ᴀᴄᴄᴏᴜɴᴛ ꜰᴏʀ #ᴇꜱʀᴀ_ᴄᴏᴍᴍᴜ | ᴍᴏʀᴇ ɪɴꜰᴏ ᴏɴ ᴘɪɴ
[คาร์มีความห้วนค่อนข้างมาก หากมีตรงไหนทำให้ไม่สบายใจสามารถทักมาได้เลยนะคะ!🙇♀️]
ลากเสียงในลำคอ ไม่เคยคิดเสียด้วยสิ
"..คงจะดอกปักษาสวรรค์ละมั้งคะ"
เพราะเป็นดอกไม้ของคนสำคัญ
แววตาที่เคยนิ่งงันกลับอ่อนลง มือถูกยกขึ้นมาแตะดอกไม้ที่ว่า ณ บริเวณข้างหูขวาของตัวเองอย่างลืมตัว
"..แล้วรุ่นพี่ล่ะคะ? มีดอกไม้โปรดรึเปล่า?"
ลากเสียงในลำคอ ไม่เคยคิดเสียด้วยสิ
"..คงจะดอกปักษาสวรรค์ละมั้งคะ"
เพราะเป็นดอกไม้ของคนสำคัญ
แววตาที่เคยนิ่งงันกลับอ่อนลง มือถูกยกขึ้นมาแตะดอกไม้ที่ว่า ณ บริเวณข้างหูขวาของตัวเองอย่างลืมตัว
"..แล้วรุ่นพี่ล่ะคะ? มีดอกไม้โปรดรึเปล่า?"
"สเปเชียลคอมโบจะได้รับเป็นเครื่องดื่มพร้อมของหวานนะคะ ไม่ทราบว่าท่านหญิงรับเมนูใดดีคะ"
(มาแล้วค่า ขอโทษที่ช้าด้วยนะคะㅠㅠㅠ)
"สเปเชียลคอมโบจะได้รับเป็นเครื่องดื่มพร้อมของหวานนะคะ ไม่ทราบว่าท่านหญิงรับเมนูใดดีคะ"
(มาแล้วค่า ขอโทษที่ช้าด้วยนะคะㅠㅠㅠ)
"..หรือสั่งให้ทำท่าแปลก ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ"
หญิงสาวในชุดเมดกึ่งตะวันออกตอบกลับไปอย่างสุภาพ เอสเมลินน์ในวันนี้ดูแปลกตาไม่น้อย แว่นไร้เลนส์ถูกเลือกมาประดับกรอบหน้าในขณะที่มุมปากที่มักจะบึ้งตึงกลับยกโค้งขึ้น ชวนให้รู้สึกเป็นมิตรมากกว่าปกติมากโข
+
"..หรือสั่งให้ทำท่าแปลก ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ"
หญิงสาวในชุดเมดกึ่งตะวันออกตอบกลับไปอย่างสุภาพ เอสเมลินน์ในวันนี้ดูแปลกตาไม่น้อย แว่นไร้เลนส์ถูกเลือกมาประดับกรอบหน้าในขณะที่มุมปากที่มักจะบึ้งตึงกลับยกโค้งขึ้น ชวนให้รู้สึกเป็นมิตรมากกว่าปกติมากโข
+
เธอพยักหน้า ถึงจะผิดจากวัตถุประสงค์ตอนแรกไปสักนิด แต่การมีอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมทางก็คงไม่แย่อะไร
อย่างน้อยก็พอเป็นคนที่ชวนให้ใจรู้สึกสงบ ทั้งท่าทางและน้ำเสียงนั่น
ส้นรองเท้าเริ่มส่งเสียงตึกตึกเบา ๆ ขณะเธอก้าวตามอีกคนไป ไม่ลืมรักษาจังหวะในการเดินให้ใกล้เคียงกันกับคนตัวเล็กกว่า
"รุ่นพี่..ก็ชอบสวนพฤกษศาสตร์เหรอคะ?"
(กลับมาแล้วค่ะ! ขอโทษที่ช้าด้วยนะคะtt)
เธอพยักหน้า ถึงจะผิดจากวัตถุประสงค์ตอนแรกไปสักนิด แต่การมีอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมทางก็คงไม่แย่อะไร
อย่างน้อยก็พอเป็นคนที่ชวนให้ใจรู้สึกสงบ ทั้งท่าทางและน้ำเสียงนั่น
ส้นรองเท้าเริ่มส่งเสียงตึกตึกเบา ๆ ขณะเธอก้าวตามอีกคนไป ไม่ลืมรักษาจังหวะในการเดินให้ใกล้เคียงกันกับคนตัวเล็กกว่า
"รุ่นพี่..ก็ชอบสวนพฤกษศาสตร์เหรอคะ?"
(กลับมาแล้วค่ะ! ขอโทษที่ช้าด้วยนะคะtt)
"ถ้าทำไม่เป็นก็ใช้ประคบ เดี๋ยวหนักกว่าเดิม"
พอนึกย้อนอีกทีแล้วก็เริ่มรู้สึกว่ายุ่งยากจึงเอ่ยปัดหน้าตาเฉย ไม่วายตีมึนหลบความนัยในน้ำเสียงอีกฝ่ายด้วยความเชี่ยวชาญ
คนถูกถามโคลงหัวขบคิด มองสิ่งที่ถูกดีดไปดีดมาในมืออีกคนนิ่ง ๆ แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้จะว่าอะไร
"ห้ามิเมอร์ซ่า..ประมาณสี่ฟลอร์ได้"
"ถามทำไม?"
(กลับมาแล้ววว ขอโทษที่ช้าด้วยนะคะㅠㅠㅠ)
"ถ้าทำไม่เป็นก็ใช้ประคบ เดี๋ยวหนักกว่าเดิม"
พอนึกย้อนอีกทีแล้วก็เริ่มรู้สึกว่ายุ่งยากจึงเอ่ยปัดหน้าตาเฉย ไม่วายตีมึนหลบความนัยในน้ำเสียงอีกฝ่ายด้วยความเชี่ยวชาญ
คนถูกถามโคลงหัวขบคิด มองสิ่งที่ถูกดีดไปดีดมาในมืออีกคนนิ่ง ๆ แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้จะว่าอะไร
"ห้ามิเมอร์ซ่า..ประมาณสี่ฟลอร์ได้"
"ถามทำไม?"
(กลับมาแล้ววว ขอโทษที่ช้าด้วยนะคะㅠㅠㅠ)
เอ่ยเสริมไปอย่างไม่แน่ใจ เธอเองก็ไม่เคยทำ จำมาจากเรื่องเล่าของพวกตาลุงในกองคาราวานทั้งนั้น
โดนต้มรึเปล่าก็ไม่รู้
"ส่วนที่บอกว่าฉันยืนขวางนาย.."
คนถูกกล่าวหายกแขนขึ้นกอดอก
"ถ้านายตั้งสติใคร่ครวญสักนิด นายจะสำเหนียกว่าฉันหลบให้ตั้งนานแล้วเถอะ"
ที่ที่เธอเว้นให้มีมากพอให้อีกฝ่ายเดินบิดก้นผ่านไปด้วยซ้ำ
เอ่ยเสริมไปอย่างไม่แน่ใจ เธอเองก็ไม่เคยทำ จำมาจากเรื่องเล่าของพวกตาลุงในกองคาราวานทั้งนั้น
โดนต้มรึเปล่าก็ไม่รู้
"ส่วนที่บอกว่าฉันยืนขวางนาย.."
คนถูกกล่าวหายกแขนขึ้นกอดอก
"ถ้านายตั้งสติใคร่ครวญสักนิด นายจะสำเหนียกว่าฉันหลบให้ตั้งนานแล้วเถอะ"
ที่ที่เธอเว้นให้มีมากพอให้อีกฝ่ายเดินบิดก้นผ่านไปด้วยซ้ำ
ส่งเสียงในลำคอ เข้าใจในทันใดว่าทำไมอีกฝ่ายจึงมีสภาพแบบนี้
ใช้ชีวิตได้สุดโต่งจริง ๆ
"เอ้า"
หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าจิ๋ว วัตถุทรงกลมในมือถูกดีดออกไปโดยกะระดับพอให้คนที่เหมือนยังตื่นไม่เต็มตารับได้
"ใช้ขูดตรงรอย เจ็บหน่อยแต่น่าจะช่วยให้จางเร็วขึ้น"
เอ่ยเสียงเนิบ เหรียญประทับตราอาณาจักรเมอร์เบียขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือสะท้อนแสงวับวาว
+
ส่งเสียงในลำคอ เข้าใจในทันใดว่าทำไมอีกฝ่ายจึงมีสภาพแบบนี้
ใช้ชีวิตได้สุดโต่งจริง ๆ
"เอ้า"
หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าจิ๋ว วัตถุทรงกลมในมือถูกดีดออกไปโดยกะระดับพอให้คนที่เหมือนยังตื่นไม่เต็มตารับได้
"ใช้ขูดตรงรอย เจ็บหน่อยแต่น่าจะช่วยให้จางเร็วขึ้น"
เอ่ยเสียงเนิบ เหรียญประทับตราอาณาจักรเมอร์เบียขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือสะท้อนแสงวับวาว
+
รุ่นพี่หรอกเหรอ?
เธอเม้มปากก่อนพ่นลมหายใจ วางมือข้างหนึ่งทาบอกในขณะที่ไขว้อีกข้างไปด้านหลัง สตรีผู้ไม่เคร่งเรื่องมารยาทค้อมตัวกลับไปอย่างนอบน้อม
"เอสเมลินน์ เธเรส..ค่ะ ปีสาม"
คิดแล้วก็โชคดีเหลือเกินที่ไม่เผลอยื่นมือไปลูบหัวตอนบอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องรู้สึกผิด
"แถวนี้เกสรเยอะพอตัว" ที่จามอาจจะเพราะสิ่งนี้
"ถ้าเริ่มหายใจลำบาก จะเปลี่ยนบรรยากาศไปโซนไม้ไร้ดอกก็ดีนะคะ?"
รุ่นพี่หรอกเหรอ?
เธอเม้มปากก่อนพ่นลมหายใจ วางมือข้างหนึ่งทาบอกในขณะที่ไขว้อีกข้างไปด้านหลัง สตรีผู้ไม่เคร่งเรื่องมารยาทค้อมตัวกลับไปอย่างนอบน้อม
"เอสเมลินน์ เธเรส..ค่ะ ปีสาม"
คิดแล้วก็โชคดีเหลือเกินที่ไม่เผลอยื่นมือไปลูบหัวตอนบอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องรู้สึกผิด
"แถวนี้เกสรเยอะพอตัว" ที่จามอาจจะเพราะสิ่งนี้
"ถ้าเริ่มหายใจลำบาก จะเปลี่ยนบรรยากาศไปโซนไม้ไร้ดอกก็ดีนะคะ?"
"อือฮึ ปลอดภัยดี"
ตอบกลับไปโดยไม่แม้แต่จะเช็ค เรียกอีกอย่างว่าชินแล้ว โดนพวกเด็กแสบแถวบ้านพุ่งเข้ามากอดยังจะเจ็บกว่า
"เหตุสุดวิสัยนี่ ไม่ต้องไปคิดมากหรอก"
เอ่ยย้ำให้อีกคนเบาใจ และถ้าให้เดา ต้นตอของเหตุการณ์นี้ก็คงจะเป็นเสียงที่เธอได้ยินก่อนหน้านั้นไม่กี่วินั่นแหละ
"ภูมิแพ้เหรอ?"
"อือฮึ ปลอดภัยดี"
ตอบกลับไปโดยไม่แม้แต่จะเช็ค เรียกอีกอย่างว่าชินแล้ว โดนพวกเด็กแสบแถวบ้านพุ่งเข้ามากอดยังจะเจ็บกว่า
"เหตุสุดวิสัยนี่ ไม่ต้องไปคิดมากหรอก"
เอ่ยย้ำให้อีกคนเบาใจ และถ้าให้เดา ต้นตอของเหตุการณ์นี้ก็คงจะเป็นเสียงที่เธอได้ยินก่อนหน้านั้นไม่กี่วินั่นแหละ
"ภูมิแพ้เหรอ?"
เอสเมลินน์เลิกคิ้ว ดวงตาคมจ้องมองดอกไม้งามในมือสาวน้อยผู้มีศักดิ์เป็นเพื่อนสมัยเด็กของน้องสาวคนสนิทก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
"อือฮึ เอาสิ"
เธอรับดอกกุหลาบดอกนั้นมาก่อนจะหมุนควงก้านยาว ๆ นั่นไปตามนิ้วเรียว ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นพิจารณาจนสรุปได้ว่าเป็นก้านที่ไร้หนามอย่างสิ้นเชิงแล้วจึงค่อยทัดมันคืนกลับไปที่หลังใบหูเจ้าของที่แท้จริง
"เวทมนตร์ของเธอ..เป็นแบบไหนล่ะ โนรา?"
เอสเมลินน์เลิกคิ้ว ดวงตาคมจ้องมองดอกไม้งามในมือสาวน้อยผู้มีศักดิ์เป็นเพื่อนสมัยเด็กของน้องสาวคนสนิทก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
"อือฮึ เอาสิ"
เธอรับดอกกุหลาบดอกนั้นมาก่อนจะหมุนควงก้านยาว ๆ นั่นไปตามนิ้วเรียว ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นพิจารณาจนสรุปได้ว่าเป็นก้านที่ไร้หนามอย่างสิ้นเชิงแล้วจึงค่อยทัดมันคืนกลับไปที่หลังใบหูเจ้าของที่แท้จริง
"เวทมนตร์ของเธอ..เป็นแบบไหนล่ะ โนรา?"
บุคคลผู้ครองดวงตาสองสีกล่าวโดยไม่ละสายตาไปจากคนตรงหน้า ก็พอรู้ตัวว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรพูดกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันแค่ครั้งสองครั้งสักเท่าไหร่ แต่มันก็อดไม่ได้
แปลกตาเกินไป
"นอนไม่พอ?"
เอ่ยถามขณะก้าวขายาว ๆ ของตัวเองหลบออกข้างพอให้อีกฝ่ายได้มีพื้นที่เดินต่อตามที่ขอ
สงสัย ก็ใช่ แต่หากเขาไม่อยากตอบ เธอเองก็ไม่อยากรั้นเช่นกัน
บุคคลผู้ครองดวงตาสองสีกล่าวโดยไม่ละสายตาไปจากคนตรงหน้า ก็พอรู้ตัวว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรพูดกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันแค่ครั้งสองครั้งสักเท่าไหร่ แต่มันก็อดไม่ได้
แปลกตาเกินไป
"นอนไม่พอ?"
เอ่ยถามขณะก้าวขายาว ๆ ของตัวเองหลบออกข้างพอให้อีกฝ่ายได้มีพื้นที่เดินต่อตามที่ขอ
สงสัย ก็ใช่ แต่หากเขาไม่อยากตอบ เธอเองก็ไม่อยากรั้นเช่นกัน
เพราะช่วงนี้รู้สึกว่าบรรยากาศอื้ออึงจนเริ่มปวดหัว เอสเมลินน์จึงแอบหลบมาพักที่สวนพฤกษศาสตร์
ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินเสียงจาม..และขณะกำลังจะหันไปดูก็ตามมาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกใครบางคนชนเข้า
"ไม่เป็นไร"
แต่แค่นี้ไม่สะเทือนเธอหรอก
เธอส่ายหน้าน้อย ๆ เผลอวางมือไว้บนไหล่อีกฝ่ายเพื่อช่วยพยุงด้วยความเคยชินส่วนตัว
"ไม่เป็นไรนะ?"
เพราะช่วงนี้รู้สึกว่าบรรยากาศอื้ออึงจนเริ่มปวดหัว เอสเมลินน์จึงแอบหลบมาพักที่สวนพฤกษศาสตร์
ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินเสียงจาม..และขณะกำลังจะหันไปดูก็ตามมาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกใครบางคนชนเข้า
"ไม่เป็นไร"
แต่แค่นี้ไม่สะเทือนเธอหรอก
เธอส่ายหน้าน้อย ๆ เผลอวางมือไว้บนไหล่อีกฝ่ายเพื่อช่วยพยุงด้วยความเคยชินส่วนตัว
"ไม่เป็นไรนะ?"