เขาพามานั่งโต๊ะสำหรับสองคน ก่อนจะพูดกับคุณที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"เลือกตามใจชอบได้เลยนะ"
แล้วยิ้มหวาน
เขาพามานั่งโต๊ะสำหรับสองคน ก่อนจะพูดกับคุณที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"เลือกตามใจชอบได้เลยนะ"
แล้วยิ้มหวาน
ความจริงใจของคุณนั้นทำให้ยูโตะตัดสินใจปล่อยวางเรื่องราวเมื่อครู่ไป เจ้าตัวจึงกระแอมไอก่อนชวนคู่สนทนาคุยระหว่างเดินไปพลาง
"งั้นเธอพอจะมีเวลาไหม"
"ฉันจะทำให้เข้าใจมากขึ้น"
พอเห็นว่าอีกคนไม่ปฏิเสธ เขาก็ตัดสินใจพาคุณมายังคาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านการค้า ที่มีการตกแต่งร้านในสไตล์ผู้หญิงๆ
เสียงกระดิ่งตอนเปิดประตูร้านก็ดังขึ้น
+
ความจริงใจของคุณนั้นทำให้ยูโตะตัดสินใจปล่อยวางเรื่องราวเมื่อครู่ไป เจ้าตัวจึงกระแอมไอก่อนชวนคู่สนทนาคุยระหว่างเดินไปพลาง
"งั้นเธอพอจะมีเวลาไหม"
"ฉันจะทำให้เข้าใจมากขึ้น"
พอเห็นว่าอีกคนไม่ปฏิเสธ เขาก็ตัดสินใจพาคุณมายังคาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านการค้า ที่มีการตกแต่งร้านในสไตล์ผู้หญิงๆ
เสียงกระดิ่งตอนเปิดประตูร้านก็ดังขึ้น
+
ฉันอยากตื่นเช้ามาแล้วสดใสบ้าง ไม่อยากลุกออกจากเตียงเลยwww
ฉันอยากตื่นเช้ามาแล้วสดใสบ้าง ไม่อยากลุกออกจากเตียงเลยwww
เสียงกังวานใสดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกคุณพาออกมาจากกลุ่มคนพวกนั้น แล้วจึงเต็มใจตามน้ำไปพร้อมทั้งรอยยิ้ม
เมื่อออกมาพ้นระยะแล้วก็ตอบคำถามของคุณ
"อืม― ก็เป็นพวกคนที่ไม่เข้าใจถึงความน่ารักนี้น่ะ" เขาตอบโดยไม่ปิดบังน้ำเสียงของผู้ชายพร้อมรอยยิ้ม
"ส่วนเธอที่มีสไตล์ก็ช่วยฉันเอาไว้พอดี ขอบคุณนะ"
ชมพร้อมกับขอบคุณอีกฝ่ายไปด้วย
"ฉันจะตอบแทนแน่นอน"
เสียงกังวานใสดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกคุณพาออกมาจากกลุ่มคนพวกนั้น แล้วจึงเต็มใจตามน้ำไปพร้อมทั้งรอยยิ้ม
เมื่อออกมาพ้นระยะแล้วก็ตอบคำถามของคุณ
"อืม― ก็เป็นพวกคนที่ไม่เข้าใจถึงความน่ารักนี้น่ะ" เขาตอบโดยไม่ปิดบังน้ำเสียงของผู้ชายพร้อมรอยยิ้ม
"ส่วนเธอที่มีสไตล์ก็ช่วยฉันเอาไว้พอดี ขอบคุณนะ"
ชมพร้อมกับขอบคุณอีกฝ่ายไปด้วย
"ฉันจะตอบแทนแน่นอน"
"หมายความว่าถ้าเรื่องเมื่อกี้บานปลายก็จะช่วยจัดการให้อย่างนั้นรึเปล่า"
"พี่ชายนี่ดูพึ่งพาได้นะ"
ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่คำพูดอาจชวนตงิดๆเล็กน้อย
"ไว้ฉันจะตอบแทนคุณอีกทีนะ คุณชื่ออะไรล่ะ" เขาหันมาถาม สายลมพัดผ่านชวนให้ชุดที่ฟูฟ่องนั้นดูชวนฝันสำหรับเด็กผู้หญิงนิดหน่อย
"หมายความว่าถ้าเรื่องเมื่อกี้บานปลายก็จะช่วยจัดการให้อย่างนั้นรึเปล่า"
"พี่ชายนี่ดูพึ่งพาได้นะ"
ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่คำพูดอาจชวนตงิดๆเล็กน้อย
"ไว้ฉันจะตอบแทนคุณอีกทีนะ คุณชื่ออะไรล่ะ" เขาหันมาถาม สายลมพัดผ่านชวนให้ชุดที่ฟูฟ่องนั้นดูชวนฝันสำหรับเด็กผู้หญิงนิดหน่อย
"ฮะๆๆ ― อ้อ โทษที นานๆก็มีคนแบบนั้นโผล่มานั่นแหละ" สองมือกระชับร่มลูกไม้ระบาย
"ฉันไม่ได้คิดมากหรอก กลับกันต้องชื่นชมเธอมากกว่า"
"ว่าแต่เธอเป็นนักท่องเที่ยวเหรอ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนต่างชาติซะอีก"
ชวนคุยด้วยท่าทีสบายๆ
"ฮะๆๆ ― อ้อ โทษที นานๆก็มีคนแบบนั้นโผล่มานั่นแหละ" สองมือกระชับร่มลูกไม้ระบาย
"ฉันไม่ได้คิดมากหรอก กลับกันต้องชื่นชมเธอมากกว่า"
"ว่าแต่เธอเป็นนักท่องเที่ยวเหรอ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนต่างชาติซะอีก"
ชวนคุยด้วยท่าทีสบายๆ
"คิดว่าไม่เป็นไรแล้วล่ะ" น้ำเสียงนั้นไม่ได้ปกปิดความเป็นผู้ชายแต่อย่างใด
เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน เขาก็ปล่อยมือจากคุณ
"ขอบคุณที่มาช่วยนะ คุณพี่ชาย"
ยูโตะก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนเผยรอยยิ้ม มือทั้งสองก็จับที่ร่มระบายลูกไม้ดั่งเดิม
"แต่ถ้ากลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา คุณคิดว่าจะจัดการคนพวกนั้นได้ไหม"
"คิดว่าไม่เป็นไรแล้วล่ะ" น้ำเสียงนั้นไม่ได้ปกปิดความเป็นผู้ชายแต่อย่างใด
เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน เขาก็ปล่อยมือจากคุณ
"ขอบคุณที่มาช่วยนะ คุณพี่ชาย"
ยูโตะก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนเผยรอยยิ้ม มือทั้งสองก็จับที่ร่มระบายลูกไม้ดั่งเดิม
"แต่ถ้ากลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา คุณคิดว่าจะจัดการคนพวกนั้นได้ไหม"
เสียงหนึ่งดังขึ้น บวกกับทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ทำให้ทุกคนในที่นั้นเบนความสนใจไปยังคุณได้ไม่ยาก
หลังจากมองบุคคลผู้มาใหม่อยู่ครู่หนึ่งเพราะละสายตาไม่ได้ เจ้าตัวก็รู้สึกตัวถึงมือที่ยื่นมาหา
กระแอมไอเล็กน้อยก่อนตอบรับความช่วยเหลือจากคุณด้วยการพยักหน้าไปทีนึง แล้วจับแขนของเขาเพื่อพาเดินออกมา
ก่อนไปจากตรงนั้น ก็หันไปแลบลิ้นใส่พวกคนนิสัยไม่ดีไปทีนึง
+
เสียงหนึ่งดังขึ้น บวกกับทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ทำให้ทุกคนในที่นั้นเบนความสนใจไปยังคุณได้ไม่ยาก
หลังจากมองบุคคลผู้มาใหม่อยู่ครู่หนึ่งเพราะละสายตาไม่ได้ เจ้าตัวก็รู้สึกตัวถึงมือที่ยื่นมาหา
กระแอมไอเล็กน้อยก่อนตอบรับความช่วยเหลือจากคุณด้วยการพยักหน้าไปทีนึง แล้วจับแขนของเขาเพื่อพาเดินออกมา
ก่อนไปจากตรงนั้น ก็หันไปแลบลิ้นใส่พวกคนนิสัยไม่ดีไปทีนึง
+
เขาเอ่ยปากพร้อมไม่ปกปิดน้ำเสียงที่มาดแมนของตน ก่อนจะขยิบตาให้คนน่ากลัวเหล่านั้นก่อนจะจับมือคุณเริ่มออกวิ่ง
เสื้อผ้าฟูฟ่องไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการวิ่งแต่อย่างใด หลังจากพาคุณออกมาไกลจนพ้นระยะสายตาแล้ว เขาก็หยุดพักพร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าตนพาอะไรสักอย่างติดมาด้วย
"อุ๊ย โทษที" เขาปล่อยมือก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อตัวเอง
เขาเอ่ยปากพร้อมไม่ปกปิดน้ำเสียงที่มาดแมนของตน ก่อนจะขยิบตาให้คนน่ากลัวเหล่านั้นก่อนจะจับมือคุณเริ่มออกวิ่ง
เสื้อผ้าฟูฟ่องไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการวิ่งแต่อย่างใด หลังจากพาคุณออกมาไกลจนพ้นระยะสายตาแล้ว เขาก็หยุดพักพร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าตนพาอะไรสักอย่างติดมาด้วย
"อุ๊ย โทษที" เขาปล่อยมือก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อตัวเอง
เสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ดึงดูดความสนใจจากฝูงชนไปได้หมด หากเธอเป็นชายหนุ่ม นั่นคือการปรากฎตัวที่เหมือนกับเจ้าชายขี่ม้าขาวจริงๆ
อา...ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมแล้วสิ ―ยูโตะคิด
กลุ่มคนพวกนั้นเริ่มส่งเสียงไม่พอใจ ดูจะมุ่งเป้าไปยังเธอผู้มาใหม่ ดูเหมือนเธอจะค่อนข้างหัวรั้นพอสมควร เขาจึงเอ่ยคำพูดหลังจากอยู่ในความเงียบมาตั้งแต่ต้น
+
เสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ดึงดูดความสนใจจากฝูงชนไปได้หมด หากเธอเป็นชายหนุ่ม นั่นคือการปรากฎตัวที่เหมือนกับเจ้าชายขี่ม้าขาวจริงๆ
อา...ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมแล้วสิ ―ยูโตะคิด
กลุ่มคนพวกนั้นเริ่มส่งเสียงไม่พอใจ ดูจะมุ่งเป้าไปยังเธอผู้มาใหม่ ดูเหมือนเธอจะค่อนข้างหัวรั้นพอสมควร เขาจึงเอ่ยคำพูดหลังจากอยู่ในความเงียบมาตั้งแต่ต้น
+
กลุ่มคนพวกนั้นไม่ได้ว่าอะไรต่อ พอเห็นผู้มาใหม่แล้วก็พากันจับกลุ่มเดินจากไป เหลือเพียงยูโตะกับคุณที่ยืนอยู่ที่เดิม
เจ้าตัวถอนหายใจเบาๆ แต่ไม่แสดงสีหน้ากลัวคนตรงหน้าสักนิด
"ขอบคุณที่ช่วยนะพี่ชาย"
หลังจากเงียบอยู่นานก็เอ่ยขอบคุณพร้อมไม่ได้ปกปิดน้ำเสียงของผู้ชายแต่อย่างใด
"ดูไม่เหมือนตำรวจเลยนะ หรือว่าเป็นนักเลงงั้นเหรอ"
สองมือจับร่มพร้อมกับระบายรอยยิ้ม
กลุ่มคนพวกนั้นไม่ได้ว่าอะไรต่อ พอเห็นผู้มาใหม่แล้วก็พากันจับกลุ่มเดินจากไป เหลือเพียงยูโตะกับคุณที่ยืนอยู่ที่เดิม
เจ้าตัวถอนหายใจเบาๆ แต่ไม่แสดงสีหน้ากลัวคนตรงหน้าสักนิด
"ขอบคุณที่ช่วยนะพี่ชาย"
หลังจากเงียบอยู่นานก็เอ่ยขอบคุณพร้อมไม่ได้ปกปิดน้ำเสียงของผู้ชายแต่อย่างใด
"ดูไม่เหมือนตำรวจเลยนะ หรือว่าเป็นนักเลงงั้นเหรอ"
สองมือจับร่มพร้อมกับระบายรอยยิ้ม
"จะเรียกว่ามองไม่ออก หรือใสซื่อเกินไปล่ะเนี่ย―" เขาถอนหายใจ พอย้อนนึกถึงคำพูดของคุณแล้วก็คิดว่าช่างเถอะ
"ยังไงก็ขอบคุณที่ชมเรื่องชุดนะ ถ้าสนใจ สิ่งนี้เรียกว่าโลลิต้าน่ะ"
พร้อมกับจับร่มที่มีระบายฟูฟ่องนั่นด้วย
"จะเรียกว่ามองไม่ออก หรือใสซื่อเกินไปล่ะเนี่ย―" เขาถอนหายใจ พอย้อนนึกถึงคำพูดของคุณแล้วก็คิดว่าช่างเถอะ
"ยังไงก็ขอบคุณที่ชมเรื่องชุดนะ ถ้าสนใจ สิ่งนี้เรียกว่าโลลิต้าน่ะ"
พร้อมกับจับร่มที่มีระบายฟูฟ่องนั่นด้วย
เพราะไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก เขาจึงตั้งใจว่าจะอาศัยจังหวะชุลมุนพาตัวคุณออกมาด้วย ก่อนจะถูกคนพวกนั้นสัมผัสลงบนไหล่ ทำให้ยูโตะหมดความอดทนอีกต่อไป
"อย่ามาจับฉัน―"
น้ำเสียงที่ไม่ได้ปกปิดความเป็นผู้ชายแข็งกร้าวขึ้นมา ทำให้พวกกลุ่มคนอึ้งกันไปอยู่พักหนึ่ง
หลังพาคุณออกมาจากจุดเดิมพอสมควร ก็สานต่อบทสนทนาในตอนแรก
+
เพราะไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก เขาจึงตั้งใจว่าจะอาศัยจังหวะชุลมุนพาตัวคุณออกมาด้วย ก่อนจะถูกคนพวกนั้นสัมผัสลงบนไหล่ ทำให้ยูโตะหมดความอดทนอีกต่อไป
"อย่ามาจับฉัน―"
น้ำเสียงที่ไม่ได้ปกปิดความเป็นผู้ชายแข็งกร้าวขึ้นมา ทำให้พวกกลุ่มคนอึ้งกันไปอยู่พักหนึ่ง
หลังพาคุณออกมาจากจุดเดิมพอสมควร ก็สานต่อบทสนทนาในตอนแรก
+
"นานๆทีจะมีพวกแบบนั้นโผล่มาสักทีน่ะ"
เขาเอ่ยขอบคุณโดยไม่ได้ปกปิดน้ำเสียงของผู้ชายแต่อย่างใด
ได้ยินคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความหมายในเชิงบวกเช่นนั้น ก็ระบายยิ้ม
"ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ" พร้อมหัวเราะปิดปาก
"ว่าแต่จะไปร้านเค้กใช่ไหมล่ะ สนใจไปด้วยกันไหม"
เขารู้ว่ามันเป็นข้ออ้างเพื่อพาตัวเขาออกมา แต่ก็ใช้มันเพื่อเป็นการตอบแทนอีกคนอย่างแนบเนียน
"นานๆทีจะมีพวกแบบนั้นโผล่มาสักทีน่ะ"
เขาเอ่ยขอบคุณโดยไม่ได้ปกปิดน้ำเสียงของผู้ชายแต่อย่างใด
ได้ยินคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความหมายในเชิงบวกเช่นนั้น ก็ระบายยิ้ม
"ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ" พร้อมหัวเราะปิดปาก
"ว่าแต่จะไปร้านเค้กใช่ไหมล่ะ สนใจไปด้วยกันไหม"
เขารู้ว่ามันเป็นข้ออ้างเพื่อพาตัวเขาออกมา แต่ก็ใช้มันเพื่อเป็นการตอบแทนอีกคนอย่างแนบเนียน
ในจังหวะชุลมุน ก็ได้ยินเสียงเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับถูกพาตัวออกมา ทำให้กลุ่มคนพวกนั้นพากันอึ้งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง
เส้นผมสีส้มตกกระทบกับแสงทำให้เห็นประกายบางอย่างในตัวคุณที่กำลังจูงมืออยู่เบื้องหน้าก่อนที่อีกฝ่ายจะผละออกไปด้วยความระมัดระวังเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว
สองมือของเขากลับมาจับร่มระบายของตัวเอง ก่อนจะเผยรอยยิ้ม
+
ในจังหวะชุลมุน ก็ได้ยินเสียงเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับถูกพาตัวออกมา ทำให้กลุ่มคนพวกนั้นพากันอึ้งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง
เส้นผมสีส้มตกกระทบกับแสงทำให้เห็นประกายบางอย่างในตัวคุณที่กำลังจูงมืออยู่เบื้องหน้าก่อนที่อีกฝ่ายจะผละออกไปด้วยความระมัดระวังเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว
สองมือของเขากลับมาจับร่มระบายของตัวเอง ก่อนจะเผยรอยยิ้ม
+
สายตาคมกริบ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
"เธอนี่ใจกล้าจัง" เอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงของผู้ชายอย่างไม่ปิดบัง
"ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ ดีจังที่ไม่ได้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากไป"
เจ้าตัวปล่อยมือแล้วกลับมาจับร่มอีกครั้ง ใบหน้ายังคงระบายยิ้ม
สายตาคมกริบ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
"เธอนี่ใจกล้าจัง" เอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงของผู้ชายอย่างไม่ปิดบัง
"ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ ดีจังที่ไม่ได้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากไป"
เจ้าตัวปล่อยมือแล้วกลับมาจับร่มอีกครั้ง ใบหน้ายังคงระบายยิ้ม