Doc: http://bit.ly/44ElJpf
เขาหันกลับไปมองคนที่เพิ่งจะตื่น ไม่แน่ใจนักว่าคำถามนั้นคำตอบของเขาจะมีผลมากน้อยแค่ไหน
“ข้าก็เข้าใจคีอันอยู่ แต่ถ้าตัดเรื่องความสงสารไปก่อน ไข่มันจะไม่พกพาลำบากไปหน่อยเหรอ”
เรื่อวความเมตตาคีอันพูดไปแล้ว และเขาก็อาจจะพอเข้าใจคาเอลันที่อยากได้เสบียงเผื่อในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ด้วย
”แต่ก็แล้วแต่เจ้า ข้าไม่เชี่ยวชาญว่าอะไรกินได้ไม่ได้ คงไปตายเอาดาบหน้า“
เขาหันกลับไปมองคนที่เพิ่งจะตื่น ไม่แน่ใจนักว่าคำถามนั้นคำตอบของเขาจะมีผลมากน้อยแค่ไหน
“ข้าก็เข้าใจคีอันอยู่ แต่ถ้าตัดเรื่องความสงสารไปก่อน ไข่มันจะไม่พกพาลำบากไปหน่อยเหรอ”
เรื่อวความเมตตาคีอันพูดไปแล้ว และเขาก็อาจจะพอเข้าใจคาเอลันที่อยากได้เสบียงเผื่อในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ด้วย
”แต่ก็แล้วแต่เจ้า ข้าไม่เชี่ยวชาญว่าอะไรกินได้ไม่ได้ คงไปตายเอาดาบหน้า“
ตบหลังคีอันที่สภาพมอมแมมเปื้อนเลือดดูไม่จืดไม่ต่างกับตนแล้วก็หันไปมองเพื่อนอีกคนว่าเรียบร้อยดีหรือยัง
“หินส่องแสงยังเหลือไหม ไปกันเถอะ”
[เก็บของพร้อมเดินทางกลับ]
ตบหลังคีอันที่สภาพมอมแมมเปื้อนเลือดดูไม่จืดไม่ต่างกับตนแล้วก็หันไปมองเพื่อนอีกคนว่าเรียบร้อยดีหรือยัง
“หินส่องแสงยังเหลือไหม ไปกันเถอะ”
[เก็บของพร้อมเดินทางกลับ]
เขามองสีหน้าเพื่อนร่วมทางทั้งสองคน แน่นอนว่าเทียบกับก้าวแรกที่เริ่มทำภารกิจแล้วแทบจะหน้ามือเป็นหลังมือ
‘…มันก็แน่นอนอยู่แล้ว’
เขามองสีหน้าเพื่อนร่วมทางทั้งสองคน แน่นอนว่าเทียบกับก้าวแรกที่เริ่มทำภารกิจแล้วแทบจะหน้ามือเป็นหลังมือ
‘…มันก็แน่นอนอยู่แล้ว’
ตะโกนชื่อเพื่อนอีกคนที่กำดาบไว้ในมือ
ความเมตตาหนึ่งเดียวที่อาจจะให้กับมอนส์เตอรตัวใหญ่ที่บาดเจ็บขนาดนี้ได้อาจเป็นการดับลมหายใจให้มันนอนอย่างสงบไปเสีย
ตะโกนชื่อเพื่อนอีกคนที่กำดาบไว้ในมือ
ความเมตตาหนึ่งเดียวที่อาจจะให้กับมอนส์เตอรตัวใหญ่ที่บาดเจ็บขนาดนี้ได้อาจเป็นการดับลมหายใจให้มันนอนอย่างสงบไปเสีย
กลิ่นคาวเลือดคาวซากสัตว์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนเด็กน้อยขมวดคิ้วย่นจมูกเล็กน้อย
เขาพยายามเหยียบหางมันให้อยู่นิ่งแต่มันลื่นเกินไป มีดในมือกรีดโดนด้านข้างแทน เขาพลิกข้อมือออกแรงกดปลายมีดยึดกับพื้น จนกลายเป็นส่วนหัวของมันที่สะบัดไปมา
กลิ่นคาวเลือดคาวซากสัตว์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนเด็กน้อยขมวดคิ้วย่นจมูกเล็กน้อย
เขาพยายามเหยียบหางมันให้อยู่นิ่งแต่มันลื่นเกินไป มีดในมือกรีดโดนด้านข้างแทน เขาพลิกข้อมือออกแรงกดปลายมีดยึดกับพื้น จนกลายเป็นส่วนหัวของมันที่สะบัดไปมา
" เอาละ... จากที่ง่ายเกินมาสู่โหมดยากเกิน...แหละ"
" ผมว่าที่นี้คงไม่มีอะไร ซิก... ให้เราหาหรอก...ซิกๆ.. "
" เอาละ... จากที่ง่ายเกินมาสู่โหมดยากเกิน...แหละ"
" ผมว่าที่นี้คงไม่มีอะไร ซิก... ให้เราหาหรอก...ซิกๆ.. "
มากันตั้งสามคนมันต้องดีกว่าทำอะไรคนเดียวอยู่บ้าง เป็นแค่เด็กสิบขวบหมาหมู่ดูบ้างจะเป็นไรไป
มากันตั้งสามคนมันต้องดีกว่าทำอะไรคนเดียวอยู่บ้าง เป็นแค่เด็กสิบขวบหมาหมู่ดูบ้างจะเป็นไรไป
“คาเอลัน มันตื่นแล้ว! เข้ามาช่วยพวกข้าหน่อย!
ตะโกนบอกสถานการณ์ให้เพื่อนอีกคนรู้ มืออีกข้างที่กำมีดไว้แน่น พอมอนสเตอร์กระโจนถึงพื้นก็อาศัยจังหวะนั้นตวัดกรีดมีดด้านข้างลำตัวเป็นทางยาวประมาณหนึ่ง
“คาเอลัน มันตื่นแล้ว! เข้ามาช่วยพวกข้าหน่อย!
ตะโกนบอกสถานการณ์ให้เพื่อนอีกคนรู้ มืออีกข้างที่กำมีดไว้แน่น พอมอนสเตอร์กระโจนถึงพื้นก็อาศัยจังหวะนั้นตวัดกรีดมีดด้านข้างลำตัวเป็นทางยาวประมาณหนึ่ง
> ย่องไปหลบข้างผนังไม่ไกล
> มือกำด้ามมีดเผื่อต้องใช้ยามฉุกเฉิน
> ส่งสัญญาณบอกสถานการณ์ให้เพื่อนข้างหลัง
> อยู่เงียบๆไม่ส่งเสียง
> ย่องไปหลบข้างผนังไม่ไกล
> มือกำด้ามมีดเผื่อต้องใช้ยามฉุกเฉิน
> ส่งสัญญาณบอกสถานการณ์ให้เพื่อนข้างหลัง
> อยู่เงียบๆไม่ส่งเสียง
แต่คีอันยังไม่หยุดสงสัยใคร่รู้เสียนี่ อัซฮันเลยหยุมหลังเสื้อเพื่อนร่วมทางไปทีหนึ่งเป็นการเตือนให้เขาลดเสียง ก็พอดีกับไม่ไกลจากปากทางก็เจอมอนส์เตอร์ตัวใหญ่เข้าจริงๆ
แต่คีอันยังไม่หยุดสงสัยใคร่รู้เสียนี่ อัซฮันเลยหยุมหลังเสื้อเพื่อนร่วมทางไปทีหนึ่งเป็นการเตือนให้เขาลดเสียง ก็พอดีกับไม่ไกลจากปากทางก็เจอมอนส์เตอร์ตัวใหญ่เข้าจริงๆ
ประหลาดใจที่เพิ่งเดินมาไม่ไกลก็ตันแล้ว มองจากด้านนอกเขานึกว่ามันจะใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อย
ก่อนไปช่วยคีอันดันหินอัซฮันเลยก้มลงเช็คน้ำว่าจะเอามาใช้อะไรได้ไหม แล้วก็เดินไปใช้ด้ามมีดเคาะๆคลำๆตามกำแพงดูด้วย
> ย่อตัวลง ส่องหินมองในน้ำ เช็คกลิ่นว่ามีอะไรประหลาดหรือไม่
> เคาะๆตามกำแพง เอามือสัมผัสเช็คว่ามีลมลอดหรือเปล่า
> เดินไปช่วยคีอันดันหินที่ปิดทางอีกแรง
ประหลาดใจที่เพิ่งเดินมาไม่ไกลก็ตันแล้ว มองจากด้านนอกเขานึกว่ามันจะใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อย
ก่อนไปช่วยคีอันดันหินอัซฮันเลยก้มลงเช็คน้ำว่าจะเอามาใช้อะไรได้ไหม แล้วก็เดินไปใช้ด้ามมีดเคาะๆคลำๆตามกำแพงดูด้วย
> ย่อตัวลง ส่องหินมองในน้ำ เช็คกลิ่นว่ามีอะไรประหลาดหรือไม่
> เคาะๆตามกำแพง เอามือสัมผัสเช็คว่ามีลมลอดหรือเปล่า
> เดินไปช่วยคีอันดันหินที่ปิดทางอีกแรง
> เก็บหินส่องแสงที่หล่นพื้น
> โยนหินส่องแสงอีกก้อนสำรวจทางข้างหน้า
> สำรวจถ้ำจุดที่หินโยนไปถึง
> เก็บหินส่องแสงที่หล่นพื้น
> โยนหินส่องแสงอีกก้อนสำรวจทางข้างหน้า
> สำรวจถ้ำจุดที่หินโยนไปถึง
“เจ้าว่ามันจะหมายถึงตกค่ำจะมีสัตว์ประหลาดออกหากินหรือไม่?”
ชี้ไปที่รูปดวงจันทร์ดวงดาว แต่รูปที่เหมือนป่ากลับคิดไม่ตกว่าหมายถึงอะไรแน่
“เจ้าว่ามันจะหมายถึงตกค่ำจะมีสัตว์ประหลาดออกหากินหรือไม่?”
ชี้ไปที่รูปดวงจันทร์ดวงดาว แต่รูปที่เหมือนป่ากลับคิดไม่ตกว่าหมายถึงอะไรแน่
จับมือเพื่อนร่วมทางที่ดูจะดีดที่สุดตอนนี้ พูดตอบออกมาแบบไม่รู้ว่าคิดจริงหรือพูดเล่นด้วยสีหน้าปกติ
“ดีเลย ถ้าข้าก้าวพลาดเจ้าจะได้ล้มกับข้าด้วย”
ว่าแล้วก็มองไล่สำรวจจนไปเห็นรอยขีดประหลาดบนกำแพง เขาเดินเข้าไปดูชัดๆแบบระมัดระวัง
“นี่มันอะไร?”
จับมือเพื่อนร่วมทางที่ดูจะดีดที่สุดตอนนี้ พูดตอบออกมาแบบไม่รู้ว่าคิดจริงหรือพูดเล่นด้วยสีหน้าปกติ
“ดีเลย ถ้าข้าก้าวพลาดเจ้าจะได้ล้มกับข้าด้วย”
ว่าแล้วก็มองไล่สำรวจจนไปเห็นรอยขีดประหลาดบนกำแพง เขาเดินเข้าไปดูชัดๆแบบระมัดระวัง
“นี่มันอะไร?”
คนถูกเรียกชื่อตอบโดยไม่ได้หันกลับมามองเสียทีเดียว มือก็ถางทางรกๆให้เดินสะดวกขึ้นแบบที่ถูกสั่งสอนมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ก่อนเริ่มสำรวจก็สั่นคลอนจิตใจอยู่บ้าง แต่จะหยิบมาพูดถึงอีกในตอนนี้ก็พากันใจเสียเปล่าๆ เขาเลยเลี่ยงการพูดถึงมันไปก่อน
“เจ้าเถอะ ระวังไปเหยียบเท้าคาเอลันเข้า”
คนถูกเรียกชื่อตอบโดยไม่ได้หันกลับมามองเสียทีเดียว มือก็ถางทางรกๆให้เดินสะดวกขึ้นแบบที่ถูกสั่งสอนมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ก่อนเริ่มสำรวจก็สั่นคลอนจิตใจอยู่บ้าง แต่จะหยิบมาพูดถึงอีกในตอนนี้ก็พากันใจเสียเปล่าๆ เขาเลยเลี่ยงการพูดถึงมันไปก่อน
“เจ้าเถอะ ระวังไปเหยียบเท้าคาเอลันเข้า”