Doc : https://shorturl.asia/pYnTo
“ถ้ายังไม่มั่นใจ–จะลองฝึกลงน้ำหนักมือกับกระดาษก่อนก็ได้นะ”แนะนำพลางหยิบหลอดสีม่วงมาบีบลงบนถาด เอาพู่กันจุ่มสีแล้วเขียนคำว่ากลาดิอุสหรือชื่อตัวเองลงบนกระดาษด้วยลายลักษณ์อักษรค่อนข้างกลมคล้ายเด็ก
“ไหนๆก็คุยกันมาสักพักแล้ว…ผมกลาดิอุสนะครับ”ถือโอกาสแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่ต่างวัย
“ถ้ายังไม่มั่นใจ–จะลองฝึกลงน้ำหนักมือกับกระดาษก่อนก็ได้นะ”แนะนำพลางหยิบหลอดสีม่วงมาบีบลงบนถาด เอาพู่กันจุ่มสีแล้วเขียนคำว่ากลาดิอุสหรือชื่อตัวเองลงบนกระดาษด้วยลายลักษณ์อักษรค่อนข้างกลมคล้ายเด็ก
“ไหนๆก็คุยกันมาสักพักแล้ว…ผมกลาดิอุสนะครับ”ถือโอกาสแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่ต่างวัย
“ปะป๊าสอนมาดีมากเลย”กล่าวชื่นชมหลังได้คำตอบ ส่วนนัยน์ตาอันถูกบดบังจับจ้องร่างเล็กผู้กำลังปฏิบัติตามตน
กระทั่งเห็นผลลัพธ์ ทำเอานิ่งงันราวหุ่นเชิดสักพักนึง
เนื่องจากมีหน้ากากปิดโฉมหน้าจึงมิอาจทราบว่ากำลังแสดงอารมณ์ใด แต่เหมือนจะแอบยิ้มพิกล ครั้นเพราะความขบขันระคนเอ็นดู
+
“ปะป๊าสอนมาดีมากเลย”กล่าวชื่นชมหลังได้คำตอบ ส่วนนัยน์ตาอันถูกบดบังจับจ้องร่างเล็กผู้กำลังปฏิบัติตามตน
กระทั่งเห็นผลลัพธ์ ทำเอานิ่งงันราวหุ่นเชิดสักพักนึง
เนื่องจากมีหน้ากากปิดโฉมหน้าจึงมิอาจทราบว่ากำลังแสดงอารมณ์ใด แต่เหมือนจะแอบยิ้มพิกล ครั้นเพราะความขบขันระคนเอ็นดู
+
“อาการเป็นยังไงบ้างครับนายน้อยเคียรอน?”ถามสุรเสียงทุ้มนุ่มพลางค้อมหัวแบบนอบน้อมทักทายตามประสาแล้วยอบกายลงมานั่งยองพร้อมวางกระเช้าข้างตัว
“อาการเป็นยังไงบ้างครับนายน้อยเคียรอน?”ถามสุรเสียงทุ้มนุ่มพลางค้อมหัวแบบนอบน้อมทักทายตามประสาแล้วยอบกายลงมานั่งยองพร้อมวางกระเช้าข้างตัว
คราแรกเขากะตามหาญาติคนสนิท กระทั่งเจอรุ่นน้องพ่วงตำแหน่งเหยื่อจากปาร์ตี้ครั้งก่อน สองเท้าพลันเปลี่ยนทิศทางทันที ส่วนนึงเพราะกะรับผิดชอบวีรกรรมที่ก่อไว้ แม้ไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจำได้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ร้าย
+
คราแรกเขากะตามหาญาติคนสนิท กระทั่งเจอรุ่นน้องพ่วงตำแหน่งเหยื่อจากปาร์ตี้ครั้งก่อน สองเท้าพลันเปลี่ยนทิศทางทันที ส่วนนึงเพราะกะรับผิดชอบวีรกรรมที่ก่อไว้ แม้ไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจำได้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ร้าย
+
“หรือจะผสมน้ำก็ได้”
เอ่ยจบ เขาเอาพู่กันก่อนหน้าจุ่มน้ำ นำมาผสมกับสีแดงในถาด รังสรรค์ลงบนผิวกระดาษอีกคราบริเวณใกล้ๆกันเพื่อเปรียบเทียบ ปรากฎสีแดงที่ไม่ทึบเท่าอันแรกดูฟุ้ง เบาบางกว่า
เลื่อนสายตามองสบ เอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยความฉงน
“คิดว่าใช้ยากไปมั้ยครับ?”
(ไหว้ย่อที่มาช้าค่ะ🙏)
“หรือจะผสมน้ำก็ได้”
เอ่ยจบ เขาเอาพู่กันก่อนหน้าจุ่มน้ำ นำมาผสมกับสีแดงในถาด รังสรรค์ลงบนผิวกระดาษอีกคราบริเวณใกล้ๆกันเพื่อเปรียบเทียบ ปรากฎสีแดงที่ไม่ทึบเท่าอันแรกดูฟุ้ง เบาบางกว่า
เลื่อนสายตามองสบ เอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยความฉงน
“คิดว่าใช้ยากไปมั้ยครับ?”
(ไหว้ย่อที่มาช้าค่ะ🙏)
จากนั้นจึงเสกกระดาษแข็งอันออกแบบมาสำหรับสีน้ำไว้ตรงกลางโต๊ะ
“ปกติเราจะใช้สิ่งนี้ในการช่วยระบาย–มีชื่อเรียกว่าพู่กัน”ไม่พูดเปล่า เขายื่นอันขนาดพอดีมือกอปรฝีแปรงพอเหมาะให้คนนั่งฝั่งตรงข้าม
ดูไปดูมาเหมือนตนเป็นครูสอนศิลปะเก๊พิกล
“เราสามารถเอาอะคริลิคมาระบายแบบนี้ได้ครับ”
+
จากนั้นจึงเสกกระดาษแข็งอันออกแบบมาสำหรับสีน้ำไว้ตรงกลางโต๊ะ
“ปกติเราจะใช้สิ่งนี้ในการช่วยระบาย–มีชื่อเรียกว่าพู่กัน”ไม่พูดเปล่า เขายื่นอันขนาดพอดีมือกอปรฝีแปรงพอเหมาะให้คนนั่งฝั่งตรงข้าม
ดูไปดูมาเหมือนตนเป็นครูสอนศิลปะเก๊พิกล
“เราสามารถเอาอะคริลิคมาระบายแบบนี้ได้ครับ”
+
เมื่อเห็นว่าเหยียบย่ำพื้นโดยสวัสดิภาพ เขาจึงดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล
“ครับ สีอะ-คริ-ลิค”สุรเสียงทุ้มนุ่มสะกดทีละคำให้คู่สนทนาพ่วงเพื่อนเล่น(?)เข้าอกเข้าใจชื่อของมันมากขึ้น
“เรียกได้ว่าต่างจากสีไม้กับสีเทียนเยอะเลยครับ…เพราะค่อนข้างหลากหลายวิธีใช้”
+
เมื่อเห็นว่าเหยียบย่ำพื้นโดยสวัสดิภาพ เขาจึงดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล
“ครับ สีอะ-คริ-ลิค”สุรเสียงทุ้มนุ่มสะกดทีละคำให้คู่สนทนาพ่วงเพื่อนเล่น(?)เข้าอกเข้าใจชื่อของมันมากขึ้น
“เรียกได้ว่าต่างจากสีไม้กับสีเทียนเยอะเลยครับ…เพราะค่อนข้างหลากหลายวิธีใช้”
+
ร่างสูงหย่อนตัวลงบนเก้าอี้และผายมือไปยังทั่นั่งฝั่งตรงข้าม
“มานั่งด้วยกันสิครับ”
“บนโต๊ะสามารถหยิบใช้ตามใจชอบได้ทุกอย่างเลย–”
ปรารภเสียงเริงร่า พลันเสี้ยววิถัดมาต้องชะงัก
“ว่าแต่…เคยใช้สีอะคริลิคมาก่อนมั้ยครับ หรือนี่ครั้งแรก?”
ร่างสูงหย่อนตัวลงบนเก้าอี้และผายมือไปยังทั่นั่งฝั่งตรงข้าม
“มานั่งด้วยกันสิครับ”
“บนโต๊ะสามารถหยิบใช้ตามใจชอบได้ทุกอย่างเลย–”
ปรารภเสียงเริงร่า พลันเสี้ยววิถัดมาต้องชะงัก
“ว่าแต่…เคยใช้สีอะคริลิคมาก่อนมั้ยครับ หรือนี่ครั้งแรก?”
จวนได้ยินเหตุผล ทำเอาเขาแทบน้ำตาไหลเพราะซึ้งใจผนวกกับความสดใสจากรอยยิ้มคู่สนทนาเล่นเอาแทบตาพร่ากันเลยทีเดียว
ทำไมหลานเขาไม่เป็นงี้บ้างน้อ…กลาดิอุสรำพึงรำพันในใจและยื่นหน้ากากไปให้ ตามด้วยใช้เวทมิติเก็บของเรียกเอาเก้าอี้กับโต๊ะชมพูพาสเทลขนาดย่อมออกมา
+
จวนได้ยินเหตุผล ทำเอาเขาแทบน้ำตาไหลเพราะซึ้งใจผนวกกับความสดใสจากรอยยิ้มคู่สนทนาเล่นเอาแทบตาพร่ากันเลยทีเดียว
ทำไมหลานเขาไม่เป็นงี้บ้างน้อ…กลาดิอุสรำพึงรำพันในใจและยื่นหน้ากากไปให้ ตามด้วยใช้เวทมิติเก็บของเรียกเอาเก้าอี้กับโต๊ะชมพูพาสเทลขนาดย่อมออกมา
+
“สหายตัวจิ๋วของผมอยากระบายสีหน้ากากหรือกระเป๋าผ้าดีครับ?”ถามพร้อมยื่นไปตรงหน้าเป็นเชิงให้ตัดสินใจ
“แต่ถ้าอยากเล่นอย่างอื่นก็บอกได้นะครับ ผมเล่นด้วยได้หมดเลย”กล่าวด้วยความกระตือรือร้น ดูยินดีพาเด็กน้อยซน(ในชอบเขต)ใช่ย่อย
“สหายตัวจิ๋วของผมอยากระบายสีหน้ากากหรือกระเป๋าผ้าดีครับ?”ถามพร้อมยื่นไปตรงหน้าเป็นเชิงให้ตัดสินใจ
“แต่ถ้าอยากเล่นอย่างอื่นก็บอกได้นะครับ ผมเล่นด้วยได้หมดเลย”กล่าวด้วยความกระตือรือร้น ดูยินดีพาเด็กน้อยซน(ในชอบเขต)ใช่ย่อย
“แบบนี้นี่เอง–”
มือเรียวข้างที่สวมถุงมือสีขาวพิสุทธิ์จับคางครุ่นคิดว่าจะพาเล่นอะไรดี
ครู่ถัดมา เขาดีดนิ้วตัวเองดังเป๊าะเสมือนนึกออก
“เพื่อไม่ให้คุณพ่อเป็นกังวล งั้นเล่นตรงนี้กันนะครับ”เขาทำข้อตกลง
+
“แบบนี้นี่เอง–”
มือเรียวข้างที่สวมถุงมือสีขาวพิสุทธิ์จับคางครุ่นคิดว่าจะพาเล่นอะไรดี
ครู่ถัดมา เขาดีดนิ้วตัวเองดังเป๊าะเสมือนนึกออก
“เพื่อไม่ให้คุณพ่อเป็นกังวล งั้นเล่นตรงนี้กันนะครับ”เขาทำข้อตกลง
+
หัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อเด็กน้อยซุกซ่อนความเขินอาย ดูน่ารักน่าชัง
“ขอบคุณครับ”
“ใช่แล้ว--ผมชอบหน้ากากมากๆ!"ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมผงกหัวหงึกหงักเป็นนัยยืนกรานอีกแรง
กระทั่งอีกฝ่ายขอจับ เขาขยับตัวมาใกล้กว่าเดิมเล็กน้อยให้แวมไพร์ตัวจ้อยสัมผัสได้ถนัด มิวายหันไปมองคนสัปหงก ทำเอาบังเกิดความสงสัย
“ทานมื้อเที่ยงรึยังนะครับ?”
ว่าแต่ควรปลุกมั้ย…
หัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อเด็กน้อยซุกซ่อนความเขินอาย ดูน่ารักน่าชัง
“ขอบคุณครับ”
“ใช่แล้ว--ผมชอบหน้ากากมากๆ!"ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมผงกหัวหงึกหงักเป็นนัยยืนกรานอีกแรง
กระทั่งอีกฝ่ายขอจับ เขาขยับตัวมาใกล้กว่าเดิมเล็กน้อยให้แวมไพร์ตัวจ้อยสัมผัสได้ถนัด มิวายหันไปมองคนสัปหงก ทำเอาบังเกิดความสงสัย
“ทานมื้อเที่ยงรึยังนะครับ?”
ว่าแต่ควรปลุกมั้ย…
“มีอะไรเหรอครับ?”สุรเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเจือความเอ็นดูเอ่ยถาม ท่าทางพร้อมรับฟังเต็มที่
“มีอะไรเหรอครับ?”สุรเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเจือความเอ็นดูเอ่ยถาม ท่าทางพร้อมรับฟังเต็มที่
ชายร่างสูงชะลูดผู้กำลังยุรยาตรพลันต้องชะงักฝีเท้าเมื่อรู้สึกถึงแรงรุดรั้งเบาๆ
เขาหันมาอย่างเนิบช้า เอียงศีรษะมองราวกับฉงน
+
ชายร่างสูงชะลูดผู้กำลังยุรยาตรพลันต้องชะงักฝีเท้าเมื่อรู้สึกถึงแรงรุดรั้งเบาๆ
เขาหันมาอย่างเนิบช้า เอียงศีรษะมองราวกับฉงน
+