✦ ผู้เหลือรอดจากเงามืด | นักเรียนโรงเรียนคิไซ ชั้นปีที่ 3
✦ 17 ปี | 176 cm | 59 kg
✦ Doc: https://bit.ly/Haruto_KzK
ตอบช้าเกิน 1 วัน สามารถทักซ้ำได้
(จะตัดจบหรือต่อก็ได้นะคับ ส่วนเราขอบอมบาดิบู้ม!)
(จะตัดจบหรือต่อก็ได้นะคับ ส่วนเราขอบอมบาดิบู้ม!)
"หวังว่าหลังจากนี้จะยังได้เจอหน้ากันอยู่นะ"
สายลมบนดาดฟ้าพัดผ่าน ราวกับเสียงของเขาได้ฝากความหวังไปตามสายลม
เขาเองก็รู้ดีว่าจากนี้อาจไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิม อาจถูกพัดกันไปคนละทิศ...โดยไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ
+
"หวังว่าหลังจากนี้จะยังได้เจอหน้ากันอยู่นะ"
สายลมบนดาดฟ้าพัดผ่าน ราวกับเสียงของเขาได้ฝากความหวังไปตามสายลม
เขาเองก็รู้ดีว่าจากนี้อาจไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิม อาจถูกพัดกันไปคนละทิศ...โดยไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ
+
"ถ้าไม่ได้นาย ความพยายามทั้งหมดที่ฉันกัดฟันผ่านมาคงสูญเปล่า"
ฮารุโตะยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ยอมรับในความเปราะบางของตัวเองอย่างไม่ปิดบัง
"ถือว่าฉันติดหนี้นายแล้ว อย่าลืมทวงล่ะ"
"ถ้าไม่ได้นาย ความพยายามทั้งหมดที่ฉันกัดฟันผ่านมาคงสูญเปล่า"
ฮารุโตะยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ยอมรับในความเปราะบางของตัวเองอย่างไม่ปิดบัง
"ถือว่าฉันติดหนี้นายแล้ว อย่าลืมทวงล่ะ"
ลมบนดาดฟ้าเย็นแปลบขึ้นมาในอก เช่นเดียวกับคำพูดของอีกฝ่ายที่ทิ่มแทงจุดที่เขาไม่อยากยอมรับนัก
"โชคดีงั้นหรอ" ฮารุโตะหัวเราะเบา ๆ
"ฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ ระหว่างถูกกลืนหายไปในความฝันกับต้องลืมตาเผชิญความจริง แบบไหนจะดีกว่ากัน"
เขาโอบแขนกอดเข่าตัวเองหลวม ๆ แล้วปรายตามองเด็กหนุ่มอีกครั้ง
+
ลมบนดาดฟ้าเย็นแปลบขึ้นมาในอก เช่นเดียวกับคำพูดของอีกฝ่ายที่ทิ่มแทงจุดที่เขาไม่อยากยอมรับนัก
"โชคดีงั้นหรอ" ฮารุโตะหัวเราะเบา ๆ
"ฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ ระหว่างถูกกลืนหายไปในความฝันกับต้องลืมตาเผชิญความจริง แบบไหนจะดีกว่ากัน"
เขาโอบแขนกอดเข่าตัวเองหลวม ๆ แล้วปรายตามองเด็กหนุ่มอีกครั้ง
+
ไม่ได้ซักไซ้ให้มากความนัก แต่คำพูดของเขาแผ่วลงเว้นว่างไว้เผื่ออีกฝ่ายยอมเล่า
ไม่ได้ซักไซ้ให้มากความนัก แต่คำพูดของเขาแผ่วลงเว้นว่างไว้เผื่ออีกฝ่ายยอมเล่า
ฮารุโตะพึมพำกับตัวเองพร้อมหัวเราะให้กับโชคชะตาอันน่าขมขื่น ที่แม้แต่การหลับตาเพื่อหนีไปจากโลกอันโหดร้ายยังถูกคุกคามได้
เขาดันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิ มือหนึ่งเลื่อนขึ้นลูบใบ้หน้าไล่ความพร่าเลือนให้หายไปทีละน้อย ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มตรงหน้า คนที่แม้จะอิดโรยพร้อมหลับคาพื้นได้ทุกเมื่อ แต่ก็เป็นคนที่ดึงเขากลับมาจากแม่น้ำนั้นได้
+
ฮารุโตะพึมพำกับตัวเองพร้อมหัวเราะให้กับโชคชะตาอันน่าขมขื่น ที่แม้แต่การหลับตาเพื่อหนีไปจากโลกอันโหดร้ายยังถูกคุกคามได้
เขาดันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิ มือหนึ่งเลื่อนขึ้นลูบใบ้หน้าไล่ความพร่าเลือนให้หายไปทีละน้อย ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มตรงหน้า คนที่แม้จะอิดโรยพร้อมหลับคาพื้นได้ทุกเมื่อ แต่ก็เป็นคนที่ดึงเขากลับมาจากแม่น้ำนั้นได้
+
“…”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับยังตั้งคำถามกับตัวเองว่าภาพเมื่อครู่เป็นอะไรกันแน่ก่อนยกมือขึ้นขยี้หัวอย่างแรง
ฮารุโตะยังคงไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อครู่
เขาหันไปมองคนที่อยู่ตรงหน้า ดวงตายังพร่าเล็กน้อยก่อนเอ่ยเบา ๆ
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น...หรอ?"
“…”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับยังตั้งคำถามกับตัวเองว่าภาพเมื่อครู่เป็นอะไรกันแน่ก่อนยกมือขึ้นขยี้หัวอย่างแรง
ฮารุโตะยังคงไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อครู่
เขาหันไปมองคนที่อยู่ตรงหน้า ดวงตายังพร่าเล็กน้อยก่อนเอ่ยเบา ๆ
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น...หรอ?"
คงเป็นโชคดีของเจ้าขอนไม้นั้นที่มีบางสิ่งรั้งมันไวไม่ให้จมดิ่งลงไป
ภาพมายาตรงหน้าค่อย ๆ เลือนหาย อ้อมกอดอันอบอุ่นถูกดึงออกจากตัวเขาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นแยกเขาออกมาจากความฝันนั้นอย่างไร้ปรานี
ฮารุโตะสะดุ้งตื่นขึ้น ลมหายใจหอบถี่ เหงื่อซึมตามไรผม โลกแห่งความเป็นจริงกลับเข้ามาแทนที่
+
คงเป็นโชคดีของเจ้าขอนไม้นั้นที่มีบางสิ่งรั้งมันไวไม่ให้จมดิ่งลงไป
ภาพมายาตรงหน้าค่อย ๆ เลือนหาย อ้อมกอดอันอบอุ่นถูกดึงออกจากตัวเขาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นแยกเขาออกมาจากความฝันนั้นอย่างไร้ปรานี
ฮารุโตะสะดุ้งตื่นขึ้น ลมหายใจหอบถี่ เหงื่อซึมตามไรผม โลกแห่งความเป็นจริงกลับเข้ามาแทนที่
+