Roleplay account for #SSA_Commu
Doc : https://shorturl.asia/qcOf6
"แค่ทำแผล ดูม้า แล้วกลับหอ"
ลำคอเป็นรอยช้ำเขียวช้ำม่วงอย่างชัดเจนเหนือเสื้อคอเต่า กับสำเนียงอเมริกันหนาหูและคำพูดเป็นกันเองที่ดูจะ ติดห้าวไปเสียหน่อย
เขายังคงใช้ประโยคสื่อเป็นนัย ว่าการตามมาด้วยกันนั้น เจ้าตัวไม่มีอะไรช่วยเขาได้ เว้นแต่จะมีตามสิ่งที่ขอ
"หรือนายมีฮู้ด? ถ้ามีฉันขอยืม"
"แค่ทำแผล ดูม้า แล้วกลับหอ"
ลำคอเป็นรอยช้ำเขียวช้ำม่วงอย่างชัดเจนเหนือเสื้อคอเต่า กับสำเนียงอเมริกันหนาหูและคำพูดเป็นกันเองที่ดูจะ ติดห้าวไปเสียหน่อย
เขายังคงใช้ประโยคสื่อเป็นนัย ว่าการตามมาด้วยกันนั้น เจ้าตัวไม่มีอะไรช่วยเขาได้ เว้นแต่จะมีตามสิ่งที่ขอ
"หรือนายมีฮู้ด? ถ้ามีฉันขอยืม"
เขาเลี่ยงไม่อยากจะพูดถึงสาเหตุของรอยแผลพวกนี้เสียเท่าไหร่ คำพูดที่มักจะปั้นแต่งตลอดนั้นไม่เหมือนเช่นเดิมเพราะยังคงเจ็บคอ
กดหัวคิ้วมองเขม่นคนตรงหน้า
“อย่าเสียงดัง” เอ่ยดุ ขณะขาเดินไปเรื่อยๆ
เขาเลี่ยงไม่อยากจะพูดถึงสาเหตุของรอยแผลพวกนี้เสียเท่าไหร่ คำพูดที่มักจะปั้นแต่งตลอดนั้นไม่เหมือนเช่นเดิมเพราะยังคงเจ็บคอ
กดหัวคิ้วมองเขม่นคนตรงหน้า
“อย่าเสียงดัง” เอ่ยดุ ขณะขาเดินไปเรื่อยๆ
เพียงกวาดสายตาปราดเดียวก็รับรู้ได้ทันทีว่า อีกฝ่ายนั้นเหมือนคนกำลังพึ่งตื่นจริงๆ
เขาเก็บสมุดเล่มเล็กและปากกาลง เอ่ยทักทายเจ้าเด็กมอมแมม คลับคล้ายคลับคลาว่าคนแรกที่เจ้าตัวหมายถึง น่าจะเพราะยังตื่นไม่เต็มตาเสียที
"อย่าว่าแต่โชคดีเลย ดูเป็นเช้าที่ไม่สดใสสำหรับนายเลยนะฟลอรี่"
"มานั่งสิ มีอะไรต้องจัดการนิดหน่อย"
เพียงกวาดสายตาปราดเดียวก็รับรู้ได้ทันทีว่า อีกฝ่ายนั้นเหมือนคนกำลังพึ่งตื่นจริงๆ
เขาเก็บสมุดเล่มเล็กและปากกาลง เอ่ยทักทายเจ้าเด็กมอมแมม คลับคล้ายคลับคลาว่าคนแรกที่เจ้าตัวหมายถึง น่าจะเพราะยังตื่นไม่เต็มตาเสียที
"อย่าว่าแต่โชคดีเลย ดูเป็นเช้าที่ไม่สดใสสำหรับนายเลยนะฟลอรี่"
"มานั่งสิ มีอะไรต้องจัดการนิดหน่อย"
"เอาเถอะไม่ได้ถือสาอะไร"
"ฉันกำลังขีดเขียนลงบนสมุดเล็กๆเล่มนี้ ให้เกิดเป็นภาพทิวทัศน์สวยงามเท่านั้น"
โดยรวมแล้ว เขาก็แค่ออกมาวาดรูปเล่นดั่งปากว่า ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังวาดเป็นภาพใดอยู่ เพียงแค่ต้องการลดความตื่นเต้นในใจ
"นั่งก่อนสิ"
"เอาเถอะไม่ได้ถือสาอะไร"
"ฉันกำลังขีดเขียนลงบนสมุดเล็กๆเล่มนี้ ให้เกิดเป็นภาพทิวทัศน์สวยงามเท่านั้น"
โดยรวมแล้ว เขาก็แค่ออกมาวาดรูปเล่นดั่งปากว่า ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังวาดเป็นภาพใดอยู่ เพียงแค่ต้องการลดความตื่นเต้นในใจ
"นั่งก่อนสิ"
"นานทีผมจะพบกับคนที่ดูดีอย่างคุณ ทำเอาผมเขินอายเล็กน้อย"
เขาอมยิ้ม หัวเราะเสียงเบาในขณะที่ผายมือไปยังที่ว่างข้างตัว แอบลอบพูดแก้ต่างให้ดูดี แทนการยอมรับโดยตรงว่าลืม
"แต่ในที่นี้คุณก็เจอผมแล้ว หายแปลกรึยัง?"
"ผมถามชื่อคุณได้ไหม"
"นานทีผมจะพบกับคนที่ดูดีอย่างคุณ ทำเอาผมเขินอายเล็กน้อย"
เขาอมยิ้ม หัวเราะเสียงเบาในขณะที่ผายมือไปยังที่ว่างข้างตัว แอบลอบพูดแก้ต่างให้ดูดี แทนการยอมรับโดยตรงว่าลืม
"แต่ในที่นี้คุณก็เจอผมแล้ว หายแปลกรึยัง?"
"ผมถามชื่อคุณได้ไหม"
มาเธียสเองก็ไม่ลืมที่จะหยิบเครื่องปรุงรสอาหารในส่วนของตนเองบ้าง
ในระหว่างนั้นก็พยายามแยกประสาตคุยกับคู่แฝด ที่เหมือนจะอยู่คนละเรื่องราวกัน
"น่าคิดถึง คราวหน้าคราวหลังฉันจะชวนไปเที่ยวเท็กซัสอีก ที่ผ่านมาฉันไปลาสเวกัส ผู้คนที่นั่นมีวิธีพูดราวกับว่ามีเวลาเหลือเฟือทั้งชีวิต"
มาเธียสเองก็ไม่ลืมที่จะหยิบเครื่องปรุงรสอาหารในส่วนของตนเองบ้าง
ในระหว่างนั้นก็พยายามแยกประสาตคุยกับคู่แฝด ที่เหมือนจะอยู่คนละเรื่องราวกัน
"น่าคิดถึง คราวหน้าคราวหลังฉันจะชวนไปเที่ยวเท็กซัสอีก ที่ผ่านมาฉันไปลาสเวกัส ผู้คนที่นั่นมีวิธีพูดราวกับว่ามีเวลาเหลือเฟือทั้งชีวิต"
ริมฝีปากบางอมยิ้มเล็กน้อย เอ็นดูเพื่อนตัวขาว
“พอได้ฟังเรื่องราวหนาหูมาบ้างว่าเป็นวรรณกรรมที่ดีเลย”
“ฉันไม่เคยได้เหลียวแลเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก แต่คราวนี้จะขอยืมหน่อยแล้วกันหลังนายอ่านเสร็จ”
เอ่ยพลางยื่นหนังสือคืนให้
ริมฝีปากบางอมยิ้มเล็กน้อย เอ็นดูเพื่อนตัวขาว
“พอได้ฟังเรื่องราวหนาหูมาบ้างว่าเป็นวรรณกรรมที่ดีเลย”
“ฉันไม่เคยได้เหลียวแลเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก แต่คราวนี้จะขอยืมหน่อยแล้วกันหลังนายอ่านเสร็จ”
เอ่ยพลางยื่นหนังสือคืนให้
ทักทายกลับ พลางผายมือไปทางข้างตัวซึ่งยังคงว่างอยู่
เห็นอีกฝ่ายออกมาช่วงเช้าแบบนี้ก็ถือว่าได้จังหวะพอดีกับคำถาทอัปเดตชีวิต
“ใจของฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่ เกี่ยวกับเรื่องหอ” ปลายหัวปากกาเคาะบนกระดาษเป็นครั้งคราว นั่งคิด
“นายเป็นอย่างไรบ้างช่วงปิดภาคเรียน”
ทักทายกลับ พลางผายมือไปทางข้างตัวซึ่งยังคงว่างอยู่
เห็นอีกฝ่ายออกมาช่วงเช้าแบบนี้ก็ถือว่าได้จังหวะพอดีกับคำถาทอัปเดตชีวิต
“ใจของฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่ เกี่ยวกับเรื่องหอ” ปลายหัวปากกาเคาะบนกระดาษเป็นครั้งคราว นั่งคิด
“นายเป็นอย่างไรบ้างช่วงปิดภาคเรียน”
เขาเล่นตามน้ำด้วยเล็กน้อย ไม่ลืมที่จะเบนมองไปยังหูฟังที่คุณ'บอดี้การ์ด'มีในครอบครอง
"ซนนักนะ มิสเตอร์มาร์ชอลส์" เอ่ยพลางหัวเราะเบาๆกับการละเล่นในครั้งนี้ "กำลังฟังเพลงอะไรอยู่ล่ะ"
เขาเล่นตามน้ำด้วยเล็กน้อย ไม่ลืมที่จะเบนมองไปยังหูฟังที่คุณ'บอดี้การ์ด'มีในครอบครอง
"ซนนักนะ มิสเตอร์มาร์ชอลส์" เอ่ยพลางหัวเราะเบาๆกับการละเล่นในครั้งนี้ "กำลังฟังเพลงอะไรอยู่ล่ะ"
ดีหน่อยที่พอหันไปตามสะกิดพร้อมพ่วงด้วยเสียงอันคุ้นเคย ก็พบเข้ากับคนรู้จัก ไม่ใช่บอดี้การ์ดจริงๆดั่งใจคิด
ทีนี้ก็รับรู้ได้ทันทีเลย ว่ากำลังถูกแกล้งกันอยู่
แต่อย่างไรก็คงต้องเรียนรู้อีกสักหน่อย โดยรวมแล้วถือได้ว่าเรียกความตกใจให้กันไม่น้อยเลย
ดีหน่อยที่พอหันไปตามสะกิดพร้อมพ่วงด้วยเสียงอันคุ้นเคย ก็พบเข้ากับคนรู้จัก ไม่ใช่บอดี้การ์ดจริงๆดั่งใจคิด
ทีนี้ก็รับรู้ได้ทันทีเลย ว่ากำลังถูกแกล้งกันอยู่
แต่อย่างไรก็คงต้องเรียนรู้อีกสักหน่อย โดยรวมแล้วถือได้ว่าเรียกความตกใจให้กันไม่น้อยเลย
เขาไขว้ขา วางมาดอย่างน่าหมั่นไส้ ขณะเหลือบมองหางตาพร้อมส่งรอยยิ้มเยาะขำขันให้
"ไม่ทำให้นายเสียเวลาเท่าตู้กดน้ำเก่าๆนั่นหรอก"
เขาไขว้ขา วางมาดอย่างน่าหมั่นไส้ ขณะเหลือบมองหางตาพร้อมส่งรอยยิ้มเยาะขำขันให้
"ไม่ทำให้นายเสียเวลาเท่าตู้กดน้ำเก่าๆนั่นหรอก"
มาเธียสเอ่ยหยอกเย้าคนตัวโต พลางตามไปเปิดประตูนั่งทางฝั่งคนขับ เอนตัวพนักพิงหลังอย่างสบายใจ ทว่าสำรวมตัว
เขาทราบและคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่าหากใครคนใดคนหนึ่งนั้นช่างจ้อจู้จี้ขี้บ่น นั่นหมายถึงความห่วงใยที่มีมาให้กัน เอาล่ะ หน้าคุณแม่ชักจะลอยมาในหัวเสียแล้วแถมตอนนี้ยังมีโอกันเพิ่มมาอีกหนึ่ง
มาเธียสเอ่ยหยอกเย้าคนตัวโต พลางตามไปเปิดประตูนั่งทางฝั่งคนขับ เอนตัวพนักพิงหลังอย่างสบายใจ ทว่าสำรวมตัว
เขาทราบและคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่าหากใครคนใดคนหนึ่งนั้นช่างจ้อจู้จี้ขี้บ่น นั่นหมายถึงความห่วงใยที่มีมาให้กัน เอาล่ะ หน้าคุณแม่ชักจะลอยมาในหัวเสียแล้วแถมตอนนี้ยังมีโอกันเพิ่มมาอีกหนึ่ง
"ทริปครอบครัวน่ะ"
ก้าวขาเดินพร้อมกับคู่แฝด พลางตบไหล่เแซคคารี่เบาๆเป็นการปลอบใจยามที่อีกฝ่ายเบ้ปากน้อยใจใส่กัน
เมื่อได้ยินเทรย์เวอร์พูดถึงอาหารเย็น จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามบ้าง
"แล้ว พวกนายจะทำอะไรเป็นมื้อเย็น?"
"ทริปครอบครัวน่ะ"
ก้าวขาเดินพร้อมกับคู่แฝด พลางตบไหล่เแซคคารี่เบาๆเป็นการปลอบใจยามที่อีกฝ่ายเบ้ปากน้อยใจใส่กัน
เมื่อได้ยินเทรย์เวอร์พูดถึงอาหารเย็น จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามบ้าง
"แล้ว พวกนายจะทำอะไรเป็นมื้อเย็น?"
"ผมมาในบางครั้งบางคราวยามที่ผู้คนไม่หนาแน่นเกินไป เพียงแค่เพื่อวาดภาพเท่านั้น ไม่มีเนื้อหาสำคัญใดๆ"
เอ่ยบทสนทนาโต้ตอบอย่างเป็นมิตร เขาพลิกหน้ากระดาษกลบแผ่นเก่า ก่อนจะเริ่มขีดเขียนใหม่อีกครั้งสลับกับมองคนตรงหน้าและทิวทัศน์
"ขึ้นอยู่กับคุณว่าคุ้นหน้ากันไหม"
"คุณมาบ่อยรึเปล่า"
"ผมมาในบางครั้งบางคราวยามที่ผู้คนไม่หนาแน่นเกินไป เพียงแค่เพื่อวาดภาพเท่านั้น ไม่มีเนื้อหาสำคัญใดๆ"
เอ่ยบทสนทนาโต้ตอบอย่างเป็นมิตร เขาพลิกหน้ากระดาษกลบแผ่นเก่า ก่อนจะเริ่มขีดเขียนใหม่อีกครั้งสลับกับมองคนตรงหน้าและทิวทัศน์
"ขึ้นอยู่กับคุณว่าคุ้นหน้ากันไหม"
"คุณมาบ่อยรึเปล่า"