"แล้วสลบไปได้ยังไงเนี่ยจิน" แล้วเอโกะก็พูดสวนกลับมาทันทีเลยว่า "ฉันก็นั่งอยู่กับแกเนี่ย แล้วฉันจะรู้ไหม! รีบเลย!
เดี๋ยวมันเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะไปบอกพ่อแม่มันยังไง!' (329)
"แล้วสลบไปได้ยังไงเนี่ยจิน" แล้วเอโกะก็พูดสวนกลับมาทันทีเลยว่า "ฉันก็นั่งอยู่กับแกเนี่ย แล้วฉันจะรู้ไหม! รีบเลย!
เดี๋ยวมันเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะไปบอกพ่อแม่มันยังไง!' (329)
"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยโยอิจิคุง ก็บอกตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วว่าเรียกได้ ถ้าเป็นนายจะเรียกฉันว่าอะไร ฉันก็ยอมให้เรียกหมดแหละ
ไม่ต้องกลัวฉันขนาดนั้น ใจเย็น ๆ นะโยอิจิคุง" (232)
"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยโยอิจิคุง ก็บอกตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วว่าเรียกได้ ถ้าเป็นนายจะเรียกฉันว่าอะไร ฉันก็ยอมให้เรียกหมดแหละ
ไม่ต้องกลัวฉันขนาดนั้น ใจเย็น ๆ นะโยอิจิคุง" (232)
ส่วนทางด้านซาเอะเอง เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตัวเองที่มีต่ออิซางิ มันไม่ใช่การกระทำที่ซาเอะมองว่าอีกฝ่ายคือน้องชายไปนานแล้ว
"วันนี้ฉันสั่งให้โคมะซื้ออาหารญี่ปุ่นจากร้านข้างนอกมา เดี๋ยวนายมากินกับฉันนะอิซางิ" (178)
ส่วนทางด้านซาเอะเอง เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตัวเองที่มีต่ออิซางิ มันไม่ใช่การกระทำที่ซาเอะมองว่าอีกฝ่ายคือน้องชายไปนานแล้ว
"วันนี้ฉันสั่งให้โคมะซื้ออาหารญี่ปุ่นจากร้านข้างนอกมา เดี๋ยวนายมากินกับฉันนะอิซางิ" (178)
ซึ่งมันก็จะไม่เป็นที่ฮือฮาและติดเทรนอันดับ 1 ของโลกใน SNS เลย ถ้าหากว่าซาเอะไม่ได้เขียนแคปชั่นเอาไว้ว่า
'ในที่สุดพี่ก็ได้กลับมาเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กจิ๋วแล้ว ♡' (340)
THE END.
ซึ่งมันก็จะไม่เป็นที่ฮือฮาและติดเทรนอันดับ 1 ของโลกใน SNS เลย ถ้าหากว่าซาเอะไม่ได้เขียนแคปชั่นเอาไว้ว่า
'ในที่สุดพี่ก็ได้กลับมาเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กจิ๋วแล้ว ♡' (340)
THE END.
แล้วเอโกะก็คิดหาเรื่องอู้ที่ทำให้สามารถหยุดทำงานไปได้หลายวันแบบไม่น่าเกลียดขึ้นมาได้ในที่สุด
"อันริ! ฉันว่าพวกเรามาจัดงานคืนสู่เหย้า blue lock กันดีกว่า" (48)
แล้วเอโกะก็คิดหาเรื่องอู้ที่ทำให้สามารถหยุดทำงานไปได้หลายวันแบบไม่น่าเกลียดขึ้นมาได้ในที่สุด
"อันริ! ฉันว่าพวกเรามาจัดงานคืนสู่เหย้า blue lock กันดีกว่า" (48)
นางิเองก็เช่นเดียวกัน ที่พอได้รู้ว่าอิซางิเลิกเตะบอลไปแล้ว เจ้าตัวก็รู้สึกว่าชีวิตของตัวเอง มันดูไร้จุดหมายไปหมด
ขนาดเรโอะลากมาฝึกที่สโมสรด้วยกัน นางิก็ยังไม่หายซึมอยู่ดี
"ไปกินข้าวกันนางิ ถ้าคราวนี้ยังปฏิเสธอีก ฉันจะจับยัดแล้วนะ" (6)
นางิเองก็เช่นเดียวกัน ที่พอได้รู้ว่าอิซางิเลิกเตะบอลไปแล้ว เจ้าตัวก็รู้สึกว่าชีวิตของตัวเอง มันดูไร้จุดหมายไปหมด
ขนาดเรโอะลากมาฝึกที่สโมสรด้วยกัน นางิก็ยังไม่หายซึมอยู่ดี
"ไปกินข้าวกันนางิ ถ้าคราวนี้ยังปฏิเสธอีก ฉันจะจับยัดแล้วนะ" (6)
ถ้าตัวเล็กไม่อยาก---
"นิสัยไม่ดี! พูดไม่คิด! ชอบพูดทำลายความรู้สึกคนอื่น!
ซาเอะจังไม่น่ารักเลย ผมเกลียดซาเอะจังมาก ฮึก แต่ผมก็ตัดซาเอะจังออกไปจากชีวิตไม่ได้เหมือนกัน" (329)
ถ้าตัวเล็กไม่อยาก---
"นิสัยไม่ดี! พูดไม่คิด! ชอบพูดทำลายความรู้สึกคนอื่น!
ซาเอะจังไม่น่ารักเลย ผมเกลียดซาเอะจังมาก ฮึก แต่ผมก็ตัดซาเอะจังออกไปจากชีวิตไม่ได้เหมือนกัน" (329)
"ตัวเล็กจะมาหาว่าพี่เจ้าเล่ห์ไม่ได้นะ ก็พี่จะไปคุยดี ๆ ด้วยแล้ว แต่ตัวเล็กไม่ยอมคุยกับพี่เองนี่นา"
[ก็แข่งกันทำประตูไงตัวเล็ก นับเฉพาะลูกที่พี่กับตัวเล็กเป็นคนเตะเข้าเท่านั้น
ถ้าพี่ชนะ ตัวเล็กจะต้องมาคุยกับพี่ดี ๆ นะครับ] (291)
"ตัวเล็กจะมาหาว่าพี่เจ้าเล่ห์ไม่ได้นะ ก็พี่จะไปคุยดี ๆ ด้วยแล้ว แต่ตัวเล็กไม่ยอมคุยกับพี่เองนี่นา"
[ก็แข่งกันทำประตูไงตัวเล็ก นับเฉพาะลูกที่พี่กับตัวเล็กเป็นคนเตะเข้าเท่านั้น
ถ้าพี่ชนะ ตัวเล็กจะต้องมาคุยกับพี่ดี ๆ นะครับ] (291)
"หลังจากที่เคลียร์ตรงนี้เสร็จแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" และในจังหวะที่คาเลโก้กำลังเดินสวนบารัมไปนั้น เจ้าตัวก็พูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้บารัมตื่นตระหนกเล่น ๆ ว่า
"เรื่องที่อิรุมะเป็นมนุษย์" (35)
"หลังจากที่เคลียร์ตรงนี้เสร็จแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" และในจังหวะที่คาเลโก้กำลังเดินสวนบารัมไปนั้น เจ้าตัวก็พูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้บารัมตื่นตระหนกเล่น ๆ ว่า
"เรื่องที่อิรุมะเป็นมนุษย์" (35)
เสียงของความโกลาหลวุ่นวายก็ยังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่อิรุมะก็ไม่สามารถพาตัวเองไปยังที่ปลอดภัยได้จริง ๆ
พอหยิบมือถือขึ้นมาจะกดโทรหาอลิซ มันก็ขึ้นว่าแบตหมดไปเรียบร้อยแล้ว (9)
เสียงของความโกลาหลวุ่นวายก็ยังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่อิรุมะก็ไม่สามารถพาตัวเองไปยังที่ปลอดภัยได้จริง ๆ
พอหยิบมือถือขึ้นมาจะกดโทรหาอลิซ มันก็ขึ้นว่าแบตหมดไปเรียบร้อยแล้ว (9)
"ได้สิ แต่ถ้าความสามารถของพวกนายไม่พอ ฉันก็อาจจะถอนตัวออกไปก่อนก็ได้นะ"
"หึ ไม่มีทางหรอก เพราะพวกฉันเป็นถึงทีมชาติเลยนะ อิโตชิ ซาเอะ" (279)
"ได้สิ แต่ถ้าความสามารถของพวกนายไม่พอ ฉันก็อาจจะถอนตัวออกไปก่อนก็ได้นะ"
"หึ ไม่มีทางหรอก เพราะพวกฉันเป็นถึงทีมชาติเลยนะ อิโตชิ ซาเอะ" (279)
ส่วนทางด้านซาเอะเองที่ตอนแรกเจ้าตัวนึกว่ารินจะห้ามไม่ให้ทำ แต่สุดท้ายกลับมาเตือนว่าทำให้แนบเนียนเฉย
ซาเอะจึงพอที่จะเดาได้แล้วว่า ตัวรินเองก็เริ่มใจอ่อนลงมา (?) ให้แล้วเหมือนกัน (269)
ส่วนทางด้านซาเอะเองที่ตอนแรกเจ้าตัวนึกว่ารินจะห้ามไม่ให้ทำ แต่สุดท้ายกลับมาเตือนว่าทำให้แนบเนียนเฉย
ซาเอะจึงพอที่จะเดาได้แล้วว่า ตัวรินเองก็เริ่มใจอ่อนลงมา (?) ให้แล้วเหมือนกัน (269)
"ยังไงกลับมาคราวนี้ พี่ก็จะต้องง้อรินกับตัวเล็กให้ได้ พี่ไม่มีทางยอมออกจากแก๊งเด็กจิ๋วไปง่าย ๆ หรอกนะ"
แล้วโคมะที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อหาเบอร์ของใครบางคนอยู่ก็ถึงกับทำโทรศัพท์ร่วงลงพื้นไปอย่างตกใจ (230)
"ยังไงกลับมาคราวนี้ พี่ก็จะต้องง้อรินกับตัวเล็กให้ได้ พี่ไม่มีทางยอมออกจากแก๊งเด็กจิ๋วไปง่าย ๆ หรอกนะ"
แล้วโคมะที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อหาเบอร์ของใครบางคนอยู่ก็ถึงกับทำโทรศัพท์ร่วงลงพื้นไปอย่างตกใจ (230)
"ขอให้แกยืนอยู่บนอีโก้ของตัวเองให้มีความสุขนะ"
แล้วอิซางิก็หันมาคล้องแขนของรินเอาไว้ ก่อนที่จะพาเดินออกจากห้องไปด้วยกัน (220)
"ขอให้แกยืนอยู่บนอีโก้ของตัวเองให้มีความสุขนะ"
แล้วอิซางิก็หันมาคล้องแขนของรินเอาไว้ ก่อนที่จะพาเดินออกจากห้องไปด้วยกัน (220)
แต่อิซางิที่เจ็บแล้วจำ เจ้าตัวจึงตัดสินใจพูดสวนกลับไปว่า "ไม่ใช่หรอกครับ เป็นผมเองที่ผิดมากกว่า ผิดที่คิดว่าตัวเองสนิทกับคุณ
ทั้ง ๆ ที่คุณก็มองผมเป็นเพียงแค่เด็กลามปามที่ไม่รู้จักลำดับอาวุโสเท่านั้น" (211)
แต่อิซางิที่เจ็บแล้วจำ เจ้าตัวจึงตัดสินใจพูดสวนกลับไปว่า "ไม่ใช่หรอกครับ เป็นผมเองที่ผิดมากกว่า ผิดที่คิดว่าตัวเองสนิทกับคุณ
ทั้ง ๆ ที่คุณก็มองผมเป็นเพียงแค่เด็กลามปามที่ไม่รู้จักลำดับอาวุโสเท่านั้น" (211)
.
.
.
.
.
.
.
"...หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่เคยได้เจอกับไกเซอร์อีกเลยครับ ขนาดพ่อแม่ผมไปแจ้งความก็แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ช่วยออกตามหาก็แล้ว แต่ก็ไม่เจอเลยแม้กระทั่งเงาของไกเซอร์" (236)
.
.
.
.
.
.
.
"...หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่เคยได้เจอกับไกเซอร์อีกเลยครับ ขนาดพ่อแม่ผมไปแจ้งความก็แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ช่วยออกตามหาก็แล้ว แต่ก็ไม่เจอเลยแม้กระทั่งเงาของไกเซอร์" (236)