และมันก็ทำให้ตันเหิงยิ้มออกมาเช่นกัน
"อา"
"...ขอบใจนายมากเลยนะ"
และมันก็ทำให้ตันเหิงยิ้มออกมาเช่นกัน
"อา"
"...ขอบใจนายมากเลยนะ"
"ส่วนเพื่อนของข้า... นางก็ถูกผูกมัดกับโชคชะตาให้ถึงคราวสิ้นชีพเพียงเพราะกฎบ้า ๆ ในโลกของข้าด้วยเช่นกัน..."
"..."
"ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าความบ้าบิ่นของข้าจะทำให้เรื่องราวมันดีขึ้นหรือแย่ลง"
"ที่แน่ ๆ ที่ข้ารู้คือข้าอยากให้อย่างน้อย เจ้าก็จะได้เลือกชะตาของเจ้าเอง ง่าย ๆ เพียงแค่นั้นล่ะ ตันเหิง"
"ส่วนเพื่อนของข้า... นางก็ถูกผูกมัดกับโชคชะตาให้ถึงคราวสิ้นชีพเพียงเพราะกฎบ้า ๆ ในโลกของข้าด้วยเช่นกัน..."
"..."
"ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าความบ้าบิ่นของข้าจะทำให้เรื่องราวมันดีขึ้นหรือแย่ลง"
"ที่แน่ ๆ ที่ข้ารู้คือข้าอยากให้อย่างน้อย เจ้าก็จะได้เลือกชะตาของเจ้าเอง ง่าย ๆ เพียงแค่นั้นล่ะ ตันเหิง"
ดวงตาสีทองของไคลัสมองจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าเหนือน่านน้ำทะเลไพศาล
"เจ้าถูกพันธนาด้วยคำที่ว่าโซ่ตรวนนี้เป็นหน้าที่แต่กำเนิดอันมิอาจเลี่ยง ส่วนข้าก็ถูกบังคับให้ต้องเตรียมสืบสานอำนาจอันโหดร้ายต่อเพียงเพราะข้าถูกเลือกเป็นองค์ชายตั้งแต่กำเนิด"
ดวงตาสีทองของไคลัสมองจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าเหนือน่านน้ำทะเลไพศาล
"เจ้าถูกพันธนาด้วยคำที่ว่าโซ่ตรวนนี้เป็นหน้าที่แต่กำเนิดอันมิอาจเลี่ยง ส่วนข้าก็ถูกบังคับให้ต้องเตรียมสืบสานอำนาจอันโหดร้ายต่อเพียงเพราะข้าถูกเลือกเป็นองค์ชายตั้งแต่กำเนิด"
"แต่ก็ไม่ถึงฆาตเสียหน่อย! เจ้าเองก็แค่แผลถลอกเล็กน้อย"
"...ฉันไม่คิดว่าการถูกเรเปียร์แทงจนต้องพักร่างกายเกือบเดือนอยู่นี่จะเป็นแค่ 'แผลถลอก" นะ"
ไคลัสเกาหัวขอโทษพลางหัวเราะแห้งแก้เขิน
"แต่ก็ไม่ถึงฆาตเสียหน่อย! เจ้าเองก็แค่แผลถลอกเล็กน้อย"
"...ฉันไม่คิดว่าการถูกเรเปียร์แทงจนต้องพักร่างกายเกือบเดือนอยู่นี่จะเป็นแค่ 'แผลถลอก" นะ"
ไคลัสเกาหัวขอโทษพลางหัวเราะแห้งแก้เขิน
ตันเหิงหลับตาลงคิดครู่หนึ่ง "...ส่วนมากก็จะเป็นศิลปะการต่อสู้มากกว่า ด้วยหน้าที่เดิมของฉันในฐานะวิทยาธรผู้สืบทอดเชื้อสายที่คอยดูแลทะเลแห่งนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงก็ต้องต่อสู้กับสิ่งที่พยายามบุกรุกทำลายทะเลผืนนี้อยู่แล้ว"
"ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นเสียหน่อย"
"???"
"ข้าหมายถึงว่า ตอนนี้เจ้าเป็นยังไงบ้าง?"
ตันเหิงหลับตาลงคิดครู่หนึ่ง "...ส่วนมากก็จะเป็นศิลปะการต่อสู้มากกว่า ด้วยหน้าที่เดิมของฉันในฐานะวิทยาธรผู้สืบทอดเชื้อสายที่คอยดูแลทะเลแห่งนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงก็ต้องต่อสู้กับสิ่งที่พยายามบุกรุกทำลายทะเลผืนนี้อยู่แล้ว"
"ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นเสียหน่อย"
"???"
"ข้าหมายถึงว่า ตอนนี้เจ้าเป็นยังไงบ้าง?"
ตันเหิงกอดอกถอนหายใจ พอดวงตาสีเขียวมรกตมองลอดรั้วลงไปก็เห็นสายตาฝากฝังจากไกด์หนุ่ม เขาเลยพยักหน้ารับเบา ๆ
"ก็วัน ๆ ข้าได้เรียนแต่รัฐศาสตร์นี่ โลกฟองสบู่ของข้าไม่มีเขตแดนติดทะเลเสียหน่อย หากไม่ได้ตามไกด์ผู้นั้นมา ข้าก็คงไม่เคยคิดสนใจการเดินเรือหรอก"
"อย่างนี้นี่เอง"
ตันเหิงกอดอกถอนหายใจ พอดวงตาสีเขียวมรกตมองลอดรั้วลงไปก็เห็นสายตาฝากฝังจากไกด์หนุ่ม เขาเลยพยักหน้ารับเบา ๆ
"ก็วัน ๆ ข้าได้เรียนแต่รัฐศาสตร์นี่ โลกฟองสบู่ของข้าไม่มีเขตแดนติดทะเลเสียหน่อย หากไม่ได้ตามไกด์ผู้นั้นมา ข้าก็คงไม่เคยคิดสนใจการเดินเรือหรอก"
"อย่างนี้นี่เอง"
"ไคลัส..."
"อะไรกันตันเหิง เจ้าจะแอบหลับในเวลางานเยี่ยงนั้นเหรอ? ไม่นึกเลยนะว่าเจ้าจะมีมุมแบบนี้ด้วย" ไม่ว่าเปล่า เจ้าตัวโดดขึ้นนั่งบนรั้วระเบียงเรืออย่างคล่องแคล่ว "ข้านึกว่าเจ้าจะเข้มงวดกับตัวเองกว่านี้เสียอีก"
"ไคลัส..."
"อะไรกันตันเหิง เจ้าจะแอบหลับในเวลางานเยี่ยงนั้นเหรอ? ไม่นึกเลยนะว่าเจ้าจะมีมุมแบบนี้ด้วย" ไม่ว่าเปล่า เจ้าตัวโดดขึ้นนั่งบนรั้วระเบียงเรืออย่างคล่องแคล่ว "ข้านึกว่าเจ้าจะเข้มงวดกับตัวเองกว่านี้เสียอีก"
ตันเหิงยืนพิงระเบียงเรือ สายตามองทอดออกไปไกล อาร์ลันกำลังตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์อยู่ไม่ไกล ส่วนคาฟก้าและอลุกซิโอก็กำลังคุยบางอย่างอยู่อย่างออกรส หากให้เขาเดาคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทะเลแน่ ๆ
ตันเหิงยืนพิงระเบียงเรือ สายตามองทอดออกไปไกล อาร์ลันกำลังตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์อยู่ไม่ไกล ส่วนคาฟก้าและอลุกซิโอก็กำลังคุยบางอย่างอยู่อย่างออกรส หากให้เขาเดาคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทะเลแน่ ๆ