ดูจบภายใน 1 วีค สนุกแบบงงๆ ซีซันแรกคือจบแบบเฮ้ย ซีซันจบแบบ อ้าวเฮ้ยยยย คือลุ้นทุกตอน กลางๆ จะเบื่อหน่อย ถ้าหลุดไปอีพีหลังๆ ได้ มันจะ เชี่ยยยยย สนุกว่ะ ที่ชอบสุดคือ screen play ฉาก การแสดงที่มันคอนทราสไปกันสุดๆ เชียร์ให้ดูนะ
ดูจบภายใน 1 วีค สนุกแบบงงๆ ซีซันแรกคือจบแบบเฮ้ย ซีซันจบแบบ อ้าวเฮ้ยยยย คือลุ้นทุกตอน กลางๆ จะเบื่อหน่อย ถ้าหลุดไปอีพีหลังๆ ได้ มันจะ เชี่ยยยยย สนุกว่ะ ที่ชอบสุดคือ screen play ฉาก การแสดงที่มันคอนทราสไปกันสุดๆ เชียร์ให้ดูนะ
The green miles: หนังจะออกจาก Netflix เลยมีโอกาสได้ดู ตอนแรกนึกว่าหนังผี แต่จริงๆ คือหนังชีวิตสึด พูดถึงการเหยียดสีผิว การทารุณนักโทษ ประโยคที่บอกว่า ขอโทษที่เกิดมาเป็บแบบนี้ กับตอนทำกับเดลคือไม่ไหว จะตายเอา
The green miles: หนังจะออกจาก Netflix เลยมีโอกาสได้ดู ตอนแรกนึกว่าหนังผี แต่จริงๆ คือหนังชีวิตสึด พูดถึงการเหยียดสีผิว การทารุณนักโทษ ประโยคที่บอกว่า ขอโทษที่เกิดมาเป็บแบบนี้ กับตอนทำกับเดลคือไม่ไหว จะตายเอา
Dune หนังสือเล่มที่เอาทำหนัง บอกไม่ถูกว่าชอบมั้ย คำบรรยายมันเยอะ แอบอืดๆ บทจะเร็วมันก็ฉึบฉับ ใช้เวลาอ่าน 2 เดือน เพราะอ่านแล้วหลับตลอดเลย อ่านจบยังงงๆ ว่าจบมั้ยหรือเปล่าด้วย 🥹
Dune หนังสือเล่มที่เอาทำหนัง บอกไม่ถูกว่าชอบมั้ย คำบรรยายมันเยอะ แอบอืดๆ บทจะเร็วมันก็ฉึบฉับ ใช้เวลาอ่าน 2 เดือน เพราะอ่านแล้วหลับตลอดเลย อ่านจบยังงงๆ ว่าจบมั้ยหรือเปล่าด้วย 🥹
Dune: Prophecy ดูจบ ครบ 6 ep ซีรีส์ค่อนข้างเอื่อย ช้า พอสมควร ตอนแรกจะเรื่องการเมืองเยอะ สรุป เหมือนแนวครอบครัว แก้แค้น ปมวัยเด็กมากกว่า แต่สนุกดี ถ้าอินกับ dune ที่เป็นหนัง จะชอบวิชวลมาก ตื่นตาตื่นใจ ทำได้ดีเลย ชอบคนเล่นวาเลียทั้งตอนวัยสาว และวัยแก่เลย ดึงดูดสายตา จบแบบมีต่อแน่ๆ แต่ยังมองไม่ออก ว่าจะเล่นไปทางไหน
Dune: Prophecy ดูจบ ครบ 6 ep ซีรีส์ค่อนข้างเอื่อย ช้า พอสมควร ตอนแรกจะเรื่องการเมืองเยอะ สรุป เหมือนแนวครอบครัว แก้แค้น ปมวัยเด็กมากกว่า แต่สนุกดี ถ้าอินกับ dune ที่เป็นหนัง จะชอบวิชวลมาก ตื่นตาตื่นใจ ทำได้ดีเลย ชอบคนเล่นวาเลียทั้งตอนวัยสาว และวัยแก่เลย ดึงดูดสายตา จบแบบมีต่อแน่ๆ แต่ยังมองไม่ออก ว่าจะเล่นไปทางไหน
Fahrenheit 451 - เล่มแรกจากงานหนังสือปีนี้ เป็นเล่มที่บาง แต่ใข้เวลาอ่านนานกว่าที่คิด พอเป็นหนังสือที่เขียนมานาน ยอมรับว่าสำหรับนี่ อ่านยาก มันมีภาษาบางอย่างที่รู้สึกยืดเยื้อ แต่เนื้อหาดี การลุกขึ้นมาตั้งคำถามในสังคมว่าสิ่งที่ปกติทำอยู่มันถูกต้องจริงๆ มั้ย และการกล้าออกมาทำไรเพื่อยืดหยัดในสิ่งที่ตัวเองคิด พูดถึงการปิดกั้นสื่อในสังคม ที่แม่งยังเห็นภาพในวันนี้ ตอนจบมันเทาๆ ให้คิดต่อดี
Fahrenheit 451 - เล่มแรกจากงานหนังสือปีนี้ เป็นเล่มที่บาง แต่ใข้เวลาอ่านนานกว่าที่คิด พอเป็นหนังสือที่เขียนมานาน ยอมรับว่าสำหรับนี่ อ่านยาก มันมีภาษาบางอย่างที่รู้สึกยืดเยื้อ แต่เนื้อหาดี การลุกขึ้นมาตั้งคำถามในสังคมว่าสิ่งที่ปกติทำอยู่มันถูกต้องจริงๆ มั้ย และการกล้าออกมาทำไรเพื่อยืดหยัดในสิ่งที่ตัวเองคิด พูดถึงการปิดกั้นสื่อในสังคม ที่แม่งยังเห็นภาพในวันนี้ ตอนจบมันเทาๆ ให้คิดต่อดี