Princess of Vellamo ✺ Y.3 | 55kg/162cm | Lily of the valley ✺ http://bit.ly/4hbuDhm
จะดีเหรอ?
เธอคิดแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป
เพียงแต่ก้าวขาเข้าไปหา ลังเลสักหน่อยแต่ก็เลือกที่จะวางลงบนไหล่อีกฝ่าย ยังคงเลี่ยงการสบตา
จะดีเหรอ?
เธอคิดแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป
เพียงแต่ก้าวขาเข้าไปหา ลังเลสักหน่อยแต่ก็เลือกที่จะวางลงบนไหล่อีกฝ่าย ยังคงเลี่ยงการสบตา
รอยยิ้มจึงเบาบางลง ยังไม่หายไปเสียทีเดียว
“ค่ะ เพิ่งเปิดเทอม...”
“...?”
เพราะไม่คาดคิดเลยดูจะชะงักไปหน่อย
แต่ก่อนที่จะได้ใช้เวลาไตร่ตรอง เธอยื่นมือออกไปหา ใจนึกถามคำว่า ทำไม? ซ้ำไปซ้ำมา
แล้วสุดท้ายก็เป็นฝ่ายแปลกใจเสียเองที่พบว่ามือของตนอยู่ในมืออีกฝ่าย
+
รอยยิ้มจึงเบาบางลง ยังไม่หายไปเสียทีเดียว
“ค่ะ เพิ่งเปิดเทอม...”
“...?”
เพราะไม่คาดคิดเลยดูจะชะงักไปหน่อย
แต่ก่อนที่จะได้ใช้เวลาไตร่ตรอง เธอยื่นมือออกไปหา ใจนึกถามคำว่า ทำไม? ซ้ำไปซ้ำมา
แล้วสุดท้ายก็เป็นฝ่ายแปลกใจเสียเองที่พบว่ามือของตนอยู่ในมืออีกฝ่าย
+
“แล้วในที่สุดเราก็ได้พบกันที่นี่ องค์หญิง”
เธอยกแก้วตอบ ส่งยิ้มตาปิดให้ครา
“เซย์เฮริตื่นเต้นไหมคะ? กับเปิดเทอม”
เบียร์ทริซเดินเข้าไปหา ท่าทีเป็นมิตรอย่างที่เป็นมาเสมอ ความยินดีประปนอยู่ในน้ำเสียงอย่างชัดเจน
“แล้วในที่สุดเราก็ได้พบกันที่นี่ องค์หญิง”
เธอยกแก้วตอบ ส่งยิ้มตาปิดให้ครา
“เซย์เฮริตื่นเต้นไหมคะ? กับเปิดเทอม”
เบียร์ทริซเดินเข้าไปหา ท่าทีเป็นมิตรอย่างที่เป็นมาเสมอ ความยินดีประปนอยู่ในน้ำเสียงอย่างชัดเจน
“เรา...ค่ะ ก็จริง..“
ทำได้เพียงแต่ส่งยิ้มเบาบาง หางคิวตกลงเล็กน้อย นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะพูดคุยนักแต่ก็ทราบว่าหลีกเลี่ยงตลอดไปไม่ได้
”คงราวปีกว่า ๆ.. ถ้าเราจำไม่ผิด“
แน่นอนว่าเธอจำไม่ผิดหรอก
เว้นช่วงเงียบไปเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าจะควรพูดคุยต่ออย่างไร
+
“เรา...ค่ะ ก็จริง..“
ทำได้เพียงแต่ส่งยิ้มเบาบาง หางคิวตกลงเล็กน้อย นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะพูดคุยนักแต่ก็ทราบว่าหลีกเลี่ยงตลอดไปไม่ได้
”คงราวปีกว่า ๆ.. ถ้าเราจำไม่ผิด“
แน่นอนว่าเธอจำไม่ผิดหรอก
เว้นช่วงเงียบไปเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าจะควรพูดคุยต่ออย่างไร
+
เธอเองก็ไม่ต่างนัก ถึงคงรอยยิ้มไว้ก็เลือกที่จะไม่สบตาตรง ๆ นิ้วชี้จิ้มตัวโปโกะเบา ๆ ไปครา ส่วนใจนึกไปว่าควรจะต่อบทสนทนานี้อย่างไรดี
“แออัดจริงอย่างที่ท่านว่า”
เป็นเหตุผลให้เธอปลีกตัวออกมาที่ระเบียง
“...ถ้าเช่นนั้นเราคงไม่รบกวนการพักผ่อนขององค์ชายไปมากกว่านี้“
เธอเองก็ไม่ต่างนัก ถึงคงรอยยิ้มไว้ก็เลือกที่จะไม่สบตาตรง ๆ นิ้วชี้จิ้มตัวโปโกะเบา ๆ ไปครา ส่วนใจนึกไปว่าควรจะต่อบทสนทนานี้อย่างไรดี
“แออัดจริงอย่างที่ท่านว่า”
เป็นเหตุผลให้เธอปลีกตัวออกมาที่ระเบียง
“...ถ้าเช่นนั้นเราคงไม่รบกวนการพักผ่อนขององค์ชายไปมากกว่านี้“
แม้จะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวแต่นามของอาณาจักรทะเลทรายเป็นสิ่งที่เธอรู้จัก และการทักทายสักหน่อยไม่ใช่เรื่องเสียหาย
หากคุณมองมาทางผู้ที่เอ่ยคำทักทายคงพบเธอกำลังยิ้มให้ ในมือมีเครื่องดื่มสีสวย
“หวังว่าเราคงจะไม่รบกวนท่านนะ”
แม้จะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวแต่นามของอาณาจักรทะเลทรายเป็นสิ่งที่เธอรู้จัก และการทักทายสักหน่อยไม่ใช่เรื่องเสียหาย
หากคุณมองมาทางผู้ที่เอ่ยคำทักทายคงพบเธอกำลังยิ้มให้ ในมือมีเครื่องดื่มสีสวย
“หวังว่าเราคงจะไม่รบกวนท่านนะ”
เมื่อเห็นพัฟบอลหน้าตาคุ้นเคยเสียงก้าวเดินจึงหยุดลง
โอ้
คงจะดีหากแสงดาวสลัวช่วยซ่อนชั่วขณะที่เธอแสดงสีหน้าไม่ถูกไว้
ไม่นานนักเธอคลี่ยิ้มเบาบาง ค้อมตัวลงเล็กน้อยทักทายพัฟบอลที่บินเข้ามาหา
“สายันต์สวัสดิ์ค่ะโปโกะ“
แล้วจึงมองไปทางอีกฝ่าย
”และองค์ชาย ไม่คาดคิดว่าจะพบท่านที่นี่“
เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง
”มารับลมหรือคะ?“
เมื่อเห็นพัฟบอลหน้าตาคุ้นเคยเสียงก้าวเดินจึงหยุดลง
โอ้
คงจะดีหากแสงดาวสลัวช่วยซ่อนชั่วขณะที่เธอแสดงสีหน้าไม่ถูกไว้
ไม่นานนักเธอคลี่ยิ้มเบาบาง ค้อมตัวลงเล็กน้อยทักทายพัฟบอลที่บินเข้ามาหา
“สายันต์สวัสดิ์ค่ะโปโกะ“
แล้วจึงมองไปทางอีกฝ่าย
”และองค์ชาย ไม่คาดคิดว่าจะพบท่านที่นี่“
เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง
”มารับลมหรือคะ?“
จนพัฟบอลน้อยตอบรับกลับมาเพียงเสียงอื้ออึง เบียทริซยิ้ม แหงนมองแสงดาวเพียงไม่นานแล้วกลับมาฮัมเพลงต่อ
จนพัฟบอลน้อยตอบรับกลับมาเพียงเสียงอื้ออึง เบียทริซยิ้ม แหงนมองแสงดาวเพียงไม่นานแล้วกลับมาฮัมเพลงต่อ