ถ้าหากว่าเธอไม่ได้หลบหน้าหนีไปล่ะก็นะ—
”ฉันจะลองดู“
เขากระซิบ
เสียงทุ้มนุ่มคลอเคลียไม่ห่าง
”ขี่ม้า“
”ฉันว่าจะลองดูอีกครั้งนึง“
ดวงตาสีน้ำเงินสบมองลึกเข้าไปยังม่านต่างสี คล้ายอยากให้เธอช่วยรับฟัง
ประโยคพล่ามลมๆแล้งๆ ไร้สาระ
ของผู้ชายที่ลากผู้หญิงออกมากลางดึก แล้วหวังใช้เวลาเละเทะร่วมกันกับเธอ
ถ้าหากว่าเธอไม่ได้หลบหน้าหนีไปล่ะก็นะ—
”ฉันจะลองดู“
เขากระซิบ
เสียงทุ้มนุ่มคลอเคลียไม่ห่าง
”ขี่ม้า“
”ฉันว่าจะลองดูอีกครั้งนึง“
ดวงตาสีน้ำเงินสบมองลึกเข้าไปยังม่านต่างสี คล้ายอยากให้เธอช่วยรับฟัง
ประโยคพล่ามลมๆแล้งๆ ไร้สาระ
ของผู้ชายที่ลากผู้หญิงออกมากลางดึก แล้วหวังใช้เวลาเละเทะร่วมกันกับเธอ
น้ำทะเลเย็นเยือกกัดเซาะข้อเท้า แต่ความอบอุ่นด้านบนช่วยเขาไว้ไม่ให้รู้สึกสะทกสะท้านนัก
ก่อนจะหยุดลงเมื่อสายลมเย็นระลอกใหญ่พัดผ่าน
เสียงคลื่นดังก้องกังวาน
“ถ้าเราเปียก ฉันจะไม่ให้เธอเปียกคนเดียวหรอก“
(+)
น้ำทะเลเย็นเยือกกัดเซาะข้อเท้า แต่ความอบอุ่นด้านบนช่วยเขาไว้ไม่ให้รู้สึกสะทกสะท้านนัก
ก่อนจะหยุดลงเมื่อสายลมเย็นระลอกใหญ่พัดผ่าน
เสียงคลื่นดังก้องกังวาน
“ถ้าเราเปียก ฉันจะไม่ให้เธอเปียกคนเดียวหรอก“
(+)
แล้วเพียงไม่กี่วิถัดมาก็หัวเราะจนแผงสั่นไหว
เมื่อวงแขนเธอวาดโอบรอบลำคอเขาไว้ ราวกับจะอาศัยมันเป็นที่ยึดเกาะสุดท้าย
ไฮยาซินธ์ก็กระชับร่างในวงแขนให้แน่นขึ้นประหนึ่งตัวเองคือเกราะกำบังขนาดใหญ่
เป็นปราการกลางทะเลที่จะปกป้องเธอจากลมหนาวและคลื่นอันบ้าคลั่ง —จนกว่าจะผ่านพ้นค่ำคืนอันโดดเดี่ยวโหดร้าย
(+)
แล้วเพียงไม่กี่วิถัดมาก็หัวเราะจนแผงสั่นไหว
เมื่อวงแขนเธอวาดโอบรอบลำคอเขาไว้ ราวกับจะอาศัยมันเป็นที่ยึดเกาะสุดท้าย
ไฮยาซินธ์ก็กระชับร่างในวงแขนให้แน่นขึ้นประหนึ่งตัวเองคือเกราะกำบังขนาดใหญ่
เป็นปราการกลางทะเลที่จะปกป้องเธอจากลมหนาวและคลื่นอันบ้าคลั่ง —จนกว่าจะผ่านพ้นค่ำคืนอันโดดเดี่ยวโหดร้าย
(+)
"ฉันจะนับหนึ่ง ถึง สาม"
ไฮยาซินธ์ก้มหน้าลง ทำเสียงขู่กระซิบใกล้ใบหูเธอ
"ฉันจะนับหนึ่ง ถึง สาม"
ไฮยาซินธ์ก้มหน้าลง ทำเสียงขู่กระซิบใกล้ใบหูเธอ
แม้จะดูไร้ทิศทาง สะเปะสะปะ
หรือมองเห็นเพียงแค่เกลียวคลื่นดำมืดสาดกระทบชายฝั่งเท่านั้น
แต่สิ่งที่เขาทำ ก็แค่เอียงใบหน้าพลางส่ายศีรษะ
ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งขบขัน
(+)
แม้จะดูไร้ทิศทาง สะเปะสะปะ
หรือมองเห็นเพียงแค่เกลียวคลื่นดำมืดสาดกระทบชายฝั่งเท่านั้น
แต่สิ่งที่เขาทำ ก็แค่เอียงใบหน้าพลางส่ายศีรษะ
ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งขบขัน
(+)
"เฮ้-"
ลมต้านพัดเอาเรือนผมสีเงินออกจากใบหน้า ปรากฏเรียวคิ้วที่เลิกขึ้นคล้ายตกใจต่อสถานการณ์ไม่คาดฝัน
ทว่า-เพียงแค่ครู่เดียว
พวกมันก็ลดระดับลงมากลายเป็นความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดนัก
(+)
"เฮ้-"
ลมต้านพัดเอาเรือนผมสีเงินออกจากใบหน้า ปรากฏเรียวคิ้วที่เลิกขึ้นคล้ายตกใจต่อสถานการณ์ไม่คาดฝัน
ทว่า-เพียงแค่ครู่เดียว
พวกมันก็ลดระดับลงมากลายเป็นความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดนัก
(+)
ปรากฏสะท้อนบนม่านตาต่างสี ซึ่งดูคล้ายคลึงกับท้องฟ้ายามกลางคืนที่เพิงถูกแต่งแต้มดวงดาวลงไป
และเพราะไม่ใช่คนที่จะลืมเลือนอะไรง่ายๆ
ไม่ว่าม้วนฟิล์มแห่งความทรงจำนั้นจะเก่าแค่ไหน
ไฮยาซินธ์ก็คงไม่มีทางลืมมัน
(+)
ปรากฏสะท้อนบนม่านตาต่างสี ซึ่งดูคล้ายคลึงกับท้องฟ้ายามกลางคืนที่เพิงถูกแต่งแต้มดวงดาวลงไป
และเพราะไม่ใช่คนที่จะลืมเลือนอะไรง่ายๆ
ไม่ว่าม้วนฟิล์มแห่งความทรงจำนั้นจะเก่าแค่ไหน
ไฮยาซินธ์ก็คงไม่มีทางลืมมัน
(+)
ยอมเอียงเสี้ยวหน้าเปิดเผยความอ่อนโยนอันเจือจางในดวงตา
ย้อนแย้งกับท่าทางและคำพูดที่ผ่านมาตั้งแต่ต้น
“ค่อยไปงอแง ตรงนั้น"
ตรงสถานที่ที่มีเพียงคลื่นทะเลและคลื่นลม
ลมหายใจผ่อนลงกลายเป็นไอควัน มือหนายื่นให้เธออีกครั้งเพื่อรอการกอบกุมไว้ดังเดิม
ยอมเอียงเสี้ยวหน้าเปิดเผยความอ่อนโยนอันเจือจางในดวงตา
ย้อนแย้งกับท่าทางและคำพูดที่ผ่านมาตั้งแต่ต้น
“ค่อยไปงอแง ตรงนั้น"
ตรงสถานที่ที่มีเพียงคลื่นทะเลและคลื่นลม
ลมหายใจผ่อนลงกลายเป็นไอควัน มือหนายื่นให้เธออีกครั้งเพื่อรอการกอบกุมไว้ดังเดิม
นั่นหมายถึง
ความลับต้องห้ามแห่งนี้คงรอดเร้นจากทุกสายตาผู้คน
“ต่อให้เหตุผลดีแค่ไหน แต่ชีวิตเธอขึ้นอยู่กับพวกเขารึไง?”
(+)
นั่นหมายถึง
ความลับต้องห้ามแห่งนี้คงรอดเร้นจากทุกสายตาผู้คน
“ต่อให้เหตุผลดีแค่ไหน แต่ชีวิตเธอขึ้นอยู่กับพวกเขารึไง?”
(+)
เพื่อหันหลังกลับมา กระชากตัวเธอเข้าแนบกาย ประคองใบหน้าแต้มกระไม่ให้หลบสายตาหนีไปไหน
ไม่ให้เธอพูดว่ายอมแพ้ หรือหวนคืนสู่เส้นทางที่มันถูกต้องกับเธอมากกว่าแต่อย่างใด
ไม่ให้—
…
“ถ้าชอบมากขนาดนั้น ก็เลิกพูดคำว่า ‘จะหยุด’ ซะสิ”
(+)
เพื่อหันหลังกลับมา กระชากตัวเธอเข้าแนบกาย ประคองใบหน้าแต้มกระไม่ให้หลบสายตาหนีไปไหน
ไม่ให้เธอพูดว่ายอมแพ้ หรือหวนคืนสู่เส้นทางที่มันถูกต้องกับเธอมากกว่าแต่อย่างใด
ไม่ให้—
…
“ถ้าชอบมากขนาดนั้น ก็เลิกพูดคำว่า ‘จะหยุด’ ซะสิ”
(+)
ยกตัวอย่างเช่น— เสียงก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายที่สะดุดคร่อมจังหวะปกติ เต้นระส่ำคล้ายกำลังเสียท่า
เมื่อฝ่ามือคู่นั้นเคลื่อนย้ายจากการเกาะเกี่ยวไหล่แกร่ง เปลี่ยนมาโอบรอบกอดรอบเอวพร้อมทั้งฝังหน้าซุกลงแนบกับแผ่นหลังกว้าง
มือหนาที่กำรอบแฮนด์บังคับเผลอกดน้ำหนักขึ้น จนมองเห็นเส้นเลือดชัดจากการเกร็งชั่วขณะ
(+)
ยกตัวอย่างเช่น— เสียงก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายที่สะดุดคร่อมจังหวะปกติ เต้นระส่ำคล้ายกำลังเสียท่า
เมื่อฝ่ามือคู่นั้นเคลื่อนย้ายจากการเกาะเกี่ยวไหล่แกร่ง เปลี่ยนมาโอบรอบกอดรอบเอวพร้อมทั้งฝังหน้าซุกลงแนบกับแผ่นหลังกว้าง
มือหนาที่กำรอบแฮนด์บังคับเผลอกดน้ำหนักขึ้น จนมองเห็นเส้นเลือดชัดจากการเกร็งชั่วขณะ
(+)
เขาถามกลับ ฟังดูฟุ้งเฟ้อราวเหมือนเสียงกระซิบจากฝัน
ความเร็วถูกเร่งขึ้นจนมองเห็นวิสัยทัศน์ของทะเลสีดำมืดใต้ท้องฟ้ารัตติกาล
"เธอแข่งตั้งหลายรายการ ถ้าไม่ระบุชื่อมาฉันจะตอบได้ยังไง"
เขาถามกลับ ฟังดูฟุ้งเฟ้อราวเหมือนเสียงกระซิบจากฝัน
ความเร็วถูกเร่งขึ้นจนมองเห็นวิสัยทัศน์ของทะเลสีดำมืดใต้ท้องฟ้ารัตติกาล
"เธอแข่งตั้งหลายรายการ ถ้าไม่ระบุชื่อมาฉันจะตอบได้ยังไง"
ที่อีโก้เจ้ากรรมนึกอยากโกหก ตัดรังควาญใจทิ้งให้สิ้นซาก
บางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศ
หรืออาจเป็นเพราะสายลม รวมถึงแสงไฟสีส้มสลัวข้างทาง
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หลังพบคำตอบที่เธอไม่ควรรับรู้ถึง 'มัน'
(+)
ที่อีโก้เจ้ากรรมนึกอยากโกหก ตัดรังควาญใจทิ้งให้สิ้นซาก
บางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศ
หรืออาจเป็นเพราะสายลม รวมถึงแสงไฟสีส้มสลัวข้างทาง
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หลังพบคำตอบที่เธอไม่ควรรับรู้ถึง 'มัน'
(+)
เมื่อใบหน้าคมคายกำลังลอบยิ้มบางที่ผู้หญิงคนนี้คงไม่มีวันเห็นมัน
ขบขันต่อประโยคประชดประชันซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
ไม่ใช่แค่เธอหรอก
ที่สมองเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวาย
แต่ไฮยาซินธ์ โลวาโต้เองก็กำลังถูกเล่นงาน จากสัมผัสที่แนบชิดแผ่นหลังของเขาผ่านเสื้อผ้าเช่นกัน
(+)
เมื่อใบหน้าคมคายกำลังลอบยิ้มบางที่ผู้หญิงคนนี้คงไม่มีวันเห็นมัน
ขบขันต่อประโยคประชดประชันซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
ไม่ใช่แค่เธอหรอก
ที่สมองเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวาย
แต่ไฮยาซินธ์ โลวาโต้เองก็กำลังถูกเล่นงาน จากสัมผัสที่แนบชิดแผ่นหลังของเขาผ่านเสื้อผ้าเช่นกัน
(+)
"เดี๋ยวเธอก็รู้เอง"
เสียงทุ้มโต้กลับผ่านสายลม ทั้งเสื้อผ้าและเรือนผมต่างสะบัดพริ้วจากความเร็วที่ถูกเร่ง
ไฮยาซินธ์เป็นพวกขับขี่ทุกอย่างเร็วเกินความจำเป็น แต่กลับไหลลื่นจนแทบไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย
"เดี๋ยวเธอก็รู้เอง"
เสียงทุ้มโต้กลับผ่านสายลม ทั้งเสื้อผ้าและเรือนผมต่างสะบัดพริ้วจากความเร็วที่ถูกเร่ง
ไฮยาซินธ์เป็นพวกขับขี่ทุกอย่างเร็วเกินความจำเป็น แต่กลับไหลลื่นจนแทบไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย
มุมปากกระตุกยิ้มเยาะแกมดูถูกคนตัวเล็กกว่ากลายๆ
"ตัวเธอแค่นั้น จะอุ้มฉันไหวรึไง"
ด้วยเสี้ยวความคิดไม่เข้าท่า บางทีไฮยาซินธ์คงอยากเห็นสภาพทั้งเขาและเธอ ตอนพยายามยื้อยุดฉุดกระชากกันลงสระอยู่เหมือนกัน
(+)
มุมปากกระตุกยิ้มเยาะแกมดูถูกคนตัวเล็กกว่ากลายๆ
"ตัวเธอแค่นั้น จะอุ้มฉันไหวรึไง"
ด้วยเสี้ยวความคิดไม่เข้าท่า บางทีไฮยาซินธ์คงอยากเห็นสภาพทั้งเขาและเธอ ตอนพยายามยื้อยุดฉุดกระชากกันลงสระอยู่เหมือนกัน
(+)
สีหน้าของคุณชายโลวาโต้กำลังแสดงออกมาเช่นนั้น เมื่อคำเชิญชวนแกมบังคับถูกตอบรับจากผู้ร่วมทาง
แม้จะถูกเธอตัดสินไปแล้วในใจว่ามันอาจล่มจมไม่เข้าท่าก็ตามที
แต่่คอราเลียคงไม่รู้จักความสามารถในการขับขี่ของผู้ชายคนนี้
ว่าเขาช่าง— 'มีพรสวรรค์'น่าดูชม
(+)
สีหน้าของคุณชายโลวาโต้กำลังแสดงออกมาเช่นนั้น เมื่อคำเชิญชวนแกมบังคับถูกตอบรับจากผู้ร่วมทาง
แม้จะถูกเธอตัดสินไปแล้วในใจว่ามันอาจล่มจมไม่เข้าท่าก็ตามที
แต่่คอราเลียคงไม่รู้จักความสามารถในการขับขี่ของผู้ชายคนนี้
ว่าเขาช่าง— 'มีพรสวรรค์'น่าดูชม
(+)
โดยไม่ลืมแกล้งขู่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ถ้าคิดหนี ฉันจะอุ้มเธอไปโยนลงสระอีกรอบนึง"
ทีเล่น หรือ ทีจริง
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คอราเลียน่าจะรู้ดีที่สุดว่าคนอย่างไฮยาซินธ์เป็นอย่างไร
โดยไม่ลืมแกล้งขู่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ถ้าคิดหนี ฉันจะอุ้มเธอไปโยนลงสระอีกรอบนึง"
ทีเล่น หรือ ทีจริง
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คอราเลียน่าจะรู้ดีที่สุดว่าคนอย่างไฮยาซินธ์เป็นอย่างไร
แต่ตัวเลือกสำหรับพวกเขา หรือไอ้ช้อยส์ C ที่ว่า
มันคือ E-Scooter ส่วนตัว ที่ถ้าพากันซ้อนไปคงผิดกฏหมายการขับขี่อย่างแน่นอน
"ฉันถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว"
(+)
แต่ตัวเลือกสำหรับพวกเขา หรือไอ้ช้อยส์ C ที่ว่า
มันคือ E-Scooter ส่วนตัว ที่ถ้าพากันซ้อนไปคงผิดกฏหมายการขับขี่อย่างแน่นอน
"ฉันถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว"
(+)
"เลือกได้ดี"
ที่แปลว่า -นั่นแย่มาก-
ชายหนุ่มจับจูงเธอไปตามทาง จนกระทั่งมาถึงลานจอดพาหนะส่วนตัวของเหล่านักเรียน ซึ่งได้รับการอนุญาตจากทางโรงเรียนซอมเบอร์ลินในการนำเข้ามา
(+)
"เลือกได้ดี"
ที่แปลว่า -นั่นแย่มาก-
ชายหนุ่มจับจูงเธอไปตามทาง จนกระทั่งมาถึงลานจอดพาหนะส่วนตัวของเหล่านักเรียน ซึ่งได้รับการอนุญาตจากทางโรงเรียนซอมเบอร์ลินในการนำเข้ามา
(+)
และทุกอย่างมักเกิดจากความรู้สึกชั่ววูบ ที่จิตใต้สำนึกดันทำงานสอดคล้องกับความต้องการมากเสียจนเกินยับยั้ง
เหมือนกับตอนนี้
ตอนที่สบมองดวงตาคู่นั้นแล้วรู้สึกถูกจุดประกายภาพม้วนฟิล์มในความทรงจำ
ทำไมเขาถึงนึกไม่ถึงเลยนะ
ว่าคำตอบมันต้องเป็นตัว 'C' แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?
(+)
และทุกอย่างมักเกิดจากความรู้สึกชั่ววูบ ที่จิตใต้สำนึกดันทำงานสอดคล้องกับความต้องการมากเสียจนเกินยับยั้ง
เหมือนกับตอนนี้
ตอนที่สบมองดวงตาคู่นั้นแล้วรู้สึกถูกจุดประกายภาพม้วนฟิล์มในความทรงจำ
ทำไมเขาถึงนึกไม่ถึงเลยนะ
ว่าคำตอบมันต้องเป็นตัว 'C' แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?
(+)