small high big ego
banner
hachiblv.bsky.social
small high big ego
@hachiblv.bsky.social
#สารบัญนักเก็ต | Lilyholic
เหมือนจะจำผิด ๆ ถูก ๆ แล้ว สมองผมถ้าดีกว่านี้หน่อยก็คงดี แล้วอะไรคือร้านเซเว่นฟ่ะ
September 6, 2025 at 3:49 PM
เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป มัวแต่อึ้ง อย่างน้อยถ้าสมองผมไม่กระทบกระเทือนก็คงจำความทรงจำหรือภาพในหัวในวันนี้ไปได้อีกนาน
September 6, 2025 at 3:46 PM
พอลงถึงปลายทาง ผมยังรู้สึกเจ็บนิด ๆ จากท่อรถ แต่ก็ยิ้มออกมาได้ ไม่รู้ว่านั่นเรียกว่าสนุก หรือตื่นเต้น หรือภูมิใจในตัวเองกันแน่ จริง ๆ ผมพึ่งสังเกตเห็นป้ายสามย่านเหมือนจะมีทางไป แต่ผมไม่รู้เลยเลือกนั่งรถเมล์ที่รู้ว่าจะไปจอดไหนดีกว่า รู้ตัวอีกทีผมก็ทำธุระเสร็จ กลับมาบ้าน
ก็ดูเหมือนจะมีความสุขดีนะ
September 6, 2025 at 3:45 PM
ผมเดินขึ้นไปชั้นบนเจอคนเช็ดกระจก เจอคนนั่งคุยกับเพื่อน คนชงกาแฟ จากนั้นก็เดินวนลงมาข้างล่าง นั่งมองตู้ photobooth สุดท้ายผมก็นั่งแกร้บไปสถานีกรุงเทพ ความรู้สึกตื่นเต้นยังไม่หาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ ใจเต้นแรง แต่ก็มองถนนไปเรื่อย ๆ เหมือนเด็กที่เพิ่งได้เจอโลกกว้าง
September 6, 2025 at 3:43 PM
( พอมาเขียนก็พึ่งสังเกตว่าเดินย้อนบ่อยแหะ ) ผมยังเดินต่อไป ไม่ได้หิว ไม่ได้เหนื่อย แต่ไม่อยากหยุด เพราะรู้ว่าถ้าหยุด ความคิดทั้งหลายจะวิ่งเข้ามา ผมเลยเลือกจะเดินต่อไป ปล่อยให้ผู้คนที่ผ่านเข้ามาทีละภาพ ช่วยคิดแทนผมสักพัก ผมเดินข้ามถนนเพื่อไปอาคารชัยพัฒนสิน ระหว่างทางผมเจอฝรั่งที่สูบบุหรี่ตรงป้ายห้ามสูบ แต่พอผมใกล้เข้าใกล้เขาก็ดับบุหรี่ลง ผมเข้าไปนั่งเฉย ๆ มองยาม มองคุณป้าที่ยิ้มให้
September 6, 2025 at 3:41 PM
จนผมเดินทะลุตลาด ผ่านบ้านคนที่เข้าออกตามปกติ คุณป้าร้านหนึ่งบ่นว่าขายไม่ได้เลยแว่วมาในหู ผู้สูงวัยคนหนึ่งจับมือหลานข้ามถนน ข้าง ๆ มีแม่ของเด็กที่คอยดุให้มองทาง ภาพนั้นทำให้ผมก้าวช้าลง มือที่จับกันแน่น ๆ ติดตาผมอยู่นาน มันเหมือนภาพเมื่อผมยังเล็ก ที่เคยเกาะแขนแม่แน่น ๆ แล้วก็คิดขึ้นมาว่า ตอนนี้ไม่มีใครให้เกาะแล้ว พอผมรู้สึกว่ามันเริ่มไกลเกินไป ผมก็เดินย้อนกลับไปที่เดิมอีกครั้ง
September 6, 2025 at 3:38 PM
ผมเจอผู้หญิงคนนึงห้อยพวงกุญแจอาสึกะจากอีวานเกเลียน ผมเลยลองเดินตาม ดูน่ากลัวจัง ผมแค่ไม่มีจุดหมาย เหมือนว่าอีกคนจะมากับครอบครัวใหญ่เลยล่ะ จนมาเจอศาล (?) วัด (?) ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมเห็นว่าข้างหน้าดูยางไกลไปหน่อย กลัวจะหลง เลยเดินย้อนกลับไปที่เดิมอีกครั้ง ผมลองเดินผ่านบ้านชาวบ้านไปเรื่อย ๆ เจอร้านค้าที่เคยเห็นในสำเพ็ง มีตุ๊กแกปลอมขาย ของเล่นที่เคยเห็นตั้งแต่จำความไม่ได้
September 6, 2025 at 3:37 PM
จากนั้นผมเดินต่อไปตามเจริญกรุง ไม่เปิดแผนที่ ไม่ได้คิดว่าจะไปถึงตรงไหน ขาเดินไปเอง ตาก็มองไปรอบ ๆ เด็กนักเรียนยังอยู่ในชุดเครื่องแบบ หัวเราะกับเพื่อนทำให้ผมสงสัยว่าพวกเขามีเรียนวันเสาร์ด้วยหรือเปล่า ผมเห็นคนงานนั่งกินข้าวหน้าร้าน เจอร้านขายโรตี ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขาราเมงถูก ไอติมทอดที่ไม่เปิด ร้านขายยาดมที่กลิ่นทำให้นึกถึงพ่อ คนขายลอตเตอรี่ที่นั่งตรงหน้าร้านเซเว่น
September 6, 2025 at 3:34 PM
ผมเดินตามคู่รักคู่นึงไปเจอ art gallery ผมเข้าไปดูทุกมุมเลยล่ะ เจอ snoopy ด้วย ผมไม่ได้อินงานศิลป์ หรือชอบวาดรูป รู้เทคนิคอะไรหรอกนะ ผมแค่ชอบดูคนวาดรูป ชอบอ่าน inspiration คนอื่น ทำให้ผมพอมีความสุขขึ้นมาได้บ้าง เผถึงจะเป็นเรื่องของคนอื่นก็เถอะ พอผมดูครบก็เดินสวนลับไปทางเดิม เพื่อเลี้ยวไปอีกที่
September 6, 2025 at 3:33 PM
พอถึงผมก็สั่งชาไทยหวานน้อยมา ระหว่างเลือกหนังสือผมนึกถึงคนที่ชอบเลยหาหนังสือปกเขียว ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตาผมมองสีถูกไหม สุดท้ายก็เจอความสุขของกะทิที่อยู่ในลิสต์มานาน เลยซื้อพร้อมแซนด์วิชแฮมชีส มันกรอบ ๆ อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา ผมนั่งอ่านจนจบ มองผู้คนที่แวะเวียนเข้ามา ลูกค้าคนหนึ่งซื้อหนังสือหลายเล่ม ฝรั่งอีกคนแวะมานั่งทำงาน แล้วก็ออกไป ผมอยู่ตรงนั้นคนเดียว จนหนังสือปิดลง
September 6, 2025 at 3:29 PM
พอมาถึงหัวลำโพง ผมยังไม่รู้จะไปไหนต่อ แต่จำได้ลาง ๆ ว่าร้าน House of Commons อยู่แถวนี้ ผมยืนรอที่สถานีรถไฟกรุงเทพโดยไม่แน่ใจว่ารถเมล์สาย 1 จะผ่านจุดที่ผมยืนรอไหม ซึ่งก็โชคดีที่มันผ่าน ผมจำได้ว่าเขาเคยบอกให้ลงตรงโรงเรียนสตรี พอผมลงผมก็จำได้ว่าร้านอยู่แถวสะพานตรงข้าม แต่ว่าผมไม่กล้าข้ามถนนเท่าไหร่ ก็เลยค่อย ๆ เดินย้อนหาทางม้าลาย แล้วค่อนเดินไปร้านจริง ๆ
September 6, 2025 at 3:22 PM
ชีวิตผมวนเวียนอยู่แค่พระราม 2 บางแค สามย่าน เอกมัย ไม่ได้ออกไปไหนไกลนักแต่วันนี้มันต่างออกไป รถเมล์โล่ง ๆ ผู้โดยสารไม่กี่คน ผมนั่งมองผู้คนที่เดินไปมาข้างถนน ทุกคนดูเหมือนมีภารกิจของตัวเองที่ต้องรีบจัดการ พอมาผ่านสำเพ็งทำให้ผมนึกถึงแม่ สมัยเด็กเคยถูกพามาเพราะเรื่องงานมั้ง ตอนนั้นไม่เข้าใจอะไรหรอกแต่พอรถเคลื่อนผ่านภาพเก่า ๆ ก็แล่นขึ้นมา ผมเลยถามตัวเองว่าผมคิดถึงแม่หรือเปล่านะ
September 6, 2025 at 3:19 PM
คุณงามพรรณเก่งจริง ๆ ที่เลือกเขียนให้ความเศร้าค่อย ๆ ซึมเข้ามาพร้อมกับความห่วงใยคล้ายลมเย็นยามเย็นที่ทำให้ผมหนาวแต่ก็สบายใจ คุณงามพรรณทำให้ผมเก็ทว่าความสุขที่อยู่ในบทสนทนาเล็ก ๆ ระหว่างพี่ทองกับกะทิ รอยยิ้มของตา ความห่วงใยของยาย และความทรงจำที่แม่ฝากไว้ให้กะทิ สิ่งเหล่านี้สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างจริงใจ
September 6, 2025 at 1:47 PM
คุณงามพรรณถ่ายทอดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การใช้ชีวิตกับตายาย ความเงียบสงบในบ้านหรือการมองโลกผ่านสายตาของเด็กทำให้ผมเหมือนย้อนกลับไปสัมผัสวัยเยาว์ของตัวเอง แม้จะไม่ได้มีประสบการณ์ใกล้เคียง แต่ครั้งนึงผมก็ innocent แบบนี้เช่นกัน จึงทำให้เข้าถึงอารมณ์ได้บ้าง ผมไม่ได้ร้องไห้เลยแต่ก็เศร้าขณะอ่าน
September 6, 2025 at 1:45 PM
จุดเด่นของเรื่องนี้คือสิ่งที่ไม่ได้ถูกพูดออกมาตรง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของแม่กะทิ คุณงามพรรณใช้การเว้นว่างการไม่บอกตรง ๆ เป็นเครื่องมือให้ผมค่อย ๆ เติมเต็มอารมณ์เอาเอง คล้ายกับความจริงของชีวิตที่หลายครั้งก็ไม่มีคำอธิบาย ใช้ถ้อยคำที่สั้น กระชับ เข้าใจง่ายเหมือนภาษาในชีวิตประจำวัน แต่ละบรรทัดสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความเศร้า และความงดงามของชีวิตไปพร้อมกัน
September 6, 2025 at 1:44 PM
บทเรียนแห่งการเติบโตที่ทำให้เรานึกถึงความรัก ความผูกพัน และสิ่งที่ยังคงอยู่ แม้บางอย่างจะเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้จะมีคำถามมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วบางทีชีวิตมันก็อาจจะไม่ต้องมีคำอธิบายก็ได้
September 6, 2025 at 1:36 PM
แม้ที่นี่จะเงียบสงบแต่ไม่เคยมีใครเอ่ยถึงแม่ของกะทิเลยจนวันนึงกะทิก็ได้เผชิญคำถามสำคัญจากคุณยาย คำถามที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะที่ผ่านมาทุกคนคิดแทนและการตัดสินใจครั้งนี้จะพาเธอไปพบกับความจริงที่ทั้งอบอุ่นและเปราะบาง เรื่องราวดำเนินไปอย่างนุ่มนวลเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านสวนหลังบ้าน บางช่วงเย็นใส บางช่วงขุ่นมัว แต่ก็ยังพาเราเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่อาจหวนกลับ
September 6, 2025 at 1:36 PM
( ยังไม่อ่านเรื่องสั้น three deaths ต่อ )
September 5, 2025 at 9:38 AM
ทุกสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จทางโลกและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายนอกไม่อาจให้ความหมายแท้จริงของชีวิตแก่คนเรา สนุกจริง ๆ ครับ

btw เขียนงง ๆ หน่อยขอโทษสังคม ผมพึ่งได้กลับมารีวิวหนังสือ เพราะข้อจำกัดทางการเงินและเวลาทำให้ปีนี้ได้อ่านวนแค่เรื่องเดิม ๆ ตื่นเต้นมากครับที่ได้อ่านเล่มนี้จนจบ ✌️^_^ ( ผมพยายามเขียนให้เลี่ยงการสปอยมากที่สุดแล้วครับ . . )
September 5, 2025 at 9:34 AM
และเหนือสิ่งอื่นใด การตีแผ่สังคมของเขาก็ไม่ลังเลที่จะเผยให้เห็นว่าพิธีรีตองในสังคมชั้นสูงทำให้ชีวิตมนุษย์เสียศักดิ์ศรีและความสุขไป ตั้งแต่ระบบศาลที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่เน้นตำแหน่งและการยกยอเชิงอำนาจมากกว่าคุณค่าแท้จริงของมนุษย์ ไปจนถึงแพทย์และชนชั้นสูงที่แม้มีความรู้และอำนาจแต่กลับยังอยู่ภายใต้มายาและข้อจำกัดของสังคม
September 5, 2025 at 9:31 AM
ขออวยยศนักเขียนอย่างตอสตอยต่ออีกนิด ตอสตอยนี่เจ้าเล่ห์ในความเรียบง่ายจริง ๆ ครับ จับแก่นแท้ของชีวิตมนุษย์ ความปรัชญาปรากฏชัดในวิธีที่ไม่ได้แค่เล่าเรื่องป่วยตายของอีวานแต่ใช้มันเป็นกระจกสะท้อนชีวิตและความตายของมนุษย์ทุกคน ในขณะเดียวกันความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ของอีวานทำให้ทุกความเจ็บปวด ทุกความเหงา ทุกความโกรธและความสิ้นหวัง ถูกถ่ายทอดจนผมรู้สึกได้ว่าอยู่ในร่างของอีวาน
September 5, 2025 at 9:29 AM
( พึ่งไปหามา หนังสือแปลไทยใช้ชื่อกาซิมครับ ขอโทษสังคมที่ไม่ไปหาก่อนมาเขียน 😔 )
September 5, 2025 at 9:26 AM
แน่นอนว่าเกราซิมไม่ถอย เขานั่งเงียบ ๆ รอ ทำให้อีวานมีโอกาสปลดปล่อยความอัดอั้น และท้ายที่สุดอีวานก็ร้องไห้เหมือนเด็ก ทั้ง ๆ ที่อีวานไม่เคยทำ เป็นการระบายความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิต ซึ่งดีมากเลยล่ะ
September 5, 2025 at 9:25 AM