Doc : https://bit.ly/KzK_Atella_Proflie
“มอร์ทริดเอ็มเมอร์ไม่สามารถเป็นโลกให้กับเอเทลน่าได้”
เพราะสิ่งที่ถูกชักนำมาอยู่ใต้ประกายสีทองนั้นมีมากเกินไป และดวงตาสีฟ้าคู่นั้นก็ไม่เคยละสายตาจากทุกสิ่งที่เอื้อมมือไปถึง
.
.
“แต่เอเทลน่าคือแสงสว่างเดียวของมอร์ทริด”
“มอร์ทริดเอ็มเมอร์ไม่สามารถเป็นโลกให้กับเอเทลน่าได้”
เพราะสิ่งที่ถูกชักนำมาอยู่ใต้ประกายสีทองนั้นมีมากเกินไป และดวงตาสีฟ้าคู่นั้นก็ไม่เคยละสายตาจากทุกสิ่งที่เอื้อมมือไปถึง
.
.
“แต่เอเทลน่าคือแสงสว่างเดียวของมอร์ทริด”
พอมอร์ทริดเริ่มพูด ดูเหมือนคนที่โดนหอบเป็นกระสอบข้าวจะเลิกขยับราวกับยอมจำนนแต่โดยดี
มอร์ทริดเหลือบตามองร่างเล็กเพียงเสี้ยวจังหวะ ก่อนจะกลับมามองคู่สนทนาอีกครั้ง
+
พอมอร์ทริดเริ่มพูด ดูเหมือนคนที่โดนหอบเป็นกระสอบข้าวจะเลิกขยับราวกับยอมจำนนแต่โดยดี
มอร์ทริดเหลือบตามองร่างเล็กเพียงเสี้ยวจังหวะ ก่อนจะกลับมามองคู่สนทนาอีกครั้ง
+
การร้องโหยหวยที่ลดระดับเสียงลงไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็ยต์ จนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของลมหนาวที่หวีดผ่านร่องตึก
มอร์ทริดใช้แขนเพียงข้างเดียวก็อุ้มเด็กสาวร่างเล็กพาดบ่าได้อย่างสบาย เขามองโชซิดะ
“ผมไม่ใช่พวกป่าเถื่อนที่ชอบใช้กำลัง” (คำพูดนี้ถ้าเอเทลน่าเข้าใจความหมาย คงได้ชักสีหน้าคัดค้านแบบสุดชีวิต)
+
การร้องโหยหวยที่ลดระดับเสียงลงไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็ยต์ จนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของลมหนาวที่หวีดผ่านร่องตึก
มอร์ทริดใช้แขนเพียงข้างเดียวก็อุ้มเด็กสาวร่างเล็กพาดบ่าได้อย่างสบาย เขามองโชซิดะ
“ผมไม่ใช่พวกป่าเถื่อนที่ชอบใช้กำลัง” (คำพูดนี้ถ้าเอเทลน่าเข้าใจความหมาย คงได้ชักสีหน้าคัดค้านแบบสุดชีวิต)
+
/“~~~เมิร์ด ไม่ว่าจะถูกพูดอะไรใส่ ก็ปล่อยๆไปเถอะนะ เขาก็พูดยาวๆเยอะๆแบบนี้แหละ”
/”ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรนี่นะ”
เสียงตอบนั้นเหมือนการเค้นเสียงลอดไรฟันมากกว่า จนเอเทลน่าสะท้านเฮือก
ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองถูกอุ้มขึ้นมาจนขาไม่สามารถสัมผัสพื้น
+
/“~~~เมิร์ด ไม่ว่าจะถูกพูดอะไรใส่ ก็ปล่อยๆไปเถอะนะ เขาก็พูดยาวๆเยอะๆแบบนี้แหละ”
/”ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรนี่นะ”
เสียงตอบนั้นเหมือนการเค้นเสียงลอดไรฟันมากกว่า จนเอเทลน่าสะท้านเฮือก
ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองถูกอุ้มขึ้นมาจนขาไม่สามารถสัมผัสพื้น
+
หลังจากการพูดผิดที่เหมือนจงใจ และประโยคต่อจากนั้น มอร์ทริดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่เอเทลน่าเหมือนอยากจะหาที่มุดเอาตอนนี้
ทว่าไม่สามารถทำได้ ประการแรกคือเธอไม่อาจปล่อยให้มอร์ทริดกับโซชิดะอยู่ตามลำพัง (แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดอะไรกันอยู่ก็ตาม) สองคือเธอเหมือนโดนมอร์ทริดจับล็อคเอาไว้
และสาม-- เธอคิดว่าอาการหนาวยะเยือกที่รู้สึกตอนนี้ ไม่ได้มาจากสภาพอากาศแน่นอน
+
หลังจากการพูดผิดที่เหมือนจงใจ และประโยคต่อจากนั้น มอร์ทริดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่เอเทลน่าเหมือนอยากจะหาที่มุดเอาตอนนี้
ทว่าไม่สามารถทำได้ ประการแรกคือเธอไม่อาจปล่อยให้มอร์ทริดกับโซชิดะอยู่ตามลำพัง (แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดอะไรกันอยู่ก็ตาม) สองคือเธอเหมือนโดนมอร์ทริดจับล็อคเอาไว้
และสาม-- เธอคิดว่าอาการหนาวยะเยือกที่รู้สึกตอนนี้ ไม่ได้มาจากสภาพอากาศแน่นอน
+
ในตอนแรกนั้นดวงตาสีฟ้ามองนิ่ง ราวกับกำลังพิจารณา
ก่อนจะคลี่ยิ้มพร้อมกับคำทักทายเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นบ้านเกิด
“คุณเมย์”
“คุณซามูไรพ่อบ้าน วันนี้เหมือนจอมโจรหน้ากากเลย”
ว่าแล้วก็ยื่นมือมาวางไว้บนฝ่ามืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
“ยินดีมากๆ แต่.... เอเทเต้นรำไม่ค่อยเก่ง ถ้าเผลอไปเหยียบเท้าคุณเมย์เข้า ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
ในตอนแรกนั้นดวงตาสีฟ้ามองนิ่ง ราวกับกำลังพิจารณา
ก่อนจะคลี่ยิ้มพร้อมกับคำทักทายเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นบ้านเกิด
“คุณเมย์”
“คุณซามูไรพ่อบ้าน วันนี้เหมือนจอมโจรหน้ากากเลย”
ว่าแล้วก็ยื่นมือมาวางไว้บนฝ่ามืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
“ยินดีมากๆ แต่.... เอเทเต้นรำไม่ค่อยเก่ง ถ้าเผลอไปเหยียบเท้าคุณเมย์เข้า ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
.
.
ในมุมของมอร์ทริดที่สูงกว่าอาจจะไม่เห็นสีหน้าของเอเทลน่า และไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าการสะดุ้งของเด็กสาว
แต่หากเป็นคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
คงจะได้เห็นใบหน้าของเอเทลน่าที่ขึ้นสีตัดกับสีผิวก็เป็นได้
.
.
ในมุมของมอร์ทริดที่สูงกว่าอาจจะไม่เห็นสีหน้าของเอเทลน่า และไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าการสะดุ้งของเด็กสาว
แต่หากเป็นคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
คงจะได้เห็นใบหน้าของเอเทลน่าที่ขึ้นสีตัดกับสีผิวก็เป็นได้
“ได้ยินว่าคุณเป็นผู้กำกับ”
“ถ้า ‘เรา’ อยากจะทำอย่างที่คุณเสนอมาเมื่อครู่ คุณคิดว่าจะต้องเป็นฉากแบบไหน”
พูดพร้อมเอามือโอบไหล่ แล้วดึงตัวเอเทลน่าให้เข้ามาใกล้ตัวเองจนเกือบจะแนบชิด
+
“ได้ยินว่าคุณเป็นผู้กำกับ”
“ถ้า ‘เรา’ อยากจะทำอย่างที่คุณเสนอมาเมื่อครู่ คุณคิดว่าจะต้องเป็นฉากแบบไหน”
พูดพร้อมเอามือโอบไหล่ แล้วดึงตัวเอเทลน่าให้เข้ามาใกล้ตัวเองจนเกือบจะแนบชิด
+
“พอดีเคยถูกย้ำไว้ว่า พบกับใครครั้งแรก ควรทำให้เป็นทางการเพื่อความประทับใจหลังจากนั้น”
“แม้ว่าในบางกรณี อาจจะให้ผลตรงกันข้าม”
“แต่ในเมื่อเป็นคำพูดจาก ‘คู่หมั้น’ ต่อให้คิดว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างไรก็ต้องทำ”
+
“พอดีเคยถูกย้ำไว้ว่า พบกับใครครั้งแรก ควรทำให้เป็นทางการเพื่อความประทับใจหลังจากนั้น”
“แม้ว่าในบางกรณี อาจจะให้ผลตรงกันข้าม”
“แต่ในเมื่อเป็นคำพูดจาก ‘คู่หมั้น’ ต่อให้คิดว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างไรก็ต้องทำ”
+
.
ถึงมอร์ทริดจะรู้สึกว่าสาวน้อยตัวเล็กข้างตัวมีบางอย่างแปลกไป อาจจะเป็นความคิดที่มักจะฟุ้งซ่านเตลิดไปไหนต่อไหนง่ายๆอยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นแรงบันดาลใจ การหาเรื่อง ไอเดีย อะไรพวกนี้ที่แว๊บขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเป็นปกติ
ทว่าเรื่องพวกนั้น--- คงต้องเอาไว้ก่อน
+
.
ถึงมอร์ทริดจะรู้สึกว่าสาวน้อยตัวเล็กข้างตัวมีบางอย่างแปลกไป อาจจะเป็นความคิดที่มักจะฟุ้งซ่านเตลิดไปไหนต่อไหนง่ายๆอยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นแรงบันดาลใจ การหาเรื่อง ไอเดีย อะไรพวกนี้ที่แว๊บขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเป็นปกติ
ทว่าเรื่องพวกนั้น--- คงต้องเอาไว้ก่อน
+
แล้วมอร์ทริดคนนั้น กับโซชิดะคนนี้
เอเทลน่าหัวเราะแห้งๆกับคำพูดของโซชิดะ ที่เหมือนจะไม่มีคำว่าเมิร์ดหลุดออกมา แต่มีคำที่หมายถึงธีมหรือบรรยากาศตอนนี้โผล่มาแทน
ส่วนที่จงใจหันมาพูดกับเธอ เหมือนตอนท้ายๆจะมี เวดดิ้ง? โรแมนซ์? เชียร์?
+
แล้วมอร์ทริดคนนั้น กับโซชิดะคนนี้
เอเทลน่าหัวเราะแห้งๆกับคำพูดของโซชิดะ ที่เหมือนจะไม่มีคำว่าเมิร์ดหลุดออกมา แต่มีคำที่หมายถึงธีมหรือบรรยากาศตอนนี้โผล่มาแทน
ส่วนที่จงใจหันมาพูดกับเธอ เหมือนตอนท้ายๆจะมี เวดดิ้ง? โรแมนซ์? เชียร์?
+
จนถึงบัดนี้เอเทลน่าก็ยังคิดว่าตัวเองจับใจความคำพูดของเพื่อนต่างชาติต่างภาษาคนนี้ได้น้อยนิดยิ่งกว่าการใช้ปลายนิ้วคีบทรายขึ้นมา
ส่วนการคาดเดาที่เคยทำมาตลอดนั้น ล้วนแต่อาศัยทั้งโชคและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ประกอบกับท่าทางโอเวอร์แอคติ้งที่อีกฝ่ายชอบทำเป็นประจำ
แต่ครั้งนี้....
ตัวแปรที่เพิ่มเข้ามานั้นใหญ่เกินไป
+
จนถึงบัดนี้เอเทลน่าก็ยังคิดว่าตัวเองจับใจความคำพูดของเพื่อนต่างชาติต่างภาษาคนนี้ได้น้อยนิดยิ่งกว่าการใช้ปลายนิ้วคีบทรายขึ้นมา
ส่วนการคาดเดาที่เคยทำมาตลอดนั้น ล้วนแต่อาศัยทั้งโชคและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ประกอบกับท่าทางโอเวอร์แอคติ้งที่อีกฝ่ายชอบทำเป็นประจำ
แต่ครั้งนี้....
ตัวแปรที่เพิ่มเข้ามานั้นใหญ่เกินไป
+
“อ่ะ โซชิด้า นี่----“
“มอร์ทริด เอ็มเมอร์ เรียกว่าคุณเอ็มเมอร์ก็ได้”
ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงกลางชิงแนะนำตัวแทรกคำพูดของเอเทลน่า
“แม้เป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีนัก แต่ก็ยินดีที่ได้พบ”
น้ำเสียงนั้นฟังดูสบายๆเหมือนเป็นการแนะนำตัวทั่วไป ใบหน้าก็ยิ้มแย้มไปในทางเดียวกับคำพูด
มีเพียงเอเทลน่าที่มองมอร์ทริด มองโซชิดะ แล้วก็หันกลับมามองมอร์ทริดอีกที....
“อ่ะ โซชิด้า นี่----“
“มอร์ทริด เอ็มเมอร์ เรียกว่าคุณเอ็มเมอร์ก็ได้”
ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงกลางชิงแนะนำตัวแทรกคำพูดของเอเทลน่า
“แม้เป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีนัก แต่ก็ยินดีที่ได้พบ”
น้ำเสียงนั้นฟังดูสบายๆเหมือนเป็นการแนะนำตัวทั่วไป ใบหน้าก็ยิ้มแย้มไปในทางเดียวกับคำพูด
มีเพียงเอเทลน่าที่มองมอร์ทริด มองโซชิดะ แล้วก็หันกลับมามองมอร์ทริดอีกที....
.
“โซชิด้า...”
เสียงที่ปกติแทบจะตะโกนเรียก คราวนี้ลดระดับลงมาราวกับเป็นการพูดคุยทั่วไป
ไม่ใช่เพราะเรื่องที่เพิ่งประกาศออกไป
แต่เป็นเพราะครั้งนี้ เอเทลน่าไม่ได้มาเพียงลำพัง
ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่ยังไม่ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ดี ผมสีน้ำตาลและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
แววตาที่มองมานั้นราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
+
.
“โซชิด้า...”
เสียงที่ปกติแทบจะตะโกนเรียก คราวนี้ลดระดับลงมาราวกับเป็นการพูดคุยทั่วไป
ไม่ใช่เพราะเรื่องที่เพิ่งประกาศออกไป
แต่เป็นเพราะครั้งนี้ เอเทลน่าไม่ได้มาเพียงลำพัง
ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่ยังไม่ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ดี ผมสีน้ำตาลและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
แววตาที่มองมานั้นราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
+
ท่าทางเลิกลั่กอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งภาษาที่ใช้ก็สลับไปมา แถมแม้จะเป็นภาษาตัวเองก็ยังใช้ผิดจนน่าตกใจ
“โอเค เจอ เน็กไทม์ กู้ดลักซ์”
แล้วเจ้าตัวก็ถือแก้วน้ำปั่น เผ่นออกไปทันที~~
.
(แฟนมาตามแล้วค่ะ ตัดตรงนี้ได้เลย ขอบคุณที่โรลด้วยกันค่ะ)
ท่าทางเลิกลั่กอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งภาษาที่ใช้ก็สลับไปมา แถมแม้จะเป็นภาษาตัวเองก็ยังใช้ผิดจนน่าตกใจ
“โอเค เจอ เน็กไทม์ กู้ดลักซ์”
แล้วเจ้าตัวก็ถือแก้วน้ำปั่น เผ่นออกไปทันที~~
.
(แฟนมาตามแล้วค่ะ ตัดตรงนี้ได้เลย ขอบคุณที่โรลด้วยกันค่ะ)
.
.
!!!!
ระหว่างที่กำลังผ่อนคลายนั้นเอง
เอเทลน่าก็รู้สึกเย็นยะเยือก
.
เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยด้วยสัญชาตญาณ
ไม่รู้ว่าโดนโกรธ... ไม่สิ— นี่มันอาฆาตกันเลยนี่นา
เรื่องอะไรล่ะนี่~~~~
+
.
.
!!!!
ระหว่างที่กำลังผ่อนคลายนั้นเอง
เอเทลน่าก็รู้สึกเย็นยะเยือก
.
เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยด้วยสัญชาตญาณ
ไม่รู้ว่าโดนโกรธ... ไม่สิ— นี่มันอาฆาตกันเลยนี่นา
เรื่องอะไรล่ะนี่~~~~
+
ความเข้าใจของเอเทลน่าคือเป็นการแสดงการขอบคุณของโชซิดะ ดังนั้นจึงรับมาพลางอมยิ้มกับท่าทางของอีกฝ่าย
เจอกับโซชิดะทีไร ก็เหมือนเจอเรื่องสนุก(?)ที่คาดเดาไม่ได้ทุกที
“ฮะ... ฮะ....”
ดูดน้ำไปหนึ่งเฮือก
“โอ้ว--- อร่อย”
+
ความเข้าใจของเอเทลน่าคือเป็นการแสดงการขอบคุณของโชซิดะ ดังนั้นจึงรับมาพลางอมยิ้มกับท่าทางของอีกฝ่าย
เจอกับโซชิดะทีไร ก็เหมือนเจอเรื่องสนุก(?)ที่คาดเดาไม่ได้ทุกที
“ฮะ... ฮะ....”
ดูดน้ำไปหนึ่งเฮือก
“โอ้ว--- อร่อย”
+
เอเทลน่ากวาดตามองไปรอบๆ พลางคิดว่ามอร์ทริดจะอยู่แถวนี้หรือเปล่า เพราะปกติแล้ว ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน มอร์ทริดก็เป็นคนแรกๆที่หาเธอเจอเสมอ
พอหันมุมมองไปที่โซชิดะ ก็เห็นว่าเขากำลังกวักมือเรียกพอดี
เอเทลน่าคิดว่าควรอยู่กับโซชิดะอีกสักหน่อย แม้ว่าเขาจะเดินเหินเป็นปกติก็ตาม
+
เอเทลน่ากวาดตามองไปรอบๆ พลางคิดว่ามอร์ทริดจะอยู่แถวนี้หรือเปล่า เพราะปกติแล้ว ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน มอร์ทริดก็เป็นคนแรกๆที่หาเธอเจอเสมอ
พอหันมุมมองไปที่โซชิดะ ก็เห็นว่าเขากำลังกวักมือเรียกพอดี
เอเทลน่าคิดว่าควรอยู่กับโซชิดะอีกสักหน่อย แม้ว่าเขาจะเดินเหินเป็นปกติก็ตาม
+