“ดีแล้วที่เธอสบายดี”
ซาฟาราซกล่าวพลางส่งยิ้มให้เล็กน้อย เพื่อแสดงออกว่าเขาไม่ได้ถือโทษโกรธเคือง การประชดตัดพ้อจากอิงกริดแต่อย่างใด
“แล้ว…ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ”
“ดีแล้วที่เธอสบายดี”
ซาฟาราซกล่าวพลางส่งยิ้มให้เล็กน้อย เพื่อแสดงออกว่าเขาไม่ได้ถือโทษโกรธเคือง การประชดตัดพ้อจากอิงกริดแต่อย่างใด
“แล้ว…ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ”
ซาฟาราซยังคงลองพยายามดำเนินบทสนทนาต่อไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธใด ๆ
อิงกริดอาจประชดประชัน แต่หากไม่ต้องการเสวนากันแล้ว เธอคงไม่ทนยืนแสดงสีหน้าแบบนั้นให้เห็น โดยเฉพาะกับเขา…
ซาฟาราซยังคงลองพยายามดำเนินบทสนทนาต่อไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธใด ๆ
อิงกริดอาจประชดประชัน แต่หากไม่ต้องการเสวนากันแล้ว เธอคงไม่ทนยืนแสดงสีหน้าแบบนั้นให้เห็น โดยเฉพาะกับเขา…
ร่างอรชรงามสง่าเบื้องหน้า บัดนี้ช่างดูบอบบาง เศร้าหมอง และเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน หากโอบกอดปลอบโยนเธอได้ก็คงดี ทว่าเขาหมดสิทธิ์ทำเช่นนั้นไปแล้ว ตั้งแต่ที่เลือกหันหลังจากเธอมา…
“ฉันก็…ไม่ได้รู้ดีเรื่องเสื้อผ้ามากไปกว่าเดิมน่ะ เห็นแบบนี้ก็ว่าเธอสวยออก”
+
ร่างอรชรงามสง่าเบื้องหน้า บัดนี้ช่างดูบอบบาง เศร้าหมอง และเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน หากโอบกอดปลอบโยนเธอได้ก็คงดี ทว่าเขาหมดสิทธิ์ทำเช่นนั้นไปแล้ว ตั้งแต่ที่เลือกหันหลังจากเธอมา…
“ฉันก็…ไม่ได้รู้ดีเรื่องเสื้อผ้ามากไปกว่าเดิมน่ะ เห็นแบบนี้ก็ว่าเธอสวยออก”
+
“ทำไมถึงว่าเรียบล่ะ?”
พยายามทำให้การสนทนายังคงเป็นไปอย่างราบรื่น ชายหนุ่มจึงถามในเรื่องที่ตนไม่เข้าใจ ถึงอย่างนั้นก็อยากรับรู้ไว้ คงเป็นความเคยชิน, ที่ทำให้เขาอยากเก็บเกี่ยวเรื่องราวเกี่ยวกับอิงกริดเอาไว้
“ทำไมถึงว่าเรียบล่ะ?”
พยายามทำให้การสนทนายังคงเป็นไปอย่างราบรื่น ชายหนุ่มจึงถามในเรื่องที่ตนไม่เข้าใจ ถึงอย่างนั้นก็อยากรับรู้ไว้ คงเป็นความเคยชิน, ที่ทำให้เขาอยากเก็บเกี่ยวเรื่องราวเกี่ยวกับอิงกริดเอาไว้
“...จำได้สิ่”
จำได้เสมอมานั่นแหละ เพราะเลือกวิธีแบบนั้น มันถึงยิ่งทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับเธอสลักลึกไม่เคยลางเลือนไปไหน
+
“...จำได้สิ่”
จำได้เสมอมานั่นแหละ เพราะเลือกวิธีแบบนั้น มันถึงยิ่งทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับเธอสลักลึกไม่เคยลางเลือนไปไหน
+
ซาฟาราซเอ่ยชม โดยพยายามทำให้มันดูเป็นไปตามมารยาทมากกว่าจะมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง อารมณ์ที่ว่า, อิงกริดยังคงสะกดใจของเขามากกว่าผู้ใดเมื่อได้พบเห็น
“รองเท้านั่น คงทำให้เธออยากสลัดมันทิ้ง?”
องค์ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเชิงถามหยอกแซว ตามประสาคนรู้จักกันมา
ซาฟาราซเอ่ยชม โดยพยายามทำให้มันดูเป็นไปตามมารยาทมากกว่าจะมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง อารมณ์ที่ว่า, อิงกริดยังคงสะกดใจของเขามากกว่าผู้ใดเมื่อได้พบเห็น
“รองเท้านั่น คงทำให้เธออยากสลัดมันทิ้ง?”
องค์ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเชิงถามหยอกแซว ตามประสาคนรู้จักกันมา
กล่าวตอบทั้งรอยยิ้ม พลางพิจารณาอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่าย
หากเป็นเมื่อปีสองปีก่อน อิงกริดคงไม่พูดคุยทั้งยังส่งยิ้มทักทายให้เช่นนี้ …เป็นเรื่องน่ายินดี ที่เธอเริ่มก้าวผ่านเรื่องระหว่างกันได้เสียที ไม่อยากให้เธอต้องติดอยู่กับความเสียใจนานนัก แม้ว่าต้นเหตุจะเป็นตัวเขาเองก็ตาม
+
กล่าวตอบทั้งรอยยิ้ม พลางพิจารณาอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่าย
หากเป็นเมื่อปีสองปีก่อน อิงกริดคงไม่พูดคุยทั้งยังส่งยิ้มทักทายให้เช่นนี้ …เป็นเรื่องน่ายินดี ที่เธอเริ่มก้าวผ่านเรื่องระหว่างกันได้เสียที ไม่อยากให้เธอต้องติดอยู่กับความเสียใจนานนัก แม้ว่าต้นเหตุจะเป็นตัวเขาเองก็ตาม
+
“ขอหลบมาพักตรงนี้ด้วย คงจะไม่ว่ากันนะ”
ซาฟาราซกล่าวพลางคลี่ยิ้มบางให้อีกฝ่าย
“ขอหลบมาพักตรงนี้ด้วย คงจะไม่ว่ากันนะ”
ซาฟาราซกล่าวพลางคลี่ยิ้มบางให้อีกฝ่าย
ซาฟาราซมองหามุมสงบเพื่อพักเหนื่อย กระทั่งเล็งเห็นระเบียงกว้าง ซึ่ง ณ จุดนั้น มีเพียงบุคคลเดียวที่ยืนอยู่ เธอเป็นคนที่เขาเคยรู้จักดี
+
ซาฟาราซมองหามุมสงบเพื่อพักเหนื่อย กระทั่งเล็งเห็นระเบียงกว้าง ซึ่ง ณ จุดนั้น มีเพียงบุคคลเดียวที่ยืนอยู่ เธอเป็นคนที่เขาเคยรู้จักดี
+