สีกับความร้อนเป็นตัวแทนของอารมณ์ความรู้สึก สังเกตจากช่วงแรกของ MV ที่เล่นภาพเป็นสีขาวดำ แทนตัวแวมไพร์ที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกและเย็นชา แต่พอถูกยั่วยุให้หึงหวง อารมณ์แบบมนุษย์ก็กลับมา จากซีนนิกิที่หัวร้อนจนควันขึ้นเพราะเริ่มหึง ไปจนถึงซีนฮีซึงที่ความหึงปะทุอย่างเต็มที่ ภาพขาวดำก็เปลี่ยนเป็นมีสีสัน(ความรู้สึก)ขึ้นมาทันที
สีกับความร้อนเป็นตัวแทนของอารมณ์ความรู้สึก สังเกตจากช่วงแรกของ MV ที่เล่นภาพเป็นสีขาวดำ แทนตัวแวมไพร์ที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกและเย็นชา แต่พอถูกยั่วยุให้หึงหวง อารมณ์แบบมนุษย์ก็กลับมา จากซีนนิกิที่หัวร้อนจนควันขึ้นเพราะเริ่มหึง ไปจนถึงซีนฮีซึงที่ความหึงปะทุอย่างเต็มที่ ภาพขาวดำก็เปลี่ยนเป็นมีสีสัน(ความรู้สึก)ขึ้นมาทันที
Brought The Heat Back จริงๆเป็นสำนวนหมายถึงการโดนเร่งเร้าหรือยั่วยุ(ในเนื้อเพลงคือการถูกยั่วยุให้รู้สึกหึง) และเป็นการเล่นคำกับคอนเสปแวมไพร์ เพราะร่างกายแวมไพร์ไม่มีความร้อน แทบจะเย็นเฉียบ แต่พอถูกยั่วยุ อารมณ์ความรู้สึกหึงหวงแบบมนุษย์ก็กลับมา และถูกถ่ายทอดให้เห็นผ่านซีนกล้องอินฟาเรดที่แสดงให้เห็นความร้อน(ความหึงหวง)ในตัวของทุกคนอย่างชัดเจน
Brought The Heat Back จริงๆเป็นสำนวนหมายถึงการโดนเร่งเร้าหรือยั่วยุ(ในเนื้อเพลงคือการถูกยั่วยุให้รู้สึกหึง) และเป็นการเล่นคำกับคอนเสปแวมไพร์ เพราะร่างกายแวมไพร์ไม่มีความร้อน แทบจะเย็นเฉียบ แต่พอถูกยั่วยุ อารมณ์ความรู้สึกหึงหวงแบบมนุษย์ก็กลับมา และถูกถ่ายทอดให้เห็นผ่านซีนกล้องอินฟาเรดที่แสดงให้เห็นความร้อน(ความหึงหวง)ในตัวของทุกคนอย่างชัดเจน
ไม้ตายสุดท้ายของเอนไฮเพน คือเอาปลามาล่อแมวเอนจีน (นึกถึงอาหารโปรดของแมวก็ต้องนึกถึงปลาใช่ไหมล่ะ) แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล และด้วยความหึงหวงในใจที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช้ปลาล่อไม่ได้ก็เอาไปปล่อยพุ่งใส่เมมเบอร์คนอื่นซะเลย(คนรับกรรมคือเจย์ โดนปลากระแทกหัวเต็มๆ) ผลสุดท้ายก็ไม่มีใครได้ตัวน้องแมวเลย ไปดักรอในตรอกก็ดันทำน้องตกใจจนตัวโก่งหางฟูด้วยอีกต่างหาก
ไม้ตายสุดท้ายของเอนไฮเพน คือเอาปลามาล่อแมวเอนจีน (นึกถึงอาหารโปรดของแมวก็ต้องนึกถึงปลาใช่ไหมล่ะ) แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล และด้วยความหึงหวงในใจที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช้ปลาล่อไม่ได้ก็เอาไปปล่อยพุ่งใส่เมมเบอร์คนอื่นซะเลย(คนรับกรรมคือเจย์ โดนปลากระแทกหัวเต็มๆ) ผลสุดท้ายก็ไม่มีใครได้ตัวน้องแมวเลย ไปดักรอในตรอกก็ดันทำน้องตกใจจนตัวโก่งหางฟูด้วยอีกต่างหาก
อย่างที่บอกว่าทุกคนกำลังไล่ตามแย่งเอนจีนกันอยู่ ฉะนั้นใครที่โผล่มาแย่ง/สับขาหลอกก็โดนเล่นหมดข้อหาขัดแข้งขัดขา ไม่ว่าจะ
- ซอนอูโดนรถพุ่งชน
- ทุกคนในลิฟต์ถูกนิกิแช่แข็ง
- จองวอนโดนโลงศพยักษ์ร่วงทับใส่
- นิกิที่สับขาหลอกไปอยู่ในโลงศพจิ๋วแทนแมวแล้วโดนฮีซึงปาทิ้งเพราะรู้ว่าข้างในไม่ใช่เอนจีน พอนิกิเดินกลับเข้ามาก็ถูกฮีซึงจับยัดตู้ แล้วฮีซึงกับเจย์ก็ช่วยกันตอกตะปูขังนิกิซะเลย
อย่างที่บอกว่าทุกคนกำลังไล่ตามแย่งเอนจีนกันอยู่ ฉะนั้นใครที่โผล่มาแย่ง/สับขาหลอกก็โดนเล่นหมดข้อหาขัดแข้งขัดขา ไม่ว่าจะ
- ซอนอูโดนรถพุ่งชน
- ทุกคนในลิฟต์ถูกนิกิแช่แข็ง
- จองวอนโดนโลงศพยักษ์ร่วงทับใส่
- นิกิที่สับขาหลอกไปอยู่ในโลงศพจิ๋วแทนแมวแล้วโดนฮีซึงปาทิ้งเพราะรู้ว่าข้างในไม่ใช่เอนจีน พอนิกิเดินกลับเข้ามาก็ถูกฮีซึงจับยัดตู้ แล้วฮีซึงกับเจย์ก็ช่วยกันตอกตะปูขังนิกิซะเลย
ซีนที่ถ่ายด้วย dark mode คือการจำลองมุมมองการมองเห็นของแมว ซึ่งก็คือมุมมองของเอนจีนที่คอยมองดูเอนไฮเพนที่มานอนทำตัวเป็นแมวอยู่ด้วยกัน คอยทำนู่นทำนี่อยู่ด้วยกันมาตลอด(แบบแมวๆ) แต่แวมไพร์ย่อมมีความมืดในใจ(หึงหวง/โลภ)ที่ปิดไม่มิด กลายเป็นว่าต่างคนต่างจ้องจะแย่งเอนจีนมาเป็นของตัวเองคนเดียว แย่งกันไปมาน้องแมวก็เลยหลุดหาย
ซีนที่ถ่ายด้วย dark mode คือการจำลองมุมมองการมองเห็นของแมว ซึ่งก็คือมุมมองของเอนจีนที่คอยมองดูเอนไฮเพนที่มานอนทำตัวเป็นแมวอยู่ด้วยกัน คอยทำนู่นทำนี่อยู่ด้วยกันมาตลอด(แบบแมวๆ) แต่แวมไพร์ย่อมมีความมืดในใจ(หึงหวง/โลภ)ที่ปิดไม่มิด กลายเป็นว่าต่างคนต่างจ้องจะแย่งเอนจีนมาเป็นของตัวเองคนเดียว แย่งกันไปมาน้องแมวก็เลยหลุดหาย