role-playing acc for #ROC_commu
Doc : http://bit.ly/4jscjkB
Pic : neka.cc/composer/14094
"เหอะ"
ยิ่งนึกถึงความเฮงซวยของพวกมันก็ยิ่งไม่อยากยอมแพ้ไปกันใหญ่
จูนิเปอร์เริ่มออกเดินอีกครั้ง ทิ้งกะโหลกที่เจอและภาพจำแสนสั้นของเด็กผู้โชคร้ายเอาไว้ข้างหลัง
ก่อนอื่นเธอต้องหาที่หลบภัยเพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง
+
"เหอะ"
ยิ่งนึกถึงความเฮงซวยของพวกมันก็ยิ่งไม่อยากยอมแพ้ไปกันใหญ่
จูนิเปอร์เริ่มออกเดินอีกครั้ง ทิ้งกะโหลกที่เจอและภาพจำแสนสั้นของเด็กผู้โชคร้ายเอาไว้ข้างหลัง
ก่อนอื่นเธอต้องหาที่หลบภัยเพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง
+
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว
เพราะตำแหน่งอยู่ไกลกันเกินไปจึงไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยแม้เพียงเสี้ยวว่าเด็กคนนั้นพยายามตะโกนบอกอะไรกับเธอกันแน่
อาจร้องขอความช่วยเหลือ หรือบางทีเขาอาจบอกให้เธอหนีไป
"หรือบททดสอบคือให้สู้กับเจ้าตัวนั้น ...บ้าไปแล้ว แบบนั้นจะรอดไปได้ยังไง"
+
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว
เพราะตำแหน่งอยู่ไกลกันเกินไปจึงไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยแม้เพียงเสี้ยวว่าเด็กคนนั้นพยายามตะโกนบอกอะไรกับเธอกันแน่
อาจร้องขอความช่วยเหลือ หรือบางทีเขาอาจบอกให้เธอหนีไป
"หรือบททดสอบคือให้สู้กับเจ้าตัวนั้น ...บ้าไปแล้ว แบบนั้นจะรอดไปได้ยังไง"
+
มีเด็กคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนว่าจะกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ แต่ไม่ทันไรก็ถูกเจ้าอสูรนั่นพ่นบางสิ่งใส่จนล้มลง
อสูรทะเลทรายกระโจนพุ่งตรงไปยังเหยื่ออย่างไม่รอช้า เงาร่างเด็กคนนั้นหายลับไปในส่วนปากของมันที่มุดลงพื้นอีกครั้ง พื้นที่รอบ ๆ แหวกออกเป็นหลุมดำมืดอีกหน ไม่ต่างจากตอนที่มุนโผล่ผุดขึ้นมา
+
มีเด็กคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนว่าจะกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ แต่ไม่ทันไรก็ถูกเจ้าอสูรนั่นพ่นบางสิ่งใส่จนล้มลง
อสูรทะเลทรายกระโจนพุ่งตรงไปยังเหยื่ออย่างไม่รอช้า เงาร่างเด็กคนนั้นหายลับไปในส่วนปากของมันที่มุดลงพื้นอีกครั้ง พื้นที่รอบ ๆ แหวกออกเป็นหลุมดำมืดอีกหน ไม่ต่างจากตอนที่มุนโผล่ผุดขึ้นมา
+
ยังไม่ทันที่จะครุ่นคิดหาคำตอบอย่างถี่ถ้วนก็คล้ายจะได้ยินเสียงตะโกนแว่วมาจากไกล ๆ
เรียวคิ้วกดลงเมื่อดวงตาสีน้ำเงินหรี่ลงเพ่งมอง
+
ยังไม่ทันที่จะครุ่นคิดหาคำตอบอย่างถี่ถ้วนก็คล้ายจะได้ยินเสียงตะโกนแว่วมาจากไกล ๆ
เรียวคิ้วกดลงเมื่อดวงตาสีน้ำเงินหรี่ลงเพ่งมอง
+
ไร้เงาของผู้คุม ส่วนผู้เข้าทดสอบคนอื่น ๆ ไปอยู่ที่ไหนกันหมดก็ไม่อาจรู้
"จะรู้ได้ยังไงว่าบททดสอบถัดไปที่ว่าคืออะไร..."
เงียบเสียงลงเมื่อสายลมหอบใหญ่พัดผ่าน เธอยกท่อนแขนขึ้นปิดใบหน้า รอจนกระทั่งฝุ่งละอองทั้งหลายผ่านไปจึงค่อยลืมตาขึ้น
เพื่อพบกับกะโหลกศีรษะของใครบางคน
+
ไร้เงาของผู้คุม ส่วนผู้เข้าทดสอบคนอื่น ๆ ไปอยู่ที่ไหนกันหมดก็ไม่อาจรู้
"จะรู้ได้ยังไงว่าบททดสอบถัดไปที่ว่าคืออะไร..."
เงียบเสียงลงเมื่อสายลมหอบใหญ่พัดผ่าน เธอยกท่อนแขนขึ้นปิดใบหน้า รอจนกระทั่งฝุ่งละอองทั้งหลายผ่านไปจึงค่อยลืมตาขึ้น
เพื่อพบกับกะโหลกศีรษะของใครบางคน
+
ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้าง มือกระชับหอกคู่ใจและสายเชือกป่านที่เย็บติดกระเป๋าห้อย พื้นดินใต้เท้าพลันแยกออกดูดกลืนร่างของเด็กหญิงผมสีเทาอ่อนผู้วางกุญแจลงไปภายในชั่วอึดใจเดียว
ภาพทุกสิ่งดับวูบลงเช่นนั้น
[ End of STAGE 01 ; Echoes of solitude ]
ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้าง มือกระชับหอกคู่ใจและสายเชือกป่านที่เย็บติดกระเป๋าห้อย พื้นดินใต้เท้าพลันแยกออกดูดกลืนร่างของเด็กหญิงผมสีเทาอ่อนผู้วางกุญแจลงไปภายในชั่วอึดใจเดียว
ภาพทุกสิ่งดับวูบลงเช่นนั้น
[ End of STAGE 01 ; Echoes of solitude ]
"เจ้าคิดว่าบททดสอบถัดไปคืออะไร?"
จูนิเปอร์พึมพำขณะมองดูวัตถุในมือตนไม่วางตา
"หะ? อะไรนะ?"
แทนการตอบคำถามของเด็กคนข้าง ๆ เธอก้าวนำออกไป วางมันลงบนแท่นศิลา
อักขระโบราณเรืองแสงสีทองสว่างวาบ ไล่ลามลงจากใจกลางแท่นไปยังพื้นโดยรอบกระทั่งครอบคลุมเสาสลักทุกต้น ทั้งที่ยังสมบูรณ์และพังทลาย
+
"เจ้าคิดว่าบททดสอบถัดไปคืออะไร?"
จูนิเปอร์พึมพำขณะมองดูวัตถุในมือตนไม่วางตา
"หะ? อะไรนะ?"
แทนการตอบคำถามของเด็กคนข้าง ๆ เธอก้าวนำออกไป วางมันลงบนแท่นศิลา
อักขระโบราณเรืองแสงสีทองสว่างวาบ ไล่ลามลงจากใจกลางแท่นไปยังพื้นโดยรอบกระทั่งครอบคลุมเสาสลักทุกต้น ทั้งที่ยังสมบูรณ์และพังทลาย
+
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าลำดับการวางลูกแก้วจะส่งผลอะไรรึเปล่าแต่เธอก็ไม่อยากรั้งอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้อีกแล้ว
"ทันทีที่หายเหนื่อย"
อาศัยเวลาพักในการต้มน้ำสะอาดมาล้างตัวและกรอกใส่กระบอกเพิ่ม เมื่อเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมาพวกเขาก็มุ่งผ่านผืนป่าตรงกลับไปยังลานกว้างอันเป็นจุดตั้งต้นการเดินทาง
แท่นหินสูงราวหน้าอกปรากฏอยู่กลางลานทรงกลม แสงเรืองรองจาง ๆ เปล่งออกมาเป็นจังหวะ
+
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าลำดับการวางลูกแก้วจะส่งผลอะไรรึเปล่าแต่เธอก็ไม่อยากรั้งอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้อีกแล้ว
"ทันทีที่หายเหนื่อย"
อาศัยเวลาพักในการต้มน้ำสะอาดมาล้างตัวและกรอกใส่กระบอกเพิ่ม เมื่อเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมาพวกเขาก็มุ่งผ่านผืนป่าตรงกลับไปยังลานกว้างอันเป็นจุดตั้งต้นการเดินทาง
แท่นหินสูงราวหน้าอกปรากฏอยู่กลางลานทรงกลม แสงเรืองรองจาง ๆ เปล่งออกมาเป็นจังหวะ
+
เวลาผ่านไปนานพอสมควรแต่ยังหลงเหลือแสงอาทิตย์อยู่ หินทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นเรืองแสงสีแดงเรื่อจาง วินาทีที่สีเงินประกายสะท้อนเข้ากระทบนัยน์ตาเด็กหญิงจึงสามารถสูดหายใจเข้าได้อย่างเต็มปอด
สำเร็จแล้ว ได้มาแล้ว
คราวนี้ไม่ใช่ของปลอม
"จะตรงไปที่ลานกว้างเลยรึเปล่า?"
เสียงทักถามดังขึ้นตามหลัง เรียกให้เธอหันกลับไปมอง
+
เวลาผ่านไปนานพอสมควรแต่ยังหลงเหลือแสงอาทิตย์อยู่ หินทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นเรืองแสงสีแดงเรื่อจาง วินาทีที่สีเงินประกายสะท้อนเข้ากระทบนัยน์ตาเด็กหญิงจึงสามารถสูดหายใจเข้าได้อย่างเต็มปอด
สำเร็จแล้ว ได้มาแล้ว
คราวนี้ไม่ใช่ของปลอม
"จะตรงไปที่ลานกว้างเลยรึเปล่า?"
เสียงทักถามดังขึ้นตามหลัง เรียกให้เธอหันกลับไปมอง
+
ในที่สุดไวริกซ์ก็ล้มลง มันหันหัวกลับไปยังรังนอนก่อนจะสิ้นฤทธิ์แน่นิ่ง บางทีอาจเป็นสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ที่ห่วงลูกจนถึงท้ายที่สุด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จูนิเปอร์และเด็ก ๆ ที่เหลือรอดต้องสนใจ
"ได้มาแล้ว! รูเบธีส!!"
โชคดีที่หินสีแดงในกองไข่มีจำนวนมากพอ ทุกคนจึงไม่ต้องแก่งแย่งกัน
+
ในที่สุดไวริกซ์ก็ล้มลง มันหันหัวกลับไปยังรังนอนก่อนจะสิ้นฤทธิ์แน่นิ่ง บางทีอาจเป็นสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ที่ห่วงลูกจนถึงท้ายที่สุด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จูนิเปอร์และเด็ก ๆ ที่เหลือรอดต้องสนใจ
"ได้มาแล้ว! รูเบธีส!!"
โชคดีที่หินสีแดงในกองไข่มีจำนวนมากพอ ทุกคนจึงไม่ต้องแก่งแย่งกัน
+
จากคำพูดนั่นของทหารผู้คุม เป็นไปได้ว่าหากพวกเขาไม่อาจผ่านบททดสอบ สุดท้ายก็คงต้องถูกผลักไปสู่ความตายอยู่ดี
"เตรียมพร้อมนะ"
เด็กที่รับบทบาทหัวหน้ากลุ่มส่งสัญญาณ
และการต่อสู้ก็เริ่มต้น
อาวุธปลายแหลมทิ่มแทงกรีดฟันสร้างรอยแผลจากทุกทิศทาง ทีละเล็กทีละน้อย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนการเคลื่อนไหวของอสูรร้ายให้เชื่องช้าลงด้วยแผนการหลอกล่อ
+
จากคำพูดนั่นของทหารผู้คุม เป็นไปได้ว่าหากพวกเขาไม่อาจผ่านบททดสอบ สุดท้ายก็คงต้องถูกผลักไปสู่ความตายอยู่ดี
"เตรียมพร้อมนะ"
เด็กที่รับบทบาทหัวหน้ากลุ่มส่งสัญญาณ
และการต่อสู้ก็เริ่มต้น
อาวุธปลายแหลมทิ่มแทงกรีดฟันสร้างรอยแผลจากทุกทิศทาง ทีละเล็กทีละน้อย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนการเคลื่อนไหวของอสูรร้ายให้เชื่องช้าลงด้วยแผนการหลอกล่อ
+
ภายในถ้ำยังคงเต็มไปด้วยเมือกเหนียวน่าขยะแขยงและรอยกรงเล็บใหญ่น่าหวาดหวั่น กลิ่นเลือดคละคลุ้งและชิ้นกระดูกที่เกลี่ยนกราดชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ทว่าก็ไม่มีเด็กคนไหนก้าวถอยหลัง
+
ภายในถ้ำยังคงเต็มไปด้วยเมือกเหนียวน่าขยะแขยงและรอยกรงเล็บใหญ่น่าหวาดหวั่น กลิ่นเลือดคละคลุ้งและชิ้นกระดูกที่เกลี่ยนกราดชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ทว่าก็ไม่มีเด็กคนไหนก้าวถอยหลัง
+
เช้าวันที่ 6 เริ่มต้นพร้อมกับผู้เข้าทดสอบกลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึงเขตหนองน้ำ
จูเปอร์ร้องทักก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปในถ้ำ สองมือเปล่าชูขึ้นสูงแสดงเจตนาบริสุทธิ์ ปากกล่าวบอกข้อมูลผสมปะปนระหว่างข้อเท็จจริงและคำลวงหลอก
"ในนั้นมีตัวอันตรายอยู่นะ เพื่อนของข้าถูกมันฆ่าตายหมดแล้ว"
"ถึงตอนนี้มันจะบาดเจ็บ แต่ถ้าไม่วางแผนก่อนเข้าไปพวกเจ้าเองก็คงสู้ไม่ไหวแน่"
"ร่วมมือกับข้าเถอะ"
+
เช้าวันที่ 6 เริ่มต้นพร้อมกับผู้เข้าทดสอบกลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึงเขตหนองน้ำ
จูเปอร์ร้องทักก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปในถ้ำ สองมือเปล่าชูขึ้นสูงแสดงเจตนาบริสุทธิ์ ปากกล่าวบอกข้อมูลผสมปะปนระหว่างข้อเท็จจริงและคำลวงหลอก
"ในนั้นมีตัวอันตรายอยู่นะ เพื่อนของข้าถูกมันฆ่าตายหมดแล้ว"
"ถึงตอนนี้มันจะบาดเจ็บ แต่ถ้าไม่วางแผนก่อนเข้าไปพวกเจ้าเองก็คงสู้ไม่ไหวแน่"
"ร่วมมือกับข้าเถอะ"
+
ระหว่างสำรวจเธอพบก้อนผลึกสีแดงหลายลูกในป่า ทว่าพวกมันล้วนไร้ประกายและยังมีกับดักผูกติดอยู่ เป็นของปลอมไม่ต่างจากอันที่เธอเก็บได้จากยอดซากโบราณสถาน
สุดท้ายเมื่อจบวันจึงจำต้องวกกลับมาสำรวจถ้ำของมอนสเตอร์นั่นอีกครั้งและอีกครั้ง เพราะมันเป็นสถานที่แห่งเดียวที่เธอได้เห็นรูเบธีสของจริง
+
ระหว่างสำรวจเธอพบก้อนผลึกสีแดงหลายลูกในป่า ทว่าพวกมันล้วนไร้ประกายและยังมีกับดักผูกติดอยู่ เป็นของปลอมไม่ต่างจากอันที่เธอเก็บได้จากยอดซากโบราณสถาน
สุดท้ายเมื่อจบวันจึงจำต้องวกกลับมาสำรวจถ้ำของมอนสเตอร์นั่นอีกครั้งและอีกครั้ง เพราะมันเป็นสถานที่แห่งเดียวที่เธอได้เห็นรูเบธีสของจริง
+
ถ้าหากเด็กกลุ่มนั้นสังหารไวริกซ์ได้ก็คงดี บางทีอาจมีจังหวะให้เธอเข้าไปฉกฉวยรูเบธีสที่ปะปนอยู่ในกองไข่อสูรร้ายมาได้สำเร็จ
เด็กหญิงรอคอยด้วยใจจดจ่อกระทั่งแลเห็นแสงตะวัน
ไม่มีผู้ใดย่างกรายออกมาจากถ้ำ
+
ถ้าหากเด็กกลุ่มนั้นสังหารไวริกซ์ได้ก็คงดี บางทีอาจมีจังหวะให้เธอเข้าไปฉกฉวยรูเบธีสที่ปะปนอยู่ในกองไข่อสูรร้ายมาได้สำเร็จ
เด็กหญิงรอคอยด้วยใจจดจ่อกระทั่งแลเห็นแสงตะวัน
ไม่มีผู้ใดย่างกรายออกมาจากถ้ำ
+
พวกพี่ ๆ เองก็จบชีวิตลงในป่านี่ด้วยรึเปล่านะ?
มวลความคิดไหล่บ่าดุจน้ำหลาก มือหงิกเกร็งกำเหรียญและอาวุธประจำกายที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนแน่นจนหงิกเกร็ง
"อุตส่าห์ออกมาข้างนอกได้แล้ว ใครมันจะไปยอมตายกันเล่า"
+
พวกพี่ ๆ เองก็จบชีวิตลงในป่านี่ด้วยรึเปล่านะ?
มวลความคิดไหล่บ่าดุจน้ำหลาก มือหงิกเกร็งกำเหรียญและอาวุธประจำกายที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนแน่นจนหงิกเกร็ง
"อุตส่าห์ออกมาข้างนอกได้แล้ว ใครมันจะไปยอมตายกันเล่า"
+
.....
ต่อให้พูดทุกอย่างที่เคยได้ยินได้ฟังมา ข้อมูลที่แทบไม่มีประโยชน์อันใดเหล่านี้คงช่วยซื้อชีวิตข้าไม่ได้อยู่ดี เช่นนั้นก็ขอทำตัวดื้อแพ่ง ป่วนประสาทพวกมันให้ถึงที่สุดก่อนจะถูกฆ่าแล้วกัน
ฮ่าฮ่าฮ่า สมน้ำหน้านัก เจ้าพวกผู้ใหญ่ชั่ว
.....
...ท่านพี่ ข้ายังไม่อยากตาย
.....
ต่อให้พูดทุกอย่างที่เคยได้ยินได้ฟังมา ข้อมูลที่แทบไม่มีประโยชน์อันใดเหล่านี้คงช่วยซื้อชีวิตข้าไม่ได้อยู่ดี เช่นนั้นก็ขอทำตัวดื้อแพ่ง ป่วนประสาทพวกมันให้ถึงที่สุดก่อนจะถูกฆ่าแล้วกัน
ฮ่าฮ่าฮ่า สมน้ำหน้านัก เจ้าพวกผู้ใหญ่ชั่ว
.....
...ท่านพี่ ข้ายังไม่อยากตาย
ไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักหัวใจภักดีต่อบ้านเกิดหรือศีลธรรมอันใด
ไม่มีตัวเลือกสำหรับจูนิเปอร์เลยด้วยซ้ำ
"ข้าไม่รู้"
"ไม่รู้อะไรทั้งนั้น"
คำตอบเดิมถูกเอ่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
+
ไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักหัวใจภักดีต่อบ้านเกิดหรือศีลธรรมอันใด
ไม่มีตัวเลือกสำหรับจูนิเปอร์เลยด้วยซ้ำ
"ข้าไม่รู้"
"ไม่รู้อะไรทั้งนั้น"
คำตอบเดิมถูกเอ่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
+
...สิ่งนี้เจ้าพวกนี้ต้องการคือข้อมูลทางการทหาร
มาเค้นถามเอาจากเด็กน้อยที่ถูกโยนไปสู้กับมอนสเตอร์โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างพวกข้าแล้วจะได้อะไรกัน?
+
...สิ่งนี้เจ้าพวกนี้ต้องการคือข้อมูลทางการทหาร
มาเค้นถามเอาจากเด็กน้อยที่ถูกโยนไปสู้กับมอนสเตอร์โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างพวกข้าแล้วจะได้อะไรกัน?
+