหันไปมองแฟนหนุ่มที่ตอนนี้ยังอยู่ในอาการช็อค ไม่รู้จะสงสารหรือจะอะไรก่อนดี เลือกไม่ถูกเลย (29)
“ขอบคุณมากครับคุณเลขา” เขารับมาถือไว้
“ฝากดูแลอีซูด้วยนะคะ” เธอกำชับ ตัวเธอเองก็เอ็นดูน้องชายของแฟนไม่ต่างกัน
“รับทราบครับ”
“ฝากพี่ชายผมด้วยครับคุณซูอา ดูท่าเห็นผมในสภาพนี้คงช็อคไปแล้ว” เขาพูดติดตลก หันไปมองพี่ชายเพียงคนเดียวของตัวเองที่ตอนนี้เหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว (28)
“ขอบคุณมากครับคุณเลขา” เขารับมาถือไว้
“ฝากดูแลอีซูด้วยนะคะ” เธอกำชับ ตัวเธอเองก็เอ็นดูน้องชายของแฟนไม่ต่างกัน
“รับทราบครับ”
“ฝากพี่ชายผมด้วยครับคุณซูอา ดูท่าเห็นผมในสภาพนี้คงช็อคไปแล้ว” เขาพูดติดตลก หันไปมองพี่ชายเพียงคนเดียวของตัวเองที่ตอนนี้เหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว (28)
“ดื้อใหญ่แล้วนะครับ”
“ไอ้ลูกหมาเอาแต่ใจแบบนายมีสิทธิ์มาว่าคนอื่นว่าดื้อด้วยรึไง?”
คนโดนสวนกลับเถียงไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ พอไม่สบายแล้วเหมือนจะเถียงเก่งขึ้น ปากงุ้ยๆสมควรโดนเขางับเล่น
“งั้นเราเข้าห้องดีกว่า พี่จะได้กินข้าวกินยาแล้วพักผ่อน” (27)
“ดื้อใหญ่แล้วนะครับ”
“ไอ้ลูกหมาเอาแต่ใจแบบนายมีสิทธิ์มาว่าคนอื่นว่าดื้อด้วยรึไง?”
คนโดนสวนกลับเถียงไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ พอไม่สบายแล้วเหมือนจะเถียงเก่งขึ้น ปากงุ้ยๆสมควรโดนเขางับเล่น
“งั้นเราเข้าห้องดีกว่า พี่จะได้กินข้าวกินยาแล้วพักผ่อน” (27)