คายารีบถอยห่างทันทีที่อีกฝ่ายยื่นถาดไฟลุกมาหาเขา
“ข้าว่าวางมันก่อนที่จะไหม้มือเจ้าเถิด”
ก่อนที่ไฟบนถ่านจะลุกโหมไปมากกว่านี้จะคว้าอะไรได้ตอนนี้ก็เอา
อย่างไรไม่ทราบ คายาคว้าทรายจากพื้นนอกร้านแล้วโปรยลงไปบนถ่าน และดูเหมือนจะช่วยได้อยู่บ้าง แต่ไฟโหมแรงเกินไปจนทรายน้อยๆก็น่าจะเอาไม่อยู่
คายารีบถอยห่างทันทีที่อีกฝ่ายยื่นถาดไฟลุกมาหาเขา
“ข้าว่าวางมันก่อนที่จะไหม้มือเจ้าเถิด”
ก่อนที่ไฟบนถ่านจะลุกโหมไปมากกว่านี้จะคว้าอะไรได้ตอนนี้ก็เอา
อย่างไรไม่ทราบ คายาคว้าทรายจากพื้นนอกร้านแล้วโปรยลงไปบนถ่าน และดูเหมือนจะช่วยได้อยู่บ้าง แต่ไฟโหมแรงเกินไปจนทรายน้อยๆก็น่าจะเอาไม่อยู่
คายายังไม่ได้ทันได้ใช้เวลาคิด คนตรงหน้าก็จุดไฟรอเรียบร้อย
ถึงจะไม่แน่ใจนักแต่ ณ ช่วงเวลานี้ก็คงมีหนทางเดียวแล้วจริงๆ
ไฟโหมได้ที่ คายาพยายามเป็นผู้ช่วยที่ดี เขาเดินไปหยิบขนมปังดิบมายื่นให้อีกฝ่าย
“หวังว่า….จะผ่านไปได้ด้วยดีนะ”
แม้ว่าเขาจะพอคาดเดาผลลัพธ์ได้ แต่อย่างน้อยก็อยากจะมีความหวังเล็กๆน้อยๆบ้าง
คายายังไม่ได้ทันได้ใช้เวลาคิด คนตรงหน้าก็จุดไฟรอเรียบร้อย
ถึงจะไม่แน่ใจนักแต่ ณ ช่วงเวลานี้ก็คงมีหนทางเดียวแล้วจริงๆ
ไฟโหมได้ที่ คายาพยายามเป็นผู้ช่วยที่ดี เขาเดินไปหยิบขนมปังดิบมายื่นให้อีกฝ่าย
“หวังว่า….จะผ่านไปได้ด้วยดีนะ”
แม้ว่าเขาจะพอคาดเดาผลลัพธ์ได้ แต่อย่างน้อยก็อยากจะมีความหวังเล็กๆน้อยๆบ้าง
คายามองถุงกระสอบที่เต็มไปด้วยถ่าน
“อืม ข้าว่าน่าจะใช้ได้!“
“แล้ว….พวกเราจะทำขนมปังทั้งอย่างนี้เลยหรือ”
“จะใช้ได้ ใช่หรือไม่?”
อย่างน้อยเขาอาจเคยเอาขนมปังที่สุกแล้วมาปิ้งกับถ่าน แต่ไม่เคยทำขนมปังที่ยังไม่สุกด้วยถ่านมาก่อน
คายามองถุงกระสอบที่เต็มไปด้วยถ่าน
“อืม ข้าว่าน่าจะใช้ได้!“
“แล้ว….พวกเราจะทำขนมปังทั้งอย่างนี้เลยหรือ”
“จะใช้ได้ ใช่หรือไม่?”
อย่างน้อยเขาอาจเคยเอาขนมปังที่สุกแล้วมาปิ้งกับถ่าน แต่ไม่เคยทำขนมปังที่ยังไม่สุกด้วยถ่านมาก่อน
“อ่ะ…..ข้าขอโทษ“
พอเห็นคนตรงหน้าทำหน้าจ๋อย ก็ทำให้เขาเกิดรู้สึกผิดขึ้นมา
“ท่านมีถ่านที่จะมาเปลี่ยนใหม่หรือมีเตาสำรองหรือไม่?“
คายารีบหาทางแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าโดยเร็ว
“อ่ะ…..ข้าขอโทษ“
พอเห็นคนตรงหน้าทำหน้าจ๋อย ก็ทำให้เขาเกิดรู้สึกผิดขึ้นมา
“ท่านมีถ่านที่จะมาเปลี่ยนใหม่หรือมีเตาสำรองหรือไม่?“
คายารีบหาทางแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าโดยเร็ว
คายาลอบกำหมัดในใจ แต่ตัวจริงของเขาคงไม่ทำเช่นนั้น เพราะมิฉะนั้นคนที่ลงไปนอนจูบพื้นจะกลายเป็นตัวเขาเสียเอง
“หยอกแรงกันเกินไปแล้ว”
อีกใจหนึ่งก็โล่งอกที่ 3 เท่านั้น เป็นเพียงเรื่องหยอกล้อ
(โดนหนักมาก ว่างเมื่อไหร่หนูจะมาวาดรูปเอาคืนนน โฮรรรร😭🔥)
คายาลอบกำหมัดในใจ แต่ตัวจริงของเขาคงไม่ทำเช่นนั้น เพราะมิฉะนั้นคนที่ลงไปนอนจูบพื้นจะกลายเป็นตัวเขาเสียเอง
“หยอกแรงกันเกินไปแล้ว”
อีกใจหนึ่งก็โล่งอกที่ 3 เท่านั้น เป็นเพียงเรื่องหยอกล้อ
(โดนหนักมาก ว่างเมื่อไหร่หนูจะมาวาดรูปเอาคืนนน โฮรรรร😭🔥)
ไม่ทันไรฝ่ามือของนางก็กระแทกเข้าที่บ่าของเขาอย่างจัง ราวกับเอาค้อนมาตอกตะปูอย่างไรอย่างนั้น ผ่ามือของนางคือค้อน และใช่…ตะปูก็คือตัวเขาเอง…
บางทีนี่อาจเป็นเวลาอันสมควรที่เขาจะได้ตรวจสุขภาพบ่าไหล่ หรืออาจตรวจทั้งตัวไปเลยก็ย่อมดี
(+)
ไม่ทันไรฝ่ามือของนางก็กระแทกเข้าที่บ่าของเขาอย่างจัง ราวกับเอาค้อนมาตอกตะปูอย่างไรอย่างนั้น ผ่ามือของนางคือค้อน และใช่…ตะปูก็คือตัวเขาเอง…
บางทีนี่อาจเป็นเวลาอันสมควรที่เขาจะได้ตรวจสุขภาพบ่าไหล่ หรืออาจตรวจทั้งตัวไปเลยก็ย่อมดี
(+)
“อ…อืม ข้าเห็นด้วย“
เห็นด้วยว่าขนมปังที่ใส่ไปน่าจะสุก……สุกจนกลายเป็นถ่านจริงๆ เห็นทีว่าน่าจะได้ถ่านมาเพิ่มอีกหลายก้อนทีเดียวเชียว
ไม่รีรอเขารีบถือถังน้ำเข้าไปดับไฟทันที และไม่นานนักไฟก็ค่อยๆมอดจนดับลง คายาปาดเหงื่อที่อาบทั่วใบหน้าพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เฮ้อ”
“เรียบร้อ-”
….บนถาดที่ควรจะมีขนมปัง ตอนนี้กลับสลายกลายเป็นผุยผงไปเป็นที่เรียบร้อย
“อ…อืม ข้าเห็นด้วย“
เห็นด้วยว่าขนมปังที่ใส่ไปน่าจะสุก……สุกจนกลายเป็นถ่านจริงๆ เห็นทีว่าน่าจะได้ถ่านมาเพิ่มอีกหลายก้อนทีเดียวเชียว
ไม่รีรอเขารีบถือถังน้ำเข้าไปดับไฟทันที และไม่นานนักไฟก็ค่อยๆมอดจนดับลง คายาปาดเหงื่อที่อาบทั่วใบหน้าพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เฮ้อ”
“เรียบร้อ-”
….บนถาดที่ควรจะมีขนมปัง ตอนนี้กลับสลายกลายเป็นผุยผงไปเป็นที่เรียบร้อย
“ถ้าเป็น 1.5 เท่าแทนได้หรือไม่”
คายาไม่ได้คาดว่าสตรีตรงหน้าจะตอบตกลง แต่อย่างน้อยเขาก็อยากมีความหวังเล็กๆว่าอีกฝ่ายจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
“ถ้าเป็น 1.5 เท่าแทนได้หรือไม่”
คายาไม่ได้คาดว่าสตรีตรงหน้าจะตอบตกลง แต่อย่างน้อยเขาก็อยากมีความหวังเล็กๆว่าอีกฝ่ายจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
“……”
ดูท่าจะลำบากอยู่จริงๆ เขายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะกวาดสายตามองสถานการณ์รอบๆร้าน
“ถ้าไม่ว่าอะไร ข้าสามารถเข้าไปช่วยจัดการเตาไฟได้นะ”
เขาอาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องการทำขนมปังมากนัก แต่อย่างน้อยเขาก็เคยเข้าครัวช่วยมารดาทำอาหารอยู่บ้างเป็นครั้งคราว จึงอาจจะพอช่วยควบคุมร้านไม่ให้ไหม้ได้
“……”
ดูท่าจะลำบากอยู่จริงๆ เขายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะกวาดสายตามองสถานการณ์รอบๆร้าน
“ถ้าไม่ว่าอะไร ข้าสามารถเข้าไปช่วยจัดการเตาไฟได้นะ”
เขาอาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องการทำขนมปังมากนัก แต่อย่างน้อยเขาก็เคยเข้าครัวช่วยมารดาทำอาหารอยู่บ้างเป็นครั้งคราว จึงอาจจะพอช่วยควบคุมร้านไม่ให้ไหม้ได้
คายาพยายามยิ้มกลบเกลื่อน
“ ฮะ…ฮ่าๆ เอสเทล ข้าก็ไม่ได้เก่งมากนัก แต่ขอบคุณที่มองข้าเป็นคู่ซ้อมนะ “
” อย่างไรนี่ก็มืดค่ำแล้ว ข้าว่าเจ้ากลับไปพักผ่อนจะดีต่อร่างกายมากกว่านะ“
แน่นอนว่าเขาไม่อยากซ้อมในเวลานี้ แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธไปตรงๆ จึงเลือกใช้วิธีเบี่ยงเบนอีกฝ่ายแทน
คายาพยายามยิ้มกลบเกลื่อน
“ ฮะ…ฮ่าๆ เอสเทล ข้าก็ไม่ได้เก่งมากนัก แต่ขอบคุณที่มองข้าเป็นคู่ซ้อมนะ “
” อย่างไรนี่ก็มืดค่ำแล้ว ข้าว่าเจ้ากลับไปพักผ่อนจะดีต่อร่างกายมากกว่านะ“
แน่นอนว่าเขาไม่อยากซ้อมในเวลานี้ แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธไปตรงๆ จึงเลือกใช้วิธีเบี่ยงเบนอีกฝ่ายแทน
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่คายาออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศรอบๆเมือง เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าใสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผอิญไปสบกับดวงตาสีแดงอมชมพูของบุรุษตรงหน้า
“ ได้สิ ท่านอยากให้ข้าช่วยอะไรหรือ“
เขากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมช่วยเหลืออีกฝ่าย
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่คายาออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศรอบๆเมือง เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าใสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผอิญไปสบกับดวงตาสีแดงอมชมพูของบุรุษตรงหน้า
“ ได้สิ ท่านอยากให้ข้าช่วยอะไรหรือ“
เขากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมช่วยเหลืออีกฝ่าย
โชคยังดี เสียงตอบรับของเอสเทลช่วยคืนสติให้คายาเล็กน้อย เขาแหงนมองดวงจันทร์ที่รายล้อมไปด้วยกลุ่มดาวตามปลายนิ้วของนางก่อนจะยิ้มแหยๆออกมา และถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวทันทีเมื่อได้ยินคำเชิญชวนจากอีกฝ่าย
“ข้าแค่มาเป็นธุระให้ท่านพ่อน่ะ ตอนนี้กำลังจะกลับพอดีเลย“
พูดจบก็โชว์หนังสือรายชื่อสินค้าที่พกมาให้ดู
โชคยังดี เสียงตอบรับของเอสเทลช่วยคืนสติให้คายาเล็กน้อย เขาแหงนมองดวงจันทร์ที่รายล้อมไปด้วยกลุ่มดาวตามปลายนิ้วของนางก่อนจะยิ้มแหยๆออกมา และถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวทันทีเมื่อได้ยินคำเชิญชวนจากอีกฝ่าย
“ข้าแค่มาเป็นธุระให้ท่านพ่อน่ะ ตอนนี้กำลังจะกลับพอดีเลย“
พูดจบก็โชว์หนังสือรายชื่อสินค้าที่พกมาให้ดู
พอสตรีตรงหน้าเอ่ยทัก คายาสะดุ้งโหยงหนึ่งที
“อรุณสวัสดิ์ เอสเทล”
บางที่ความสับสนลนลานอาจทำให้เขาลืมวันคืนเสียแล้ว
พอสตรีตรงหน้าเอ่ยทัก คายาสะดุ้งโหยงหนึ่งที
“อรุณสวัสดิ์ เอสเทล”
บางที่ความสับสนลนลานอาจทำให้เขาลืมวันคืนเสียแล้ว
คายามีธุระที่บิดาวานให้ทำในบริเวณสนามกีฬาพอดิบพอดี และกว่าจะทำธุระเสร็จก็มืดค่ำเสียแล้ว
สายลมพัดผ่าน เขากวาดตามองบรรยากาศภายในสนามโดยรอบที่ผู้คนเริ่มน้อยลง ก่อนจะไปสะดุดตากับสตรีร่างสูงที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
“อ….เอสเทล“
ทันทีที่เห็นนางเขารีบยกหนังสือในมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าและรีบสาวเท้าอย่างไวตามสัญชาตญาณ เพื่อหวังเพียงแค่ว่านางจะมองไม่เห็นเขา
คายามีธุระที่บิดาวานให้ทำในบริเวณสนามกีฬาพอดิบพอดี และกว่าจะทำธุระเสร็จก็มืดค่ำเสียแล้ว
สายลมพัดผ่าน เขากวาดตามองบรรยากาศภายในสนามโดยรอบที่ผู้คนเริ่มน้อยลง ก่อนจะไปสะดุดตากับสตรีร่างสูงที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
“อ….เอสเทล“
ทันทีที่เห็นนางเขารีบยกหนังสือในมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าและรีบสาวเท้าอย่างไวตามสัญชาตญาณ เพื่อหวังเพียงแค่ว่านางจะมองไม่เห็นเขา