The Unblessed | Y-2 | Master in Sculpture
Chamber of Gaia | Room G02 | No. G009
ดามิอานอส บุตรแห่งยอร์กอส
#HOA_COMMU
Docs : http://bit.ly/4p8f2SR
🚨 Status : Busy ตอบช้า ติดงาน
เหรียญทั้งสองต่างหลุดมือตกลงไปกระทบพื้นหิน อันหนึ่งดัง กริ๊งง-- เสียงใสกังวาล ขณะที่อีกอันดัง กึก...
คนโดนชนขยับเท้าตั้งหลักอย่างเชื่องช้า เขาเซออกมาครึ่งก้าวประสาคนรากฐานไม่ค่อยแข็งแรง เพียงแต่สายตายังมองต่ำไล่ตามเหรียญไม้ที่กลิ้งขลุก ๆ ไปชนกับเหรียญทองจนกระเด็นนอนหงายอยู่ข้างกัน
"..."
เหรียญทั้งสองต่างหลุดมือตกลงไปกระทบพื้นหิน อันหนึ่งดัง กริ๊งง-- เสียงใสกังวาล ขณะที่อีกอันดัง กึก...
คนโดนชนขยับเท้าตั้งหลักอย่างเชื่องช้า เขาเซออกมาครึ่งก้าวประสาคนรากฐานไม่ค่อยแข็งแรง เพียงแต่สายตายังมองต่ำไล่ตามเหรียญไม้ที่กลิ้งขลุก ๆ ไปชนกับเหรียญทองจนกระเด็นนอนหงายอยู่ข้างกัน
"..."
เขาจรดปลายด้ามสิ่วขูดลงบนผิวหินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงแผ่วสม่ำเสมอ จนรูปนกหน้าตาคล้ายซิธทอสค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเขาก็วางหินก้อนนั้นไว้ใต้ต้นไม้ดังเดิม ทิ้งมันไว้ตรงนั้น เผื่อว่าใครบางคนจะเป็นฝ่ายพบเจอและเก็บมันไปเอง
แล้วเขาก็จากไป
เขาจรดปลายด้ามสิ่วขูดลงบนผิวหินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงแผ่วสม่ำเสมอ จนรูปนกหน้าตาคล้ายซิธทอสค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเขาก็วางหินก้อนนั้นไว้ใต้ต้นไม้ดังเดิม ทิ้งมันไว้ตรงนั้น เผื่อว่าใครบางคนจะเป็นฝ่ายพบเจอและเก็บมันไปเอง
แล้วเขาก็จากไป
เขามองเจ้านกที่หลับตาพริ้มไปก่อนแล้ว มองมันอยู่พักใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นเกลี่ยขนฟูบนหัวเหม่งของมันอย่างแผ่วเบา จังหวะช้าและคุ้นเคยเหมือนเวลาที่เล่นกับนกหรือสัตว์ตัวอื่น
+
เขามองเจ้านกที่หลับตาพริ้มไปก่อนแล้ว มองมันอยู่พักใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นเกลี่ยขนฟูบนหัวเหม่งของมันอย่างแผ่วเบา จังหวะช้าและคุ้นเคยเหมือนเวลาที่เล่นกับนกหรือสัตว์ตัวอื่น
+
"เจ้านี่นะ…"
นางเอ่ยเสียงแผ่ว แฝงความเอ็นดูที่มิได้ตั้งใจปิดบัง
"ทำให้ข้าอดนึกถึงน้องของข้าไม่ได้เลยจริงๆ"
จากนั้นสายตาก็หันไปยังแผงขายเนื้อ แฟนทิเลียยกมือชี้ไปยังเนื้อแกะตากแห้งชิ้นใหญ่ซึ่งแขวนอยู่เคียงกับขนมปังที่ตั้งขายอยู่ใกล้กัน
(+)
"เจ้านี่นะ…"
นางเอ่ยเสียงแผ่ว แฝงความเอ็นดูที่มิได้ตั้งใจปิดบัง
"ทำให้ข้าอดนึกถึงน้องของข้าไม่ได้เลยจริงๆ"
จากนั้นสายตาก็หันไปยังแผงขายเนื้อ แฟนทิเลียยกมือชี้ไปยังเนื้อแกะตากแห้งชิ้นใหญ่ซึ่งแขวนอยู่เคียงกับขนมปังที่ตั้งขายอยู่ใกล้กัน
(+)
ภาพของโลกที่หมุนเหวี่ยงจู่ ๆ ก็กลับมาสงบนิ่งอย่างเดิม ผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะมึนงงกระพริบตาลงช้า ๆ ก่อนหันมองคนข้างตัวที่มีระดับสายตาต่างกัน
"..."
ดวงตาสีเทาหยุดลงเพียงปลายคางของอีกฝ่าย ดามิอานอสจำคนตรงหน้าได้ว่าเป็นใคร แต่ด้วยอีกฝ่ายเพิ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทั้งยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ คนไม่อยากติดบุญคุณเลยค้อมหัวลงเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ
ภาพของโลกที่หมุนเหวี่ยงจู่ ๆ ก็กลับมาสงบนิ่งอย่างเดิม ผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะมึนงงกระพริบตาลงช้า ๆ ก่อนหันมองคนข้างตัวที่มีระดับสายตาต่างกัน
"..."
ดวงตาสีเทาหยุดลงเพียงปลายคางของอีกฝ่าย ดามิอานอสจำคนตรงหน้าได้ว่าเป็นใคร แต่ด้วยอีกฝ่ายเพิ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทั้งยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ คนไม่อยากติดบุญคุณเลยค้อมหัวลงเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ
ดามิอานอสเพิ่งกลับจากขายของ ไม่ได้มีธุระอะไรต่อเป็นพิเศษ เมื่อโดนเรียกตัวก็ไม่คิดตอบโต้หรือต่อต้าน กระชับสายสะพายของกระเป๋าที่ทำจากกล่องไม้แล้วค่อย ๆ เดินไต่เนินลาดชันขึ้นไปหาอีกฝ่าย
อย่างเชื่องช้า...
ดามิอานอสเพิ่งกลับจากขายของ ไม่ได้มีธุระอะไรต่อเป็นพิเศษ เมื่อโดนเรียกตัวก็ไม่คิดตอบโต้หรือต่อต้าน กระชับสายสะพายของกระเป๋าที่ทำจากกล่องไม้แล้วค่อย ๆ เดินไต่เนินลาดชันขึ้นไปหาอีกฝ่าย
อย่างเชื่องช้า...
ดามิอานอสยังไม่โตพอจะเรียนรู้ถึงการร้องขอสิ่งเกินตัวจากผู้อื่น โดยเฉพาะกับสหายที่ตนมองว่าไม่เพียงสนิทแต่ยังเป็นมากกว่านั้น
"อย่างนั้นก็เจอกันที่นั่น"
เขามีเนื้อย่างเพียงไม้เดียว ใช้เวลาครู่เดียวก็จัดการจนหมด
ดามิอานอสยังไม่โตพอจะเรียนรู้ถึงการร้องขอสิ่งเกินตัวจากผู้อื่น โดยเฉพาะกับสหายที่ตนมองว่าไม่เพียงสนิทแต่ยังเป็นมากกว่านั้น
"อย่างนั้นก็เจอกันที่นั่น"
เขามีเนื้อย่างเพียงไม้เดียว ใช้เวลาครู่เดียวก็จัดการจนหมด
ดามิอานอสกล่าวเสียงเรียบ แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่โกซาอยู่นานกว่าทุกทีราวกับกำลังตรวจดูให้แน่ใจ ก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเดิม
“แล้วเจ้า เจ็บตรงไหนไหม”
ดามิอานอสกล่าวเสียงเรียบ แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่โกซาอยู่นานกว่าทุกทีราวกับกำลังตรวจดูให้แน่ใจ ก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเดิม
“แล้วเจ้า เจ็บตรงไหนไหม”
คนง่วงกระพริบตาช้า ๆ ระหว่างที่โกซาเอ่ยถามคำถามต่อเนื่อง เมื่อถูกถามถึงบาดแผล ดามิอานอสไม่ได้ก้มสำรวจตัวเอง หากแต่ขยับสายตาไปตามแขนขาของสหายที่พุ่งเข้ามารับก้อนหินยักษ์อย่างเขาไว้ก่อนหน้านี้
+
คนง่วงกระพริบตาช้า ๆ ระหว่างที่โกซาเอ่ยถามคำถามต่อเนื่อง เมื่อถูกถามถึงบาดแผล ดามิอานอสไม่ได้ก้มสำรวจตัวเอง หากแต่ขยับสายตาไปตามแขนขาของสหายที่พุ่งเข้ามารับก้อนหินยักษ์อย่างเขาไว้ก่อนหน้านี้
+
ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกล่องปริศนาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนในสถาบันแห่งแอรีส ร่างดำทะมึน(?)ของดามิอานอสยืนนิ่งกำเหรียญดรัคมาหนึ่งเหรียญไว้ในมือ มันทำจากไม้และไม่ส่องประกายแวววาวยามยกต้องแสงแดดเหมือนเหรียญอื่น ๆ
เขาไม่พอใจ เป็นอย่างมาก...
"..."
ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกล่องปริศนาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนในสถาบันแห่งแอรีส ร่างดำทะมึน(?)ของดามิอานอสยืนนิ่งกำเหรียญดรัคมาหนึ่งเหรียญไว้ในมือ มันทำจากไม้และไม่ส่องประกายแวววาวยามยกต้องแสงแดดเหมือนเหรียญอื่น ๆ
เขาไม่พอใจ เป็นอย่างมาก...
"..."
เขากล่าวเสียงเรียบ ไม่คิดอธิบายอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะเสริมสั้น ๆ ตามมารยาทที่ไม่เคยตกหล่น
“ขอบคุณเจ้ามาก”
เขากล่าวเสียงเรียบ ไม่คิดอธิบายอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะเสริมสั้น ๆ ตามมารยาทที่ไม่เคยตกหล่น
“ขอบคุณเจ้ามาก”
เขาไม่ได้รีบตอบแล้วปล่อยให้อาการมึนงงค่อย ๆ หายไปทีละส่วน ก่อนจะสรุปกับตัวเองว่ายังพอไหว เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ดามิอานอสจึงเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของเคอฟิออนเป็นที่ค้ำยันชั่วครู่ พอให้ลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงและถอยกลับมาทิ้งน้ำหนักไว้กับตัวเองตามเดิม
+
เขาไม่ได้รีบตอบแล้วปล่อยให้อาการมึนงงค่อย ๆ หายไปทีละส่วน ก่อนจะสรุปกับตัวเองว่ายังพอไหว เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ดามิอานอสจึงเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของเคอฟิออนเป็นที่ค้ำยันชั่วครู่ พอให้ลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงและถอยกลับมาทิ้งน้ำหนักไว้กับตัวเองตามเดิม
+
เสียงอึกทึกเอะอะคุ้นหู ดึงบีอาโดทีกลับจากห้วงการพักผ่อน จะเป็นใครได้นอกจากพี่ชายสุดที่รักของนางที่ปล่อยหมูบินออกมา
และแม้ไม่อยากยอมรับ นอกจากเรื่องกิน สายตาของเจ้าซิธทอสก็ไม่เป็นรองใคร
คิดว่าจะได้อยู่สงบสักวันสองวันแท้ ๆ
คิ้วกดลงเล็กน้อย ดวงตาสีสดลืมขึ้น ผินมองไปยังที่มาของเสียงเมื่อครู่
พบเข้ากับเหยี่ยวคุ้นเคย
‘..?’
และบุรุษคุ้นตา แม้ไม่รู้นาม
+
เสียงอึกทึกเอะอะคุ้นหู ดึงบีอาโดทีกลับจากห้วงการพักผ่อน จะเป็นใครได้นอกจากพี่ชายสุดที่รักของนางที่ปล่อยหมูบินออกมา
และแม้ไม่อยากยอมรับ นอกจากเรื่องกิน สายตาของเจ้าซิธทอสก็ไม่เป็นรองใคร
คิดว่าจะได้อยู่สงบสักวันสองวันแท้ ๆ
คิ้วกดลงเล็กน้อย ดวงตาสีสดลืมขึ้น ผินมองไปยังที่มาของเสียงเมื่อครู่
พบเข้ากับเหยี่ยวคุ้นเคย
‘..?’
และบุรุษคุ้นตา แม้ไม่รู้นาม
+
โดยเฉพาะในยามที่ความง่วงกำลังจะเป็นฝ่ายชนะ
ลมหายใจคลายออก คล้ายการอนุญาตให้ร่างกายได้พักผ่อน
หากแต่การหลับของเขาไม่เคยเป็นการละวางทั้งหมด แม้เปลือกตาจะปิดลง สติส่วนหนึ่งยังคงค้างอยู่เงียบ ๆ ไม่แสดงตัว ราวกับยังคอยฟังบทเพลงของสายลมอยู่
โดยเฉพาะในยามที่ความง่วงกำลังจะเป็นฝ่ายชนะ
ลมหายใจคลายออก คล้ายการอนุญาตให้ร่างกายได้พักผ่อน
หากแต่การหลับของเขาไม่เคยเป็นการละวางทั้งหมด แม้เปลือกตาจะปิดลง สติส่วนหนึ่งยังคงค้างอยู่เงียบ ๆ ไม่แสดงตัว ราวกับยังคอยฟังบทเพลงของสายลมอยู่
ดามิอานอสไม่เคยมีปัญหากับนก เสียงเหล่านั้นจึงไม่มากพอจะดึงสติเขากลับมาเต็มตื่น
เขาเลือกหลับตาลง
และก่อนที่ร่างกายกับสมองจะทันได้ปิดสวิตช์ เสียงผิวปากก็ดังแทรกลงมาจากที่สูง ควบคู่ไปกับเสียงกรี๊ดกร๊าดของนกบนหัว
เขาขมวดคิ้วลงเพียงเล็กน้อย รับรู้ได้ว่ามีมนุษย์อีกคนอยู่แถวนี้
+
ดามิอานอสไม่เคยมีปัญหากับนก เสียงเหล่านั้นจึงไม่มากพอจะดึงสติเขากลับมาเต็มตื่น
เขาเลือกหลับตาลง
และก่อนที่ร่างกายกับสมองจะทันได้ปิดสวิตช์ เสียงผิวปากก็ดังแทรกลงมาจากที่สูง ควบคู่ไปกับเสียงกรี๊ดกร๊าดของนกบนหัว
เขาขมวดคิ้วลงเพียงเล็กน้อย รับรู้ได้ว่ามีมนุษย์อีกคนอยู่แถวนี้
+
"เคอฟิออน?"
เขาไม่ได้เอ่ยขอความช่วยเหลือ ดามิอานอสเพียงขยับตัว พยายามพยุงร่างขึ้นมานั่งด้วยตนเองอย่างระมัดระวัง ราวกับเกรงว่าการล้มวูบเมื่อครู่นี้จะเป็นการรบกวนผู้อื่นมากเกินความจำเป็น
"เคอฟิออน?"
เขาไม่ได้เอ่ยขอความช่วยเหลือ ดามิอานอสเพียงขยับตัว พยายามพยุงร่างขึ้นมานั่งด้วยตนเองอย่างระมัดระวัง ราวกับเกรงว่าการล้มวูบเมื่อครู่นี้จะเป็นการรบกวนผู้อื่นมากเกินความจำเป็น
ดามิอานอสเข่าอ่อนร่วงลงพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว เกือบจะเจ็บแต่ไม่ทันได้รู้สึก ที่แน่ ๆ ดวงตาเขาปรับแสงไม่ทัน ภาพตรงหน้าจึงกลายเป็นเพียงเงาดำพร่าเลือน
เขาหลับตาลงชั่วครู่เพื่อจัดการทั้งสายตา สติ และร่างกายที่ดูเหมือนจะลาพักร้อนพร้อมกันโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
+
ดามิอานอสเข่าอ่อนร่วงลงพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว เกือบจะเจ็บแต่ไม่ทันได้รู้สึก ที่แน่ ๆ ดวงตาเขาปรับแสงไม่ทัน ภาพตรงหน้าจึงกลายเป็นเพียงเงาดำพร่าเลือน
เขาหลับตาลงชั่วครู่เพื่อจัดการทั้งสายตา สติ และร่างกายที่ดูเหมือนจะลาพักร้อนพร้อมกันโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
+
สติกลับมาส่วนน้อย แต่ความมึนงงส่วนมากยังคงอยู่
"ข้าล้ม..."
สติกลับมาส่วนน้อย แต่ความมึนงงส่วนมากยังคงอยู่
"ข้าล้ม..."