ฝ่ามือกำมีดข้างเอวไว้แน่นขณะมองกลับไปว่าอะไรก็ตามที่ไล่กวดเธอมาจะโผล่ตัวให้เห็นเมื่อไหร่
"..."
แต่ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดหรือเสียงไหนเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ราวกับทุกอย่างหยุดและถูกตัดขาดไปในทันทีที่เธอก้าวขาเข้ามาอยู่ในโถงใหญ่นี้
เด็กสาวกลืนน้ำลายหนืดลงคอที่แห้งผาก
+
ฝ่ามือกำมีดข้างเอวไว้แน่นขณะมองกลับไปว่าอะไรก็ตามที่ไล่กวดเธอมาจะโผล่ตัวให้เห็นเมื่อไหร่
"..."
แต่ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดหรือเสียงไหนเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ราวกับทุกอย่างหยุดและถูกตัดขาดไปในทันทีที่เธอก้าวขาเข้ามาอยู่ในโถงใหญ่นี้
เด็กสาวกลืนน้ำลายหนืดลงคอที่แห้งผาก
+
อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจากการทำงานของประตูปริศนานั่นลากวิเวียนข้ามมายังอีกฝั่งในทันที
ก่อนที่เสียงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของบางสิ่งจะเกิดขึ้นพร้อมเสียงกระแทกประตูที่ปิดดังตามมา
ไม่ว่าแรงเมื่อครู่จะมาจากอะไร วิเวียนก็รู้สึกขอบใจที่มันอนุญาตให้เธอเพียงผู้เดียวที่ข้ามมายังฝั่งนี้
+
อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจากการทำงานของประตูปริศนานั่นลากวิเวียนข้ามมายังอีกฝั่งในทันที
ก่อนที่เสียงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของบางสิ่งจะเกิดขึ้นพร้อมเสียงกระแทกประตูที่ปิดดังตามมา
ไม่ว่าแรงเมื่อครู่จะมาจากอะไร วิเวียนก็รู้สึกขอบใจที่มันอนุญาตให้เธอเพียงผู้เดียวที่ข้ามมายังฝั่งนี้
+
นัยต์ตาสีน้ำเงินเข้มสบเข้ากับดวงตาสีมรกต
"นั้นสินะ"
"ก็ลายเสื้อคลุมเจ้าเหมือนลายที่เห็นบ่อยๆในลุนด์เบิร์ก" ทำมือชี้ๆไปที่ตัวเอง แต่หมายถึงผ้าคลุมที่อีกฝ่ายกำลังสวมอยู่
"ข้าเลยสงสัยว่าเจ้ามาจากลุนด์เบิร์กเหมือนกันรึเปล่า?" เด็กชายผิวสีแทนกระพริบตาปริบ ถามเด็กหญิงร่างเล็กตรงไปตรงมา
"และจะว่าไป เจ้าเองก็มองข้าอยู่เหมือนกันไม่ใช่รึยังไง มีอะไรรึเปล่า?"
นัยต์ตาสีน้ำเงินเข้มสบเข้ากับดวงตาสีมรกต
"นั้นสินะ"
"ก็ลายเสื้อคลุมเจ้าเหมือนลายที่เห็นบ่อยๆในลุนด์เบิร์ก" ทำมือชี้ๆไปที่ตัวเอง แต่หมายถึงผ้าคลุมที่อีกฝ่ายกำลังสวมอยู่
"ข้าเลยสงสัยว่าเจ้ามาจากลุนด์เบิร์กเหมือนกันรึเปล่า?" เด็กชายผิวสีแทนกระพริบตาปริบ ถามเด็กหญิงร่างเล็กตรงไปตรงมา
"และจะว่าไป เจ้าเองก็มองข้าอยู่เหมือนกันไม่ใช่รึยังไง มีอะไรรึเปล่า?"
“ที่บ้าๆสินะ” คาเอลันพยักหน้ารับ
และโดยไม่ได้ต่อคำสนทนา เสียงของพวกผู้ใหญ่ก็ดังเข้ามาเร่งรัดเหล่าเด็กน้อย พร้อมกับเด็กคนอื่นที่เริ่มทยอยลงจากเกวียนซอมซ่อ
“ลงกันเถอะ” ชะโงกหน้า หยิบเอาสัมภาระ ก่อนขยับตัวลุกเดินตามเด็กคนอื่น
“ไว้ค่อยคุยกันต่อ ดีใจที่ได้คุยกับเจ้านะ เอลินดร้า”
“ที่บ้าๆสินะ” คาเอลันพยักหน้ารับ
และโดยไม่ได้ต่อคำสนทนา เสียงของพวกผู้ใหญ่ก็ดังเข้ามาเร่งรัดเหล่าเด็กน้อย พร้อมกับเด็กคนอื่นที่เริ่มทยอยลงจากเกวียนซอมซ่อ
“ลงกันเถอะ” ชะโงกหน้า หยิบเอาสัมภาระ ก่อนขยับตัวลุกเดินตามเด็กคนอื่น
“ไว้ค่อยคุยกันต่อ ดีใจที่ได้คุยกับเจ้านะ เอลินดร้า”
เรื่องราวที่ไม่รู้ล้วนสร้างความน่าประหลาดใจและตื่นเต้นได้เสียทุกครั้ง
“ข้าไม่เคยถามเลยว่าชื่อข้ามีความหมายว่าอะไร” เอียงคอซ้ายทีขวาที ครุ่นคิดว่าพ่อเคยหลุดพูดเรื่องพวกนี้บ้างรึเปล่า
“ถ้าข้ากลับไปคงต้องถามดูบ้างแล้ว” เด็กชายพึมพำเบาๆ
+
เรื่องราวที่ไม่รู้ล้วนสร้างความน่าประหลาดใจและตื่นเต้นได้เสียทุกครั้ง
“ข้าไม่เคยถามเลยว่าชื่อข้ามีความหมายว่าอะไร” เอียงคอซ้ายทีขวาที ครุ่นคิดว่าพ่อเคยหลุดพูดเรื่องพวกนี้บ้างรึเปล่า
“ถ้าข้ากลับไปคงต้องถามดูบ้างแล้ว” เด็กชายพึมพำเบาๆ
+