หนูปรับตัวเก่งนะขอแค่คุณไม่ละทิ้งหนู
แม้หนูจะไม่มีไส้เหลือให้คุณจุด หรือไม่มีไขให้เผาไหม้ แต่คุณยังเมตตาหนูได้ด้วยการนำหยดน้ำตาที่หนูเคยสร้างไว้ประปราย ไปหลอมรวมกับพี่ ๆ เทียนไขแท่งอื่น ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบไหน ขอเพียงแค่มีเศษเสี้ยวของหนูอยู่ข้างในหนูก็ไม่เกี่ยง แต่อย่าทิ้งหนูเลยนะ
หนูปรับตัวเก่งนะขอแค่คุณไม่ละทิ้งหนู
แม้หนูจะไม่มีไส้เหลือให้คุณจุด หรือไม่มีไขให้เผาไหม้ แต่คุณยังเมตตาหนูได้ด้วยการนำหยดน้ำตาที่หนูเคยสร้างไว้ประปราย ไปหลอมรวมกับพี่ ๆ เทียนไขแท่งอื่น ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบไหน ขอเพียงแค่มีเศษเสี้ยวของหนูอยู่ข้างในหนูก็ไม่เกี่ยง แต่อย่าทิ้งหนูเลยนะ
ส่อง
ส่อง
ส่อง
ส่องเข้าไป
ส่องยังไงพระที่แกถือก็ไม่ทำให้แกหนีพ้นความตายไปได้หรอก
ส่อง
ส่อง
ส่อง
ส่องเข้าไปสิ
ส่อง
ส่อง
ส่อง
ส่องเข้าไป
ส่องยังไงพระที่แกถือก็ไม่ทำให้แกหนีพ้นความตายไปได้หรอก
ส่อง
ส่อง
ส่อง
ส่องเข้าไปสิ
ทุกครั้งที่เธอสวมรองเท้า ดวงดาวจะพร่างพราวไปทั่วเมือง
และเพราะเธอเติบโตในเมืองที่ไม่เคยมีพระอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เธอจึงต้องสวมรองเท้าคู่นั้นตลอดกาล
ทุกครั้งที่เธอสวมรองเท้า ดวงดาวจะพร่างพราวไปทั่วเมือง
และเพราะเธอเติบโตในเมืองที่ไม่เคยมีพระอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เธอจึงต้องสวมรองเท้าคู่นั้นตลอดกาล
ดูท่าตาเฒ่านาฬิกามันจะสำคัญตัวเองมากไป จนลืมไปว่าตัวเองมีอายุขัยไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผิดกับผมที่อยู่ยาวนานถึง 365 วัน
มนุษย์โลกใช้เวลาในการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่มันจะมีสักกี่คนที่บันทึกเวลาเป็นเข็มวินาที
สิ่งที่คนส่วนใหญ่จดจำก็เห็นจะเพียงแค่วันเดือนปีเท่านั้นแหละตาลุงเฒ่า
ดูท่าตาเฒ่านาฬิกามันจะสำคัญตัวเองมากไป จนลืมไปว่าตัวเองมีอายุขัยไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผิดกับผมที่อยู่ยาวนานถึง 365 วัน
มนุษย์โลกใช้เวลาในการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่มันจะมีสักกี่คนที่บันทึกเวลาเป็นเข็มวินาที
สิ่งที่คนส่วนใหญ่จดจำก็เห็นจะเพียงแค่วันเดือนปีเท่านั้นแหละตาลุงเฒ่า
“ผม 56 ครับ ถ้าคุณมี 54 มันจะแน่นไป”
ข้าพเจ้าเหลือบมองใบหน้าไอ้คนที่พูดประโยคนั้นพร้อมคำว่า ตอแหล ที่ผุดขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมานิยามประโยคเหล่านั้นนอกจากคำนี้
“ถึงจะขนาดแค่ 54 แต่ก็ใส่มึงได้ทั้งตีนละกันไอ้หนุ่ม” ผมคิด
“ผม 56 ครับ ถ้าคุณมี 54 มันจะแน่นไป”
ข้าพเจ้าเหลือบมองใบหน้าไอ้คนที่พูดประโยคนั้นพร้อมคำว่า ตอแหล ที่ผุดขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมานิยามประโยคเหล่านั้นนอกจากคำนี้
“ถึงจะขนาดแค่ 54 แต่ก็ใส่มึงได้ทั้งตีนละกันไอ้หนุ่ม” ผมคิด
ฉันไม่เคยหนีหาย
ฉันไม่เคยเบื่อหน่ายเธอเลยสักวัน
ฉันพร้อมรับฟังเธอบ่นเรื่องราวเลวร้ายอีกร้อยพันครั้ง
ฉันพร้อมซับน้ำตาให้เธอได้อีกหลายล้านลิตร
ขอเพียงแค่เธอกลับมา
กลับมาหาฉันก็พอ
ฉันไม่เคยหนีหาย
ฉันไม่เคยเบื่อหน่ายเธอเลยสักวัน
ฉันพร้อมรับฟังเธอบ่นเรื่องราวเลวร้ายอีกร้อยพันครั้ง
ฉันพร้อมซับน้ำตาให้เธอได้อีกหลายล้านลิตร
ขอเพียงแค่เธอกลับมา
กลับมาหาฉันก็พอ
เธอมักใช้ฉันต่างหมอนในตอนที่เธอหลับ
เธอมักใช้ฉันต่างโล่ในตอนที่เธอกลัว
เธอมีฉันเป็นสรณะ ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมรอบเธอค่อย ๆ หายไป
ฉันสามารถเป็นทุกอย่างให้เธอได้ ฉันคอยเธออยู่ตรงนั้นเสมอ ตรงที่เดิมที่เธอเคยวางฉันไว้ -
เธอมักใช้ฉันต่างหมอนในตอนที่เธอหลับ
เธอมักใช้ฉันต่างโล่ในตอนที่เธอกลัว
เธอมีฉันเป็นสรณะ ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมรอบเธอค่อย ๆ หายไป
ฉันสามารถเป็นทุกอย่างให้เธอได้ ฉันคอยเธออยู่ตรงนั้นเสมอ ตรงที่เดิมที่เธอเคยวางฉันไว้ -
‘ซื้อใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ’
‘สภาพนี้มีอะไรให้ซ่อม ทิ้งเท่านั้น’
คนที่เพิ่งรู้จักเธอเพียงไม่ถึงปีพูดอย่างนั้น อีกคนที่รู้จักเธอมาหลายปีก็พูดทำนองเดียวกัน
ทุกคนยุยงให้เธอทิ้งฉันไปซื้ออันใหม่ เพราะฉันดูไม่มีคุณค่าอะไรในสายตาพวกเขา แต่ฉันรู้ดีว่าฉันมีคุณค่าในสายตาเธอ เพราะ-
‘ซื้อใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ’
‘สภาพนี้มีอะไรให้ซ่อม ทิ้งเท่านั้น’
คนที่เพิ่งรู้จักเธอเพียงไม่ถึงปีพูดอย่างนั้น อีกคนที่รู้จักเธอมาหลายปีก็พูดทำนองเดียวกัน
ทุกคนยุยงให้เธอทิ้งฉันไปซื้ออันใหม่ เพราะฉันดูไม่มีคุณค่าอะไรในสายตาพวกเขา แต่ฉันรู้ดีว่าฉันมีคุณค่าในสายตาเธอ เพราะ-
คุณถูกตัดสินไปอย่างนั้น แต่ฉันไม่โทษที่คุณเลือกหยิบฉันไปสวมใส่ กลับกันฉันดีใจ และรู้สึกโง่เขลาไปในเวลาเดียวกัน
ฉันรู้สึกโง่ที่มั่นใจไปอย่างนั้น โดยลืมนึกไปว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่น่ารังเกียจแบบนั้นปะปนกันอยู่
คุณถูกตัดสินไปอย่างนั้น แต่ฉันไม่โทษที่คุณเลือกหยิบฉันไปสวมใส่ กลับกันฉันดีใจ และรู้สึกโง่เขลาไปในเวลาเดียวกัน
ฉันรู้สึกโง่ที่มั่นใจไปอย่างนั้น โดยลืมนึกไปว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่น่ารังเกียจแบบนั้นปะปนกันอยู่
tw : rape , ข่มขืน
ฉันเป็นเพียงเครื่องห่มกาย
แต่น่าตลกดีที่ฉันเคยคิดว่าจะสามาาถปกป้องคุณจากสิ่งเลวร้ายได้ แต่ก็ไม่
ฉันคิดว่าฉันสามารถเป็นตัวแทนบ่งบอกตัวตนของคุณได้ แต่สุดท้ายคุณก็ยังหนีไม่พ้นคำตัดสิน
เพราะแต่งตัวแบบนี้ตึงถูกข่มขืนไง
เป็นผู้ชายจะมาแต่งตัวแบบนี้ได้ไง -
tw : rape , ข่มขืน
ฉันเป็นเพียงเครื่องห่มกาย
แต่น่าตลกดีที่ฉันเคยคิดว่าจะสามาาถปกป้องคุณจากสิ่งเลวร้ายได้ แต่ก็ไม่
ฉันคิดว่าฉันสามารถเป็นตัวแทนบ่งบอกตัวตนของคุณได้ แต่สุดท้ายคุณก็ยังหนีไม่พ้นคำตัดสิน
เพราะแต่งตัวแบบนี้ตึงถูกข่มขืนไง
เป็นผู้ชายจะมาแต่งตัวแบบนี้ได้ไง -
ตอบฉันมาตามตรงนะ
คุณเคยขอพรให้ฉันพาคุณไปยังสถานที่ไหนก็ได้
คุณเคยเพ้อให้ฉันพาคุณไปยังดินแดนแห่งความฝัน
คุณเคยอธิษฐานให้ฉันพาคุณไปยังโลกใหม่
คุณเคยคิดว่าฉันจะพาคุณหลบหนีจากโลกความเป็นจริงอันโหดร้าย
คุณเคยคิด
ก่อนที่ลูกบิดจะทำงาน
คุณคิดแบบนั้น ใช่ไหม?
ตอบฉันมาตามตรงนะ
คุณเคยขอพรให้ฉันพาคุณไปยังสถานที่ไหนก็ได้
คุณเคยเพ้อให้ฉันพาคุณไปยังดินแดนแห่งความฝัน
คุณเคยอธิษฐานให้ฉันพาคุณไปยังโลกใหม่
คุณเคยคิดว่าฉันจะพาคุณหลบหนีจากโลกความเป็นจริงอันโหดร้าย
คุณเคยคิด
ก่อนที่ลูกบิดจะทำงาน
คุณคิดแบบนั้น ใช่ไหม?
เฮ้ยคุณ เห็นผมม้วนเป็นเลข 8 แบบนี้ก็อย่างเพิ่งมีท่าทีเดียดฉันท์
ผมไม่ได้เลวร้าย แค่ผมเกิดจากความมักง่ายของชายคนหนึ่งที่พอมันถอดผมได้ก็เหวี่ยงสะเปะสะปะไปโดยไม่สนใจจะหย่อนผมลงในตะกร้าหรือขี้เกียจเกินจะคลี่ผมออกมาก็เท่านั้น
อย่าเดียดฉันท์ผมเลย
เฮ้ยคุณ เห็นผมม้วนเป็นเลข 8 แบบนี้ก็อย่างเพิ่งมีท่าทีเดียดฉันท์
ผมไม่ได้เลวร้าย แค่ผมเกิดจากความมักง่ายของชายคนหนึ่งที่พอมันถอดผมได้ก็เหวี่ยงสะเปะสะปะไปโดยไม่สนใจจะหย่อนผมลงในตะกร้าหรือขี้เกียจเกินจะคลี่ผมออกมาก็เท่านั้น
อย่าเดียดฉันท์ผมเลย
ฉันไม่รู้ว่าจะดำรงอยู่ได้อีกนานเท่าไร
ฉันไม่รู้ว่าจะมีชีวิตต่อไปอีกนานเพียงไหน
ฉันไม่รู้ว่าฉันเคยสร้างความสุขหรือความทุกข์ให้ใคร
แต่ฉันคาดหวังว่าฉันจะได้คงอยู่ตลอดไป ในความทรงจำของใครสักคนหนึ่ง
ฉันไม่รู้ว่าจะดำรงอยู่ได้อีกนานเท่าไร
ฉันไม่รู้ว่าจะมีชีวิตต่อไปอีกนานเพียงไหน
ฉันไม่รู้ว่าฉันเคยสร้างความสุขหรือความทุกข์ให้ใคร
แต่ฉันคาดหวังว่าฉันจะได้คงอยู่ตลอดไป ในความทรงจำของใครสักคนหนึ่ง
ข้าชอบเหลือเกินกับการได้กอบกุมชะตาชีวิตของมนุษยชาติเอาไว้
ข้าชอบเหลือเกินที่สรรพสิ่งหมุนไปรอบกายข้า
ข้าชอบเหลือเกินที่การขยับตัวเพียงนิดก็ทำให้ทุกสิ่งก้าวเดินไปข้างหน้า
ข้าชอบเหลือเกินที่แม้นจะไม่มีตัวข้า พวกเจ้าก็ยังขวนขวายใฝ่หาสิ่งที่มาแทนตัวข้าอยู่เสมอ
ข้าชอบเหลือเกินกับการได้กอบกุมชะตาชีวิตของมนุษยชาติเอาไว้
ข้าชอบเหลือเกินที่สรรพสิ่งหมุนไปรอบกายข้า
ข้าชอบเหลือเกินที่การขยับตัวเพียงนิดก็ทำให้ทุกสิ่งก้าวเดินไปข้างหน้า
ข้าชอบเหลือเกินที่แม้นจะไม่มีตัวข้า พวกเจ้าก็ยังขวนขวายใฝ่หาสิ่งที่มาแทนตัวข้าอยู่เสมอ
เพราะมีฉัน คุณจึงได้จด
เพราะมีฉัน คุณจึงได้อ่าน
เพราะมีฉัน คุณจึงได้ฝัน
เพราะมีฉัน คุณจึงไม่ลืม
เพราะมีฉัน คุณจึงได้จด
เพราะมีฉัน คุณจึงได้อ่าน
เพราะมีฉัน คุณจึงได้ฝัน
เพราะมีฉัน คุณจึงไม่ลืม
แกไม่ได้หนาว แต่แกแค่ขาดฉันไม่ได้ แกร้อนแทบตาย แกอยากสลัดฉันไปให้พ้นตัวแต่แกทำไม่ได้ แกขาดฉันไม่ได้พอ ๆ กับไอ้พัดลมโง่เง่านั่น เพราะถ้าไม่มีฉันแกจะรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ปลอดภัย แกจะไม่สามารถข่มตาแกลงได้ เพราะแกไม่เหลือใครที่จะสามารถโอบกอดแกได้อย่างฉันอีกแล้ว
แกไม่ได้หนาว แต่แกแค่ขาดฉันไม่ได้ แกร้อนแทบตาย แกอยากสลัดฉันไปให้พ้นตัวแต่แกทำไม่ได้ แกขาดฉันไม่ได้พอ ๆ กับไอ้พัดลมโง่เง่านั่น เพราะถ้าไม่มีฉันแกจะรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ปลอดภัย แกจะไม่สามารถข่มตาแกลงได้ เพราะแกไม่เหลือใครที่จะสามารถโอบกอดแกได้อย่างฉันอีกแล้ว
ทุกก้าวย่างโปรดระวังขา ระวังมือปริศนาเอื้อมมาจับ - คติสอนใจจากบันไดไม้ในบ้านเลขที่ 157
ทุกก้าวย่างโปรดระวังขา ระวังมือปริศนาเอื้อมมาจับ - คติสอนใจจากบันไดไม้ในบ้านเลขที่ 157
เสียงเคาะโป๊งเป๊ง เสียงฉู่ เสียงฉ่า
ผู้คนเชื่อว่ามันคือเสียงวิเศษ
ร้านไหนมีเสียงแบบนี้ แปลว่าร้านนี้อร่อยแบบร้อยเปอร์เซ็น
ผมที่ได้ยินละอยากตะโกนตอบกลับไปว่า ‘อาหารจะอร่อยหรือไม่อร่อยมันอยู่ฝีมือคนปรุงโว้ยย’
โป๊ก!
โอ๊ยยย ตาแปะนี่เมื่อไรจะเลิกเอาด้ามเหล็กนั่นมาเคาะผมสักทีวะ
เสียงเคาะโป๊งเป๊ง เสียงฉู่ เสียงฉ่า
ผู้คนเชื่อว่ามันคือเสียงวิเศษ
ร้านไหนมีเสียงแบบนี้ แปลว่าร้านนี้อร่อยแบบร้อยเปอร์เซ็น
ผมที่ได้ยินละอยากตะโกนตอบกลับไปว่า ‘อาหารจะอร่อยหรือไม่อร่อยมันอยู่ฝีมือคนปรุงโว้ยย’
โป๊ก!
โอ๊ยยย ตาแปะนี่เมื่อไรจะเลิกเอาด้ามเหล็กนั่นมาเคาะผมสักทีวะ
“ไม่เห็นมีแม่”
เจ้าจ้องมองเงาสะท้อนตนเองในกระจก ภาพของเจ้าคงเลือนรางจากม่านน้ำตา
โอ...เด็กน้อยผู้น่าสงสาร เจ้าเรียกหาแม่เองหรอกหรือ
“ไม่เห็นมีใครเลย”
นั่นคือประโยคสุดท้ายก่อนที่เจ้าจะร้องไห้ปานจะขาดใจ มือเจ้ายังกำข้าเอาไว้ เพราะข้าคือสิ่งที่แม่เจ้ามอบให้ก่อนจากไป
“ไม่เห็นมีแม่”
เจ้าจ้องมองเงาสะท้อนตนเองในกระจก ภาพของเจ้าคงเลือนรางจากม่านน้ำตา
โอ...เด็กน้อยผู้น่าสงสาร เจ้าเรียกหาแม่เองหรอกหรือ
“ไม่เห็นมีใครเลย”
นั่นคือประโยคสุดท้ายก่อนที่เจ้าจะร้องไห้ปานจะขาดใจ มือเจ้ายังกำข้าเอาไว้ เพราะข้าคือสิ่งที่แม่เจ้ามอบให้ก่อนจากไป